วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เรือสำเภา เรือมงคลแห่งศาสตร์ฮวงจุ้ย

เรือสำเภา สัญลักษณ์ของความมั่งคั่งแห่งสายน้ำ การนำมาประดับบ้านจะส่งผลต่อคุณอย่างไร

  
เรือ สำเภา เป็นสัญลักษณ์แทนความมั่งคั่ง ที่นำมาโดยสายลมและกระแสน้ำ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20  บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายหลาย ๆ แห่งนิยมใช้เรือสำเภาเป็นสัญลักษณ์ประจำบริษัท ที่โด่งดังที่สุดเห็นจะเป็นบริษัท East India Trading Company  ผู้จัดการบริษัทจำนวนไม่น้อยแขวนภาพเรือสำเภาไว้ในห้องทำงานทำให้มีฮวงจุ้ย ที่ดีมาก ทั้งที่ในสมัยนั้นไม่มีใครรู้เรื่องฮวงจุ้ย  ธนาคารหลายแห่งในประเทศจีน  รวมทั้งบริษัทต่าง ๆ  ก็ใช้เรือสำเภาเป็นโลโก้ขององค์กรเช่นเดียวกัน

เรือ สำเภาแห่งความมั่งคั่งเจริญรุ่งเรือง  ควรเป็นเรือสำเภาจากไม้ที่ออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อให้ล่องผ่านลมฟ้าอากาศ ไปได้อย่างมั่นคง ควรหลีกเลี่ยงเรือที่มีปืนใหญ่ เพราะเรือที่คุณต้องการนั้นคือเรือบรรทุกสินค้า ไม่ใช่เรือรบ บรรจุสัญลักษณ์มงคลต่าง ๆ รวมทั้งแท่งทองอัญมณี และธนบัตรให้เต็มเรือ ควรบรรทุกเงินตราทุกสกุลจากทั่วโลก รวมทั้งเศษสตางค์จากกระเป๋าเงินของเศรษฐีด้วย 

พลัง ชี่จากกระเป๋าสตางค์ของคนที่ประสบความสำเร็จมักจะทรงอำนาจเสมอ ให้ตั้งเรือสำเภาไว้บนโต๊ะกาแฟหรือตั่งตัวเตี้ย ๆ ไว้ใกล้ทางเข้าบ้าน  โดยหันหัวเรือเข้ามาในบ้าน ทิศทางที่ถูกต้องในการตั้งเรือก็เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง  ทุกครั้งที่คุณเดินผ่านเรือให้คิดว่า  "เรือแห่งความมั่งคั่งลำนี้นำความสำเร็จความมั่งคั่งและ ความเจริญรุ่งเรืองเข้ามาสู่บ้านของเรา"   

เรือ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการค้าขาย ความมั่นคงและการเดินทาง การตกแต่งบ้านด้วยเรือจำลอง จะดลบัลดาลให้คุณมีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศเสมอ และมีเงินทองมั่นคงสมบูรณ์พูนสุข หากทำธุรกิจการค้าก็จะประสบความสำเร็จได้ผลกำไรงามนอกจากนี้แล้ว เรือยังเป็นสัญลักษณ์ของความสำราญบานใจอีกด้วย




Thaihomeonline : บ้านมือสอง ขายบ้าน

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

คอนโดมือสอง อีกทางเลือกของผู้หาซื้อคอนโด

http://www.cmc.co.th/files/picture/news/main/news-main-232-1372069861.jpg

บทความลง Condo Guide เดือนตุลาคม 2554 "คอนโด มือสอง อีกทางเลือกของผู้หาซื้อคอนโด"

คอนโด มือสอง อีกทางเลือกของผู้หาซื้อคอนโด

โดย ปรีชญา ชวลิตธำรง ฝ่ายวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์

ด้วยข้อจำกัดของที่ดินในกรุงเทพฯที่มีศักยภาพในการพัฒนาโครงการมีจำนวนจำกัด และหาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ โครงการอาคารชุดคอนโด มิเนียมเปิดใหม่จึงแผ่ขยายออกไปอยู่ในเขตชานเมืองมากขึ้น ส่วนคอนโด ที่เปิดตัวใหม่ใจกลางเมืองก็เปิดตัวด้วยราคาสูงลิ่ว ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่ผู้หาซื้อคอนโดจะเริ่มมองและพิจารณาคอนโดมือสองมาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ด้วยทำเลที่ตั้งที่ดีกว่าในราคาที่ต่ำกว่าโครงการใหม่ระดับเดียวกันที่เปิดตัวในย่านเดียวกัน

ศูนย์ ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยจำนวนตัวเลขโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงเดือนมกราคม – สิงหาคม ปี 2554 พบว่าจากจำนวนหน่วยห้องชุดที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดนั้น เป็นหน่วยห้องชุดใหม่ประมาณ 69% และเป็นหน่วยห้องชุดมือสองประมาณ 31% ใกล้เคียงกับตัวเลขของปี 2553 ทั้งปีที่มีสัดส่วน 68:32 ส่วนพื้นที่ที่มีจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดคอนโด มิเนียมมือสองมากที่สุด ได้แก่ เขตบางกะปิ เขตพระโขนง เขตบางซื่อ อำเภอบางใหญ่นนทบุรี และอำเภอเมืองนนทบุรี ตามลำดับ

ถึงแม้ตลาดคอนโด มิ เนียมมือสองนั้นคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของการโอนห้องชุดทั้งหมด ซึ่งถือว่าไม่น้อยเลย แต่เมื่อเทียบกับสัดส่วนการโอนที่อยู่อาศัยมือสองประเภทอื่นๆอย่างบ้าน เดี่ยว (53%) บ้านแฝด (32%) ทาวน์เฮาส์ (52%) และอาคารพาณิชย์ (78%) จะพบว่าสัดส่วนการโอนคอนโดมือ สองยังน้อยกว่ามาก อีกทั้งในต่างประเทศอย่างอเมริกานั้น ตลาดบ้านมือสองมีขนาดใหญ่กว่าตลาดบ้านใหม่หลายเท่านัก (ดูกราฟประกอบ) เนื่องด้วยคนในอเมริกามีการย้ายถิ่นฐาน (Relocate) ค่อนข้างบ่อยเมื่อเทียบกับคนไทยที่มักจะอยู่ติดที่

อาจมีสมัยหนึ่งที่คอนโด มือ สองถูกใช้เป็นเครื่องมือหากำไรจากผู้ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจริง โดยนักลงทุนจะซื้อไว้เพื่อปล่อยขายต่อในราคาแพง แต่ในภาวะตลาดของผู้ซื้อ (Buyer’s market) เช่นในปัจจุบัน ที่มีอุปทานในตลาดทั้งคอนโด ใหม่และเก่าให้ผู้ซื้อเลือกมากมายเช่นนี้ ผู้ซื้อย่อมมีอำนาจต่อรองราคาเพื่อให้ได้ของดีในราคาสมเหตุสมผล

ข้อดีของการซื้อคอนโดมือสองสามารถสรุปได้ดังนี้

โครงการอาคารชุดคอนโด มิ เนียมมือสองมักตั้งอยู่ในทำเลที่ดีกว่า เมื่อเทียบกับโครงการเปิดใหม่ในย่านเดียวกัน เนื่องจากที่ดินที่มีศักยภาพในการพัฒนานั้นมีอยู่ค่อนข้างจำกัด ทำให้ผู้ประกอบการที่เปิดโครงการก่อน มีโอกาสเลือกผืนที่ดินที่มีศักยภาพในการพัฒนาดีกว่า

คอนโด มือ สองมักมีราคาต่ำกว่าโครงการใหม่ในทำเลเดียวกัน ทั้งนี้เกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งค่าการตลาด ราคาที่ดิน วัสดุก่อสร้าง และค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้โครงการเกิดใหม่ไม่สามารถหลีกหนีต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งย่อมส่งผลถึงราคาขายเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าค่าแรงปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 35% ราคาขายอาจต้องปรับเพิ่มขึ้น 5-10% เช่นกัน

ผู้ ซื้อสามารถเห็นห้องจริงที่สร้างเสร็จแล้ว ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการซื้อห้องชุดในโครงการจากผู้ประกอบการหน้าใหม่ ซึ่งไม่เคยมีประวัติการพัฒนาและบริหารโครงการอาคารชุดมาก่อน เพราะนอกจากจะได้เห็นสินค้าของจริง วัสดุ และฝีมือการก่อสร้างว่าถูกใจหรือไม่แล้ว ยังสามารถดูการบริหารหลังการขายของนิติบุคคล ว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเลือกซื้อคอนโด

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าการซื้อคอนโด มือ สองจะมีแต่ข้อดี เพราะต้องอาศัยความละเอียดและความพยายามในการตรวจตราห้อง ทั้งเฟอร์นิเจอร์ พื้น และผนังที่ให้มา ว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ อีกทั้งอาจไม่สามารถขอสินเชื่อได้ในสัดส่วน LTV (Loan to Value) ที่มากเท่าการซื้อห้องใหม่ ดังนั้นผู้ที่ต้องการจะซื้อคอนโด มือสอง ต้องศึกษาข้อมูลและรับในข้อจำกัดเหล่านี้ได้เสียก่อน


By http://www.cmc.co.th/files/picture/activity/thumb/activity-thumb-1-1341473491.jpg

ดูแลพื้นไม้อย่างไร ให้อยู่ทน




ไม้ เป็นอีกหนึ่งวัสดุที่นิยมใช้นำมาสร้างบ้าน หรือแต่งบ้านตาม ห้องต่างๆไม่ว่าจะเป็นพื้นไม้ ที่เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้การตกแต่งภายในบ้านดูสวยงามแต่พื้นที่ทำ จากไม้นั้นมีหลากหลายประเภท และการดูแลรักษาที่ต่างกันเรามาดูกันว่าจะมีวิธีการดูแลรักษาพื้นไม้อย่างไร ให้อยู่ทน

เชื่อ ว่าเพื่อนๆหลายคนคงเจอปัญหาเกี่ยวกับการทำความสะอาดพื้นอยู่ไม่น้อย ทั้งรอยคราบ รอยเปื้อน ซึ่งเป็นปัญหาที่ยากต่อการทำความสะอาด วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับการดูแลรักษาบ้าน สำหรับการทำความสะอาดพื้นไม้มาฝากกันคะ โดยส่วนมากแล้วหลายคนนิยมตกแต่งบ้านและคอนโดด้วยการปูพื้นไม้เนื้อแข็ง อย่างพื้นไม้ปาร์เก้ และพื้นไม้ลามิเนต เนื่องจากไม้เนื้อแข็งมีความทนทานและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน อีกทั้งยังมีเนื้อ และสีของไม้ที่ดูเป็นธรรมชาติ แถมยังสามารถทำให้บ้านของเพื่อนๆดูมีความโดดเด่นมากขึ้นจากตัวสีของพื้นไม้ อีกด้วย

การทำความสะอาด
ทำ ความสะอาดเป็นประจำ โดยการดูดฝุ่น, กวาด หรือเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ แต่หากมีรอยคราบหรือรอยเปื้อนต่างๆ เพื่อนๆควรรีบเช็ดออกทักทีคะ หากปล่อยคราบเหล่านั้นทิ้งไว้นานพื้นห้องของเพื่อนๆอาจหมดความสวยไปเลยก็ เป็นได้

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาด
สมัย นี้มีผลิตภัณฑ์สำหรับ การทำความสะอาดมีออกมามากมายคะ แถมยังแยกชนิดการทำความสะอาดไว้อีกด้วย แต่สำหรับเพื่อนๆที่พอมีเวลาก็อาจจะใช้เคล็บ(ไม่)ลับอย่าง การทำความสะอาดพื้นด้วยน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำมันมะกอกคะ จะทำให้พื้นของเพื่อนๆมันวาวเหมือนใหม่อยู่เสมอ วิธีนี้แอบเก๋ไม่เบาเลยนะคะ

หลีกเลี่ยงความชื้น
อย่าง ที่ทราบกันดีอยู่แล้วละคะว่าพื้นไม้นั้น ไม่ถูกกับความชื้นเอาซะเลย หากเพื่อนๆปล่อยให้พื้นห้องของเพื่อนๆมีความชื้นอยู่มากๆแล้วละก็เหล่าเชื้อ ราได้มาเยี่ยมบ้านแน่นอนคะ เคล็บลับง่ายๆเลยแค่หากพื้นห้องของเพื่อนๆมีรอบคราบ หรือรอยน้ำ เพื่อนๆต้องรีบจัดคราบคราวเหล่านั้นออกไปโดยด่วนเลยคะ ไม่เช่นนั้นรอยคราบทั้งหลายอาจฝังลึกลงไปบนพื้นไม้ของเพื่อนๆ และอาจจะยากต่อการทำความสะอาดอีกด้วยคะ

เคล็บ ลับง่ายๆเพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้พื้นไม้ของเพื่อนๆยังคงสภาพการ ใช้งานและคุณภาพที่ดีอยู่เสมอคะ ต้องขอบอกไว้เลยว่าพื้นไม้นั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งบ้านและคอนโดนะคะ ถือได้ว่าเป็นองค์ประกอบอีกหนึ่งอย่างที่มีความสำคัญคะ


วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การทำความสะอาดวัสดุปูพื้นประเภทต่างๆ


บ้านพักอาศัยและคอนโดมักจะใช้วัสดุปูพื้นแตกต่างกันไป ตามลักษณะของแบบบ้านนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นหินอ่อน พื้นไม้ หรือพื้นที่ปูด้วยกระเบื้อง

เมื่อ เกิดรอยเปื้อนขึ้น ก็มีวิธีการทำความสะอาดแตกต่างกันไป โดยเราสามารถทำความสะอาดได้เองดังนี้ วัสดุปูพื้นประเภทหินอ่อน หินแกรนิด เป็นพื้นผิวที่มีลักษณะเป็นรูปพรุนตามกายภาพของหินตามธรรมชาติ ทำให้ดูดซับน้ำได้ดี หากไม่รีบทำความสะอาดอาจะทำให้ซึมลงใต้ผิวหิน ทำให้เกิดปัญหาคราบปูนสีขาวบนพื้นผิวขึ้น ถ้าเกิดปัญหาเช่นนี้แล้ว

เรา จะต้องช่างที่ชำนาญมาปูพื้นและขัดเคลือบใหม่ได้อย่างเดียว ดังนั้นเมื่อมีของเหลว เช่น ชา กาแฟ หรือน้ำอัดลมหกลงบนพื้น จึงควรทำความสะอาดอย่างโดยเร็ว แต่ถ้าหากเกิดรอยเปื้อนขึ้นแล้ว เราก็สามารถใช้น้ำยาล้างจาน ผสมน้ำเล็กน้อย ทำความสะอาดบริเวณคราบเปื้อนโดยตรงก็ได้ หากรอยคราบยังไม่หายไป ลองใช้น้ำยาทำความสะอาดหินโดยตรง(stone and tile cleaner) เช็ดทำความสะอาด เพราะน้ำยาดังกล่าว มี pH เป็นกลางจึงปลอดภัยต่อหินทุกประเภท

พื้นที่ ปูด้วยกระเบื้อง มักจะเกิดคราบได้ยาก แต่หากเกิดแล้วก็สามารถทำความสะอาดได้โดยง่าย ส่วนที่มักเป็นปัญหาเวลาเกิดคราบ คือ บริเวณรอยต่อหรือรอยยาแนวระหว่างกระเบื้อง แต่เราสามารถทำความสะอาดได้โดยใช้แปรงขัดพื้นขนอ่อนๆ กับผงซักฟอก ก็สามารถทำความสะอาดเบื้องต้นได้แล้ว

พื้น ไม้จริง หรือไม้เทียม หากมีคราบน้ำชาหรือคราบฝุ่นขาว สามารถใช้สำลีหรือผ้านุ่มๆ ชุบน้ำมันสน แล้วบิดให้หมด ถูบริเวณที่เกิดคราบนั้น



By http://www.cmc.co.th/files/picture/activity/thumb/activity-thumb-1-1341473491.jpg

การสร้างบ้านบนที่ดิน ตามฮวงจุ้ย

http://men.mthai.com/uploads/manager/ginocto/twn.jpg
1. การออกแบบบ้านที่มีที่ดินด้านหลังบ้านแคบแต่ด้านหน้าบ้านกว้าง ถือว่าไม่เป็นมงคล แต่เราสามารถแก้ฮวงจุ้ยได้ด้วยการติดกระจกบริเวณที่แคบทั้งสองด้าน เพื่อให้ความรู้สึกกว้างและลึก
2. บ้านที่มีลักษณะหน้าบ้านแคบแต่หลังบ้านกว้าง ตามตำราฮวงจุ้ยถือว่าเป็นลักษณะที่ดี จะเป็นถุงเงินถุงทองให้กับคนที่อยู่อาศัย แต่ถ้าหากมีลักษณะเป็นรูปทรงหน้ากว้างหลังแคบจะเก็บเงินไม่อยู่ จะยากจน
3. บ้านที่สร้างแล้วมีความลึกมากกว่าความกว้าง จัดว่าเป็นฮวงจุ้ยทีดี อยู่แล้วจะเจริญรุ่งเรือง
4. บ้านหรือที่ดินบ้านที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตามหลักฮวงจุ้ยถือว่าเป็นมงคลอย่างมาก
5. บ้านมีพื้นที่เว้าแหว่งเป็นบางส่วน ถือว่าขัดต่อหลักฮวยจุ้ยเป็นอย่างมาก จะส่งผลให้คนในบ้านมีอันเป็นไป ถ้าหากแหว่งทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จะส่งผลถึงแม่หรือหญิงเจ้าของบ้าน ทิศตะวันตกเฉียงเหนือจะส่งผลถึงพ่อหรือชายเจ้าของบ้าน ทิศตะวันออกและตะวันตกคือลูกชายคนโต และลูกสาวคนเล็ก ทิศเหนือและใต้จะส่งผลกระทบต่อลูกสาวคนกลาง ทิศใต้จะเกิดความเสียหายแก่ลูกชายคนกลาง และทิศเหนือจะมีเรื่องคดีความ
6. ทางเข้าบ้านที่มีความแคบหรือกว้างเกินไป ถือว่าไม่เป็นมงคล ดังนั้น การออกแบบสร้างบ้านจะต้องดูทางเข้าให้ได้สัดส่วนและกลมกลืนกับขนาดพื้นที่ ของบ้านด้วย นอกจากนี้ไม่ควรทำทางเข้าบ้านเป็นทางลาดเทออกไป เพราะจะทำให้พลังชี่ไหลเวียนออกไปจนหมด ส่งผลให้โชคดีและเงินทองไหลออกไปได้อีกด้วย
7. บ้านที่มีถนนโค้งออก จะทำให้อยู่อาศัยแล้วไม่เจริญและยากจน อีกทั้งบ้านที่มีถนนล้อมรอบทั้ง 4 ด้านก็ถือว่าไม่เป็นมงคลเช่นกัน หากคุณมีบ้านอยู่ใกล้สี่แยกให้ตั้งประตูใหญ่ให้ถูกรหัสราศีของเจ้าของบ้าน และอีกด้านให้ปลูกต้นไม้แทนภูเขาเพื่อแก้เคล็ด

ลักษณะตัวบ้าน
1. หน้าบ้านเป็นทางผ่านของโชคลาภ ฉะนั้นบานประตูหน้าบ้านจะต้องทำให้แข็งแรง หากมีส่วนใดเสียหายควรรีบซ่อมแซมและดูแลรักษาความสะอาดบริเวณหน้าบ้านอยู่ เสมอ ไม่ควรปล่อยให้ใบไม้แห้งหล่นเกลื่อนกลาดหรือมีสิ่งกีดขวางทาง เพราะถ้าฮวงจุ้ยดีก็ช่วยเสริมสิริมงคลต่อตัวบ้านให้ดียิ่งขึ้น
2. บริเวณหน้าบ้านถือเป็นทางเข้าออกของพลังชี่หรือลม และเป็นเส้นทางของการนำเงินทองเข้ามาสู่ชีวิต ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการตั้งประตูหน้าต่างในแนวเดียวกัน ห้ามทำซุ้มประตูเลียนแบบศาลเจ้า เน้นให้วงกบตรงไม่คดงอ ทำกันสาดยื่นกันแดดออกมาเล็กน้อย จะทำให้บ้านรับเงินทองได้ดี
3. ก่อนที่จะสร้างบ้าน ถ้าบริเวณหน้าบ้านที่มีต้นไม้ใหญ่ตายยืนต้น ควรโค่นทิ้งเลยทันที เพราะจะทำให้พบกับความยากจน
4. บ้านที่มีกำแพงเก่าไม่ดี ควรทาสีให้ใหม่เสมอ เวลากลางคืนควรติดไฟให้สว่างจะพบแต่ความเจริญ หรือหากคุณเข้าไปอยู่บ้านที่เก่าควรทาสีให้ใหม่ กลอนประตูควรเปลี่ยนใหม่ จะนำโชคลาภมาให้
5. ซุ้มประตูบ้านสูงกว่าหลังคา ตามหลักแล้วถือว่าไม่เป็นมงคล
6. ประตูหน้าบ้านมีสะพานพุ่งเข้าหน้าบ้าน ถือเป็นฮวงจุ้ยไม่ดี
7. ถ้าบ้านเป็นรูปสามเหลี่ยม ตามหลักฮวงจุ้ยเรียกว่าถังขยะ ผิดหลักอย่างแรง จะทำให้ธุรกิจเสียหายหรืออาจทำให้ผู้อยู่อาศัยเป็นมะเร็ง และอัมพาต
8. บ้านที่อยู่ระหว่างช่องว่างของตึกสูง เรียกว่าลมพิฆาต ตามหลักฮวงจุ้ยถือว่าไม่ดีและวิบัติรุนแรง
9. บ้านมีตึกสูงอยู่ใกล้ๆ แสดงถึงมีผู้ให้ความช่วยเหลือคุ้มครอง
10. บ้านที่อยู่รวมกันแล้วหลังคาชนกัน ถือว่าไม่เป็นมงคล
11. บ้านที่เพดานเฉียง และคานไม่เสมอกัน ถือว่าไม่เป็นมงคล
12. การออกแบบบ้านรูปทรงตัว H และตัว U ตามหลักฮวงจุ้ยถือว่าไม่ดีถือว่าบ้านเว้าแหว่ง จะทำให้เสียทรัพย์และชื่อเสียง


วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การเลือกใช้หินธรรมชาติในการตกแต่งบ้าน

 

การเลือกใช้หินธรรมชาติในการตกแต่งบ้าน

ในปัจจุบันหินตกแต่งจากธรรมชาติกำลังเป็นที่นิยมนำมาตกแต่งบ้านเกือบทุกแห่งครับไม่ว่าจะตามบ้านที่อยู่อาศัย โรงแรม คอนโด ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น หินธรรมชาติที่นิยมนำมาตกแต่งก็มีหลายชนิดดังนี้

1. หินอ่อน เป็นหินธรรมชาติที่เกิดจากการได้รับภาวะกดดันใต้ผิวโลกซึ่งจะมีเนื้อหินสี ขาวหรือบางครั้งอาจมีสีอื่นผสม เช่น เหลือง,ชมพู,เทา ก็เพราะมีแร่อื่นผสมอยู่ด้วย หินอ่อน เนื้อหินจะมีความอ่อน และเกิดรอยขูดขีดได้ง่ายสามารถตัดเจาะได้ ง่ายเหมาะสำหรับงานภายในและพื้นที่ที่ ใช้งานไ ม่หนักมาก หินอ่อนยังไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่มีแหล่งในประเทศ เช่น สีเ ทา มาจาก ปากช่อง สีขาว-เทา,ดำ มากจากสระบุรี สีขาว-ชมพู มาจากพรานกระต่าย กำแพงเพชร มีขนาดโ ดยทั่วไป 30x30 และ 30x60 เซนติเมตร หนา 1.5-2 เซนติเมตร

2. หินแกรนิต เป็นหินในกลุ่มหินอัคนี เนื้อหินจะเห็นเป็นผลึกแร่ชัดเจนมีหลากหลายสีเทา,แดง,เขียว,ดำ,ชมพู,น้ำเงิน หินแกรนิต เนื่องจากมีหลายสีให้ เลือกจึงสามารถใช้ตกแต่งได้ทั้งภายนอกและภายใน มีเนื้อหินที่แข็งแรงสามารถทนต่อการขูดขีดได้ ทนต่อสภาพกรดด่าง และยังทำให้ดูหรูหรา, ในการนำมาตกแต่งหินแกรนิตมีทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศ เช่น อิตาลี ,อเมริกา ขนาดมาตรฐานที่มีขาย คือ ขนาด 30x60,40x80 หรือจะสั่งตัดพิเศษ เช่น 30 x30,60x120,40x40 ซึ่งถ้าขนาดแผ่นหินใหญ่มากก็มี โอกาสโก่งตัวได้ ความหนาประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร

3. หินกาบหรือหินชนวน เป็นหินที่มีเนื้อแน่น มันวาว และแข็งกว่าหินดินดาน แต่ก็ไม่แข็งนักคือสามารถใช้เลื่อยตัดได้ การใช้งานคือไม่ควรใช้ปูในส่วนที่ต้องใช้งานหน้ามาก ส่วนใหญ่มีสีคล้ำและสีดำ แต่บางครั้งจะมีน้ำตาลเขียวผสมขึ้นอยู่กับแร่ ที่เข้ามาผสมหินกาบมีทั้งแบบที่ไม่ตัดตรง และแบบตัดขอบตรงที่มีขนาด 30x30,40x40 เซนติเมตร

4. หินทราย เป็นหินที่ประกอบด้วยเม็ดทรายเล็กเชื่ อมติดกันตามธรรมชาติ อตีดนิยมนำมาแกะสลักรูปต่า งๆ มีสีขาว เทา น้ำตาล น้ำตาลแก่ ปัจจุบันใช้สำ หรับปูทางเดินในสวน หรือ การออกแบบตกแต่งผนังด้วยการปูหินทราย มีขนาด 30x30, 30x60 เซนติเมตร

ใน การเลือกซื้อมีสิ่ง ที่ต้องพิจารณาดังนี้ตำแหน่งติดตั้งภายนอกอาคาร ควรเป็นหินทีสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี ไม่เก่าง่าย พื้นภายนอก ควรเป็นหินที่สามารถรับน้ำหนักได้สูงผนังภายนอก ควรคำ นึงถึงการติดตั้งที่แข็งแรงภายในอาคาร ควรเป็นหินที่ดูหรูหราสวยงาม สามารถตัดตกแต่งได้ พื้นภายในอาคารควรเป็นหินที่ทนต่อการใช้งานได้ดีพอสมควร ผนังภายในอาคารสามารถเลือกใช้วัสดุได้หลายตัวตามความต้องการ

จำนวนพื้นที่ ควรจัดขนาดพื้นที่ที่จะปูมาก่อน เพื่อตรวจสอบว่าจะใช้หินจำนวนเท่าไร เพียงพอกับความต้องการหรือไม่

สี ลาย, รูปแบบการติดตั้ง การปูถ้าเป็นการปูธรรมดาก็ไม่มีปัญหาการเลือกลายจะเป็นสีเดียวกันตลอด ส่วนการปูที่เป็นลวดลาย ควรมีการออกแบบมาล่วงหน้าเพื่อจำนวนการใช้ และความเข้ากันของสีหินแต่ ละลาย

สุด ท้ายเมื่อทราบแล้ว ว่าต้องการหินประเภทไหนการ เลือกซื้อควรพิจารณาความเรียบร้อยต่อ พื้นหินธรรมชาติที่ปูโดยเฉพาะหินอ่อน และหินแกรนิตจะเรียบต่อกันทุกแผ่นเป็นฝืนเดียวกัน ทดสอบด้วยการลูบ รอยต่อดู ความเรียบของผิวหน้าพื้นผิวของงานทีปูแล้วจะต้องไม่มีรอยบุ๋ม บิ่น กระเทาะใดๆ ความโปร่งของพื้นพื้นที่ปูแล้วทดลองเคาะดูจะต้องเสียงทึบตลอดไม่มีสีโปร่ง เพราะปูปูนไม่เต็ม



By http://www.cmc.co.th/files/picture/activity/thumb/activity-thumb-1-1341473491.jpg

เคล็ดลับตกแต่งผนัง เพดาน และพื้นห้องนอน

ห้องนอนเป็นสถานที่ซึ่งคุณอยู่แล้วมี ความสุขมากที่สุดห้องหนึ่งในบ้าน  ดังนั้น การตกแต่งผนัง เพดานและพื้น มีส่วนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสุขในการอยู่อาศัยของคุณ
  

ผนัง

ปกติ การเลือกใช้สีทาห้องหรือวอลล์เปเปอร์ มักจะเลือก สีอ่อนๆ และให้เข้ากับสีของผ้าม่าน แต่ปัจจุบันสีทาบ้าน วอลล์เปเปอร์ และวัสดุปิดผนังอื่นๆ มีมากมายหลายชนิด การเลือกใช้สีจึงไม่จำเป็นต้องใช้ เพียงแต่สีอ่อนๆเท่านั้น เราสามารถที่จะคิดสร้างสรรค์ การตกแต่งห้องได้ อย่างไม่สิ้นสุด

     
การ เลือกใช้วอลล์เปเปอร์ให้เข้ากันได้กับวัสดุอื่นๆ ในห้อง ควรจะทำให้เป็นธรรมชาติ โดยการเลือกใช้ลาย ที่ใกล้เคียงกันผ้าม่านหรือ การตกแต่งส่วนอื่นๆ เป็นสำคัญ แต่ถ้าไม่ต้องการ ใช้วอลล์เปเปอร์ และไม่ต้องการ ทาสี อาจใช้วิธีอื่นแทนได้ เช่น สแตนชิน การวาดลวดลายแทนได้

     
สำหรับ การทาสีนั้นได้มีวิวัฒนาการก้าวหน้าอย่างมาก ในปัจจุบันนี้ ซึ่งมีสีต่างๆ ที่ผสมเสร็จเรียบร้อยแล้ว เป็นสีสำเร็จรูปพร้อมที่จะทาผนังได้ทันที และยังมีคุณสมบัติที่ทนทาน ต่อสภาพดินฟ้าอากาศมากยิ่งขึ้น ห้องที่มีขนาดเล็ก และมีเพดานต่ำเกินไปไม่ควรติด วอลล์เปเปอร์ที่มีลวดลาย แต่อาจพรางตา โดยการทาสี ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความสูงให้กับห้องได้อย่างดี

พื้นห้อง

     
วัสดุ ที่ใช้ปูพื้นห้องมีหลายชนิดให้เลือก แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกนั้น ควรคำนึงถึงสภาพการให้สอยด้วย ถ้าต้องการพื้นที่นุ่มสบาย ก็ควรเลือกปูพื้นด้วยพื้นไม้ และบางส่วนที่สัมผัสบ่อย เช่น บริเวณหน้าเตียง ควรปูด้วยพรมชิ้น สำหรับห้องนอนที่ตกแต่งอย่างกันสมัย สามารถเลือกปูพื้นด้วยวัสดุอื่นๆ อาทิ กระเบื้องยาง พรมวิทยาศาสตร์ หรือกระเบื้องเซรามิกก็ได้ แล้วแต่ความต้องการและความเหมาะสม

เพดาน

     
ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่เรามองเห็นทุกครั้งที่เราล้มตัวลงนอน จึงไม่ควรตกแต่งเพดานให้มีลวดลายที่วิจิตรพิสดารมากเกินไป เพราะจะทำให้เมื่อในเวลาอันรวดเร็ว แต่ถ้าบนเพดานมีคิ้ว หรือลวดลาย ดอกไม้อยู่แล้วก็ให้กลบเกลื่อนด้วยการทาสีอ่อนกว่าปกติ้