วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ไอเดียแต่งห้องนอนน่าเบื่อ ให้น่านอนที่สุดในโลก

         ไอเดียแต่งห้องนอน สำหรับบ้านหรือคอนโดมิเนียม ด้วยทริคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะเปลี่ยนห้องนอนน่าเบื่อ ให้กลับกลายเป็นห้องนอนที่ตื่นตาตื่นใจ แถมยังทำให้น่าพักผ่อน เพื่อชาร์ตพลังให้กับร่างกาย เพื่อพร้อมที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และดีๆ ให้กับชีวิตต่อไป วันนี้ CMC Group มีวิธีการเปลี่ยนห้องนอนจากเดิมให้กลายเป็นวิมานแสนสบายและอบอุ่นและหลากลายสไตล์มาฝากครับ


         ถึงห้องแคบก็มีลูกเล่นได้ คงไม่มีใครอยากได้ห้องนอนแคบๆ หรอก หากไม่เป็นตามที่หวัง แถมยังต้องวางเตียงให้อยู่ในซอกมุมอีก ถ้าปล่อยไว้เฉย ๆ มันอาจจะดูไม่น่านอนเกินไป อย่างนั้นก็ติดม่านกั้นพื้นที่เตียงกับพื้นที่อื่นๆ ในห้องให้ดูมีลูกเล่น มากกว่าการโฟกัสขนาดของห้องไปเลย


เรียบเรียง : ฤทธิ์ษณะ น้อยกมล
แหล่งข้อมูล : kapook.com, apartmenttherapy 


บทความอื่นๆน่าสนใจ
ไอเดียแต่งห้องนอนน่าเบื่อ ให้น่านอนที่สุดในโลก
ฮวงจุ้ยคอนโด เลือกแบบไหนเฮงสุดขีด
8 สิ่งที่ควรรู้ก่อนออกไปอยู่คอนโดด้วยตัวเอง
10 ข้อแนะนำ ก่อนซื้อบ้าน-คอนโดหลังแรก
9 ข้อควรคำนึง ก่อนเช่าคอนโด
ไอเดียเก็บจักรยานแบบประหยัดพื้นที่ ตอน ติดผนังในลานจอดรถ

แบบห้องทำงาน สไตล์โมเดิร์น
ตกแต่งคอนโดมิเนียม แบบดูเพล็กซ์ ด้วยโทนสีขาวดำ
DIY ชั้นวางของ ทำง่ายๆ จากวัสดุที่มีในบ้าน
6 เหตุผลที่ควรลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก่อนอายุ 30 ปี 
ตรวจสอบความพร้อมก่อนที่จะเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียม
ค่าใช้จ่ายทางการเงิน สำหรับการซื้อห้องชุดคอนโดฯ
เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อบ้าน
กำจัดกลิ่นในตู้เย็น

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เสริมมงคล ด้วยการจัดห้องพระให้เหมาะสม (ตอนจบ)


ห้องพระนั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับวัยรุ่นมากนัก จึงทำให้เกิความสงสัยต่างๆนานถึงการจัดห้องพระ ซึ่งนอกจากห้องพระนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับวางพระพุทธรูปอย่างเดียว ยังมีกิจกรรมทางด้านสมาธิ ฝึกสติ ปฏิบัติธรรมร่วมกับคนในครอบครัว เราจึงควรรู้วิธีการจัดห้องพระให้มากขึ้นมาเริ่มกันดีกว่าค่ะว่าเราจะเริ่ม จากอะไรกันบ้างมาดูกันค่ะ

หลังจากคราวที่แล้วที่เราพูดถึงการเลือกตำแหน่งของห้องพระไปแล้วคราวนี้เรามาพูดถึงสำหรับบางท่านที่มีพื้นที่จำกัดในการจัดวางตำแหน่งห้องพระกันดีกว่าค่ะ ซึ่งทุกท่านไม่ต้องเป็นกังวลไปเพราะใช้หลักเกณฑ์ไม่ต่างจากที่เรากล่าวมาแล้วข้างต้นค่ะ แต่ที่ไม่เหมาะสมก็คือไม่ควรใช้ห้องนอนโดยเฉพาะคนมีคู่ ห้ามเด็ดขาด และทั้งนี้ตำแหน่งห้องพระไม่ควรตั้งตรงบันได ใต้บันได ใต้คาน และตั้งอยู่บนห้องน้ำรวมไปถึงมีกำแพงห้องน้ำที่ติดกับห้องพระไม่ควรเป็นอย่างยิ่งค่ะ เมื่อได้ตำแหน่งที่ตั้งของห้องพระแล้วถัดมาจะเป็นการจัดตำแหน่งแท่นบูชาซึ่งในปัจจุบันมี 2 แบบดังนี้

แบบที่ 1 ประเพณีนิยม คือการใช้โต๊ะหมู่บูชา ซึ่งสามารถหาซื้อมาใช้ได้เลย มีที่นิยมคือหมู่ 5 หมู่ 7 หมู่ 9 แล้วแต่จำนวนของพระพุทธรูปที่เรามี และมีขนาดต่างๆให้เลือกมากมาย ทั้งนี้แล้วแต่จำนวนพระพุทธรูปของเจ้าของบ้านด้วยมามีมากหรือน้อย การจัดวาง ตำแหน่งโต๊ะหมู่ก็ต้องถือเอาตำแหน่งของพระพุทธรูปเป็นสำคัญ โดยอาศัยตามความนิยมนับถือมาแต่ครั้งโบราณ ที่โบราณาจารย์ได้กำหนดเอาความถูกต้องไว้เป็นหลักเกณฑ์ ความเหมาะสมในการจัดตั้งพระพุทธรูปตามทิศต่างๆ การจะกำหนดเอาทิศใดนั้น ขอให้ยึดถือพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกเป็นเกณฑ์ แล้วหาที่จัดตั้งพระพุทธรูปเพื่อความเป็นสิริมงคล ดังนี้

- ตั้งพระพุทธรูปให้พระพักตร์หันไปสู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือเรียกว่า ทิศเศรษฐ์ จะประกอบการงานใดๆ เป็นที่หนึ่ง

- ตั้งพระพุทธรูปให้พระพักตร์หันไปสู่ทิศตะวันออก เรียกว่าทิศราชา จะประกอบการงานใดๆ ใหญ่โต จะสำเร็จสมดังใจหมาย
- ตั้งพระพุทธรูปให้พระพักตร์หันไปสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ เรียกว่า ทิศปฐม ท่านว่า ไม่ดี และจะกระทำการใดๆ มิค่อยเกิดลาภผล ตกต่ำ แต่พอมีใช้

- ตั้งพระพุทธรูปให้พระพักตร์หันไปสู่ทิศใต้ เรียกว่า ทิศจัณฑาล จะประกอบการงานใดๆ แสนยาก ลำบากกาย ผลประโยชน์ที่ได้ไม่คุ้มกับที่ลงทุนลงแรง

- ตั้งพระพุทธรูปให้พระพักตร์ หันไปสู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ เรียกว่า ทิศวิปฏิสาร จะประกอบการงานใดๆ ก็มักนำความเดือดร้อนมาสู่ครอบครัวและเพื่อนบ้านใกล้เคียง

- ตั้งพระพุทธ รูปให้พระพักตร์หันไปสู่ทิศตะวันตก ทิศกาลกิณี จะทำงานสิ่งใดก็เกิดลังเล ไม่เป็นมงคล ระวังจะเกิดภัยร้ายแรงแก่ตนเองด้วยประการต่างๆนานา

- ตั้งพระพุทธรูปให้ พระพักตร์หันไปสู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เรียกว่า ทิศอุทธัจจะ จะทำงานสิ่งใดๆ ผลงานไม่แน่นอน รวนเร ไม่ได้เรื่อง ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

- ตั้ง พระพุทธรูปให้พระพักตร์หันไปสู่ทิศเหนือ เรียกว่า ทิศมัชฌิมาปฏิปทา จะทำการงานใดๆ ผลงานอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ไม่ดี ไม่ชั่ว ไม่สูง ไม่ต่ำ

แบบที่ 2 แบบทันสมัย เป็นการออกแบบที่เน้นความต้องการของเจ้าของบ้านเป็นหลัก โดยจะมีการจัดเรียงแบบไล่ลงมาซึ่งสามารถวางพระพุทธรูปได้มากกว่าแบบแรก อีกทั้งยังทำความสะอาดได้ง่ายกว่าและนอกจากนี้ยังมีการออกแบบเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากการวางพระพุทธรูป ก็คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นรูปเคารพของพระอริยสงฆ์ แม้แต่องค์กวนอิม หรือเทพทางพราหมณ์ เช่นพระพิฆเนศ เป็นต้นทำให้ทุกอย่างรวมกันจนมั่วไปหมดเราจึงควรจัดง่ายๆ ดังนี้

- พระบรมสารีริกธาตุ หรือพระพุทธรูป ให้ตั้งไว้สูงสุด เรียงตามลำดับ พระพุทธรูปเหมือนกัน ควรเอาองค์ที่ใหญ่ที่สุด เป็นประธานอยู่กลาง หรืออยู่สูงสุด ลดหลั่นกันลงมา


- รองลงมาก็เป็นรูปของพระอริยสงฆ์ ลดหลั่นกันลงมา ตามลำดับอาวุโส

- รูป บูชาอย่างอื่น เช่น องค์กวนอิม เทพอื่นๆเช่น พระพิฆเนศ พระพรหม หรือ พระรูป ร. 5 ควรแยกหิ้งบูชาไว้ต่างหาก ถ้าแยกไม่ได้จะต้องไม่สูงกว่าพระพุทธรูป

ในการจัดทั้งสองแบบนั้นถือว่าแล้วแต่เจ้าของบ้านว่าถนัดใช้งานแบบไหน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการหมั่นทำบุญสวนมนต์เจริญภาวนา และการดูและรักษาความสะอาด เพื่อความเป็นสิริมงคลนั้นเอง

แหล่งข้อมูล : 3mbuildingfilm


บทความอื่นๆน่าสนใจ
เสริมมงคล ด้วยการจัดห้องพระให้เหมาะสม (ตอนจบ)
เสริมมงคล ด้วยการจัดห้องพระให้เหมาะสม (ตอนแรก)
เคล็ดลับการตกแต่งระเบียงคอนโด เป็นพื้นที่สุดเก๋
เทียนหอม ใช้อย่างไรให้หอม
ลงทุนในคอนโด ปลอดภัย ไม่มีเสี่ยง

ค่าใช้จ่าย กรณีเปลี่ยนสัญญาคอนโด
ฮวงจุ้ยนาฬิกา ติดตรงไหนดีสุด

พื้นที่บ้านมีรอยแตกร้าว ส่งผลต่อฮวงจุ้ย
ไอเดียดีๆ เพิ่มสีสันให้ผนัง
วิธีการดูแลโทรทัศน์ให้ใหม่กิ๊ง

คอนโด ตอบโจทย์หลายข้อ
5 ข้อ ตรวจสอบก่อนซื้อคอนโดฯ (ที่ยังไม่สร้าง)
ฮวงจุ้ยสวนหน้าบ้าน

ฮวงจุ้ยคอนโด จัดอย่างไรให้ รุ่งเรือง
เทคนิคการดูแลโซฟาตัวโปรด

Built-in พังจะทำอย่างไร ?
ของดีและข้อเสีย ของผนังอิฐมวลเผา

เสริมมงคล ด้วยการจัดห้องพระให้เหมาะสม (ตอนแรก)


เชื่อว่าชาวพุทธทุกครอบครัวนั้นน่าจะมีห้องพระประจำบ้านเพื่อเสริมสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว แต่ก็ยังมีหลายคำถามที่ยังมีคำถามคาใจอยู่ว่าการจัดห้องพระนั้นควรทำอย่างไร จัดวางโต๊ะหมู่อย่างไร ฮวงจุ้ยรวมไปถึงทิศทางต่างๆซึ่งวันนี้เรานำเคล็ดลับมานำทางให้ทุกท่านเพื่อเป็นการเสริมสิริมงคลไปในตัวค่ะ จะได้ไม่จัดวางกันแบบผิดๆโดยเฉพาะวัยหนุ่มสาวปัจจุบัน

ห้องพระควรอยู่ส่วนไหนของบ้าน เชื่อว่าคงมีหลายๆคนสงสัยว่าการจะทำห้องพระนั้นควรอยู่ส่วนไหนซึ่งจริงๆแล้วเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนและใช้หลักการ์ณอย่างเดียวไม่ได้ ต้องใช้หลักฮวงจุ้ยประกอบเพราะพื้นที่ของแต่ละบ้านก็จะแตกต่างกันไป แต่ถ้าสรุปรวมๆคร่าวก็จะสามารถทำให้ช่วยจัดห้องพระได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้เลย ทันที

ไม่ควรทำห้องพระไว้ชั้นล่างเหตุที่บอกว่าไม่ควรจัดห้องพระไว้ด้านล่างของตัวบ้านนั้นเพราะว่าพระเป็นของที่อยู่สูงและควรนำไว้เหนือหัว หากนำไว้ด้านล่างก็อาจจะเสียในเรื่องของฮวงจุ้ยที่ดูกันไว้และเป็นการไม่เหมาะสม แต่ไม่ได้บอกว่าห้องพระนั้นอยู่ขั้นล่างไม่ได้เลยซะทีเดียว ซึ่งหากจะวางห้องพระไว้ด้านล่างก็จะมีข้อจำกัดมากขึ้นการวางตำแหน่งต่างๆก็เริ่มเยอะขึ้นเช่นห้องที่ตรงกับห้องพระชั้นล่าง เป็นห้องอะไร ถ้าเป็นห้องส้วม ห้องนอน ก็ไม่เหมาะสม ควรจะเป็นห้องว่าง ที่ไม่มีคนอยู่ถึงจะใช้ได้ หรือห้องนอนตรงกับห้องพระชั้นล่าง ในกรณีบางบ้านที่มีพื้นที่ต่างระดับ ควรจะเลือกห้องพระให้อยู่ต่างจากห้องอื่น เอาง่ายๆว่าเวลาที่เรานอนตัวเราจะไม่สูงกว่าพระ

ระบายอากาศได้ดีห้องพระควรอยู่ในตำแหน่งที่มีการระบายอากาศได้ดีเพราะการบูชาพระจะต้องจุดธูปเทียนมีควันธูปหากระบายอากาศไม่ดีแล้วล่ะก็อาจจะเกิดเพลิงไหม้ได้ และการไหว้พระ สวดมนต์ ก็จะได้กระทำอย่างมีสมาธิ ไม่มีอะไรรบกวน สามารถทำกจกรรมภายในครอบครัวได้เป็นอย่างดี

ทำเลสงบห้องพระต้องอยู่ในทำเลที่สงบ เป็นมุมที่ไม่พลุกพล่าน เพราะห้องพระต้องการความสงบนิ่ง ไม่ใช่อยู่ในตำแหน่งที่วุ่นวาย เช่น ติดกับห้องเอนเตอร์เทน ที่มีเสียงดังจากทีวี วิทยุ ห้องครัว ซึ่งนอกจากมีเสียงทำกับข้าวแล้ว ยังมีกลิ่นมารบกวนความสงบอีกด้วย หรือห้องรับแขกที่มีเสียงคุยกัน เพราะฉะนั้น การเลือกวางห้องพระเอาไว้ชั้นบน ก็น่าจะหามุมสงบได้ง่ายกว่า เพราะจะมีแต่ห้องนอนเป็นส่วนใหญ่ หรือในกรณีที่จะเลือกด้านหน้าบ้านกับหลังบ้าน ทางฮวงจุ้ยถือว่าตำแหน่งหน้าบ้านเป็นตำแหน่ง โชคลาภ ตำแหน่งหลังบ้านเป็นตำแหน่งบารมี ซึ่งในแง่นี่ก็จะเหมาะสมไปด้วย เพราะตำแหน่งหน้าบ้านจะพลุกพล่าน กว่าตำแหน่งหลังบ้าน ซึ่งจะสงบกว่า

ทิศที่ถูกต้อง
ห้องพระควรหันทิศไปทางตะวันออก หรือทิศเหนือ ซึ่งเป็นทิศมงคล ในการวางพระพุทธรูป

สิ่งที่ต้องระวังจากห้องใกล้เคียงยกตัวอย่างเช่นห้องนอนที่ติดกับห้องพระต้องวางเตียงให้เหมาะคือห้ามวางเตียงโดยที่ปลายเตียงหันเท้าไปที่ห้องพระเพราะเป็นสิ่งศักด์สิทธิ์ทางที่ดีควรจะวางในแนวนอนให้ขวางกับห้องพระ เพื่อเสริมสิริมงคลกับตัวเอง แต่กรณีที่หันหัวเตียงไปที่ห้องพระ ต้องพิจารณาว่า ถ้าตำแหน่งขององค์พระหรือโต๊ะหมู่บูชาไม่ติดกับหัวเตียงก็สามารถวางได้ แต่ถ้าติดกันจะถือว่าเสีย เพราะคนนอนจะได้รับอิทธิพลของธาตุไฟ ทำให้ปวดหัวได้ง่าย นอนไม่ค่อยหลับ

ห้ามเด็ดขาด
ไม่ควรตั้งห้องพระไว้ติดกับห้องส้วมซึ่งมีผลทางฮวงจุ้ยที่บอกว่าห้องส้วมเป็นธาตุน้ำ ห้องพระเป็นธาตุไฟ ถ้ามีความจำเป็นจะต้องวางห้องพระติดกับห้องส้วม ควรหาตู้มาพิงผนังห้องส้วม แล้วหันพระไปทางอื่นที่ไม่ตรงกับห้องส้วม บ้านที่เอาห้องพระวางติดกับห้องส้วม ความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระจะเสื่อม เพราะถูกพลังของธาตุน้ำบั่นทอนนั่นเอง เพราะฉะนั้น ควรหลีกเลี่ยงวางห้องพระติดกับห้องส้วม ถ้ามีความจำเป็นจะต้องวางติดกัน ก็ไม่ควรวางองค์พระพิงผนังห้องส้วม และหาตู้มาพิงด้านที่เป็นกำแพงห้องส้วมเอาไว้ ก็จะถือว่าใช้ได้ และในทางฮวงจุ้ยเชื่อว่า บ้านหรือร้านค้าไม่ควรนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คนภายนอกเห็น เพราะจะมีคนแกล้งเอาของสกปรกมาทำลายสิ่งศักดิ์สิทธ์

แหล่งข้อมูล : 3mbuildingfilm

บทความอื่นๆน่าสนใจ
เสริมมงคล ด้วยการจัดห้องพระให้เหมาะสม (ตอนแรก)
เคล็ดลับการตกแต่งระเบียงคอนโด เป็นพื้นที่สุดเก๋
เทียนหอม ใช้อย่างไรให้หอม
ลงทุนในคอนโด ปลอดภัย ไม่มีเสี่ยง

ค่าใช้จ่าย กรณีเปลี่ยนสัญญาคอนโด
ฮวงจุ้ยนาฬิกา ติดตรงไหนดีสุด

พื้นที่บ้านมีรอยแตกร้าว ส่งผลต่อฮวงจุ้ย
ไอเดียดีๆ เพิ่มสีสันให้ผนัง
วิธีการดูแลโทรทัศน์ให้ใหม่กิ๊ง

คอนโด ตอบโจทย์หลายข้อ
5 ข้อ ตรวจสอบก่อนซื้อคอนโดฯ (ที่ยังไม่สร้าง)
ฮวงจุ้ยสวนหน้าบ้าน

ฮวงจุ้ยคอนโด จัดอย่างไรให้ รุ่งเรือง
เทคนิคการดูแลโซฟาตัวโปรด

Built-in พังจะทำอย่างไร ?
ของดีและข้อเสีย ของผนังอิฐมวลเผา

ฮวงจุ้ยคอนโด เลือกแบบไหนเฮงสุดขีด


      ฮวงจุ้ยคอนโด สำหรับคนที่อยู่คอนโดมิเนียม หรืออพาร์ทเม้นท์ แม้จะเป็นห้องขนาดเล็กหรือใหญ่ ก็ควรให้ความใส่ใจเรื่องฮวงจุ้ยคอนโดบ้างเหมือนกัน วันนี้ CMC Group มีวิธีดูว่าฮวงจุ้ยคอนโดมิเนียมที่ดีเป็นอย่างไร แล้วต้องเลือกคอนโดมิเนียมแบบไหนถึงจะเฮงสุดขีด

      อาจจะเป็นเพราะคอนโดมีให้เลือกหลายลักษณะ แต่ละที่ก็มีดีไซน์ที่ไม่เหมือนกันอีกต่างหาก หลายคนที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม ก็เลยไม่รู้ว่าจะจัดคอนโดตามหลักฮวงจุ้ยยังไงไม่ให้ผิดหลัก หรือคนที่กำลังเล็งจะซื้อคอนโดมิเนียมก็ไม่รู้วาจะเลือกแบบไหนถึงจะดีต่อหลักฮวงจุ้ย 

1. ไม่ควรมีใต้ถุนอยู่ด้านล่างของตึก  
     สำหรับคอนโดมิเนียมที่มีลักษณะเป็นตึกสูง มีใต้ถุนโล่งอยู่ด้านล่าง ถ้าเลี่ยงได้จะดีกว่า เนื่องจากอาคารสูงที่มีใต้ถุนโล่ง ในศาสตร์ของฮวงจุ้ยจะถือว่า เป็นช่องโหว่ที่ทำให้รากฐานไม่มั่นคงแน่นหนา ซึ่งอาจจะส่งผลให้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยสั่นคลอนไปด้วยก็ได้

2. เพ้นท์เฮ้าส์สูงก็ใช่ว่าจะดี
     ใครที่กำลังมองเพ้นท์เฮ้าส์ที่ไหนสักแห่งอยู่ตอนนี้ ขอแนะนำว่าถ้าเลือกได้พยายามอย่าอยู่ชั้นสูงที่สุด เพราะความสูงลิบของเพ้นท์เฮ้าส์ เป็นลักษณะที่ไม่ค่อยมงคลเท่าไรนัก เสี่ยงต่อการโจมตีของศัตรูในหลักของฮวงจุ้ย อีกทั้งยังมีความเสี่ยงในแง่ของโครงสร้างด้วยนะครับ

3. สระว่ายน้ำอยู่ชั้นล่างดีกว่า
     สมัยนี้คอนโดมิเนียมหรืออพาร์ทเม้นท์แทบทุกแห่งเลือกสร้างสระว่ายน้ำบนชั้นกลาง ๆ ของอาคาร อาจจะเพราะบรรยากาศสระว่ายน้ำในชั้นสูงกว่าพื้นดินน่าจะโรแมนติกและสวยงามกว่า แต่ถ้าเป็นหลักฮวงจุ้ย ก็ต้องบอกเลยว่า สระน้ำในชั้นสูงกว่าที่อยู่อาศัย ไม่ใช่ตัวเลือกที่เวิร์กเลยนะครับ เนื่องจากพลังของน้ำจะวนเวียนอยู่เหนือศีรษะของคุณ ก่อให้เกิดพลังที่วุ่นวาย จัดการยาก ฉะนั้นเราก็ควรเลือกคอนโดที่มีสระน้ำอยู่ระดับเดียวกับพื้นดิน หรืออย่างน้อย ๆ ห้องของคุณก็ควรอยู่สูงกว่าชั้นที่เป็นสระน้ำจะดีกว่า

4. ประตูระเบียงกับประตูห้องไม่ควรอยู่ตรงกั
     หากคอนโดมิเนียมของคุณมีระเบียงขนาดใหญ่ และประตูระเบียงก็เป็นกระจกอีกต่างหาก แบบนี้ควรต้องเช็กด่วนเลยว่า ประตูห้องของคุณตรงกับประตูระเบียงหรือไม่ เพราะฮวงจุ้ยคอนโดมิเนียม บอกว่าห้ามตรงกันเด็ดขาด เนื่องจากถ้าตรงกัน พลังงานดีที่ผ่านเข้ามาทางประตูหน้าห้อง จะผ่านออกทางประตูระเบียงไปในทันใด พลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตไปอย่างน่าเสียดายเลยล่ะครับ

5. อพาร์ทเม้นท์ คอมเพล็กซ์ ต้องดูทางเข้าให้ชัวร์
     อพาร์ทเม้นท์ คอมเพล็กซ์ส่วนมาก จะสร้างหลายๆ ห้องเอาไว้ภายใต้ชายคาตึกเดียวกัน และอาจจะแถมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้ให้คุณด้วย แต่ปัญหาของอพาร์ทเม้นท์ลักษณะนี้อยู่ตรงทางเข้าที่มักจะต้องใช้ร่วมกัน หรือหน้าห้องของเราก็เป็นทางผ่านของห้องอื่นๆ ไปด้วย ซึ่งตรงนี้ก็จะส่งผลโดยตรงกับพลังงานชี่ ทำให้เกิดความวุ่นวายสับสนของพลังงานชี่ได้ ดังนั้นให้คุณแก้เคล็ดด้วยการหากระถางต้นไม้มาประดับหน้าห้อง เพื่อปรับสมดุลพลังงานชี่ให้มั่นคงขึ้น

6. จัดส่วนห้องนอนให้แยกต่างหาก
     สำหรับคอนโดมิเนียมแบบห้องสตูดิโอ ห้องเดียวรวมทุกสิ่งอย่างไว้ในนั้นโดยไม่แยกให้เป็นสัดส่วน อาจทำให้พลังงานวนเวียนอย่างสับสน เป็นผลให้ชีวิตขาดความสงบสุขไปด้วย โดยเฉพาะในส่วนห้องนอน ควรต้องมีฉากกั้นเพื่อแยกห้องอย่างชัดเจน และควรหันหัวเตียงไปทางทิศที่เหมาะสม ซึ่งนอกจากไม่ควรวางหัวเตียงไปทางทิศตะวันตกแล้ว ก็ควรต้องเลี่ยงในกรณีที่หัวเตียงอยู่ติดกับห้องครัว เตาแก๊ส หรือห้องน้ำด้วยนะครับ

7. พื้นที่ต้องสะอาด ปราศจากมลพิษจากขยะ
     ฮวงจุ้ยที่ดีซึ่งเป็นพื้นฐานของคอนโดมิเนียม คือ ความสะอาดสะอ้าน โปร่ง สว่าง และต้องไม่ติดอยู่กับพื้นที่ที่เป็นแหล่งขยะ หรือของหมักหมมใด

8. ใกล้ลิฟต์ หรือบันได ต้องเลี่ยง
     ห้องคอนโดมิเนียมที่ติดกับส่วนบันได หรือข้างลิฟต์ไม่ใช่ที่มงคลนัก เนื่องจากบริเวณนี้จะมีผู้คนเดินไป-มาวุ่นวาย พลังงานต่าง ๆ ก็จะหนักหน่วงจนอาจส่งผลกระทบไปถึงคุณได้

9. คอนโดต้องไม่อยู่สุดทางเดิน หรือบริเวณมุมอับ
     บริเวณสุดทางเดินเป็นทางตัน ซึ่งหมายถึงความอึดอัด หาหนทางไปไหนไม่ได้อีก แถมยังอาจจะอับทึบ มืดมนเพิ่มความสลัวให้คนอยู่อาศัยได้อีกด้วย

10. เลือกดูหลาย ๆ ที่จนแน่ใจ
     ไม่ว่าจะเป็นอพาร์ทเม้นท์ คอนโดมิเนียม หรือแม้แต่บ้าน สิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณอยู่สุขสบายก็ไม่ใช่แค่เรื่องของโครงสร้างเท่านั้น แต่รวมไปถึงสภาพแวดล้อมรอบด้าน และความสะดวกสบายของทำเลที่ตั้งด้วย ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจเลือกคอนโดสักหลัง ลองศึกษา และสำรวจในหลาย ๆ ที่จะดีกว่า จะได้ไม่เสียดายภายหลังนะครับ

     แม้จะค่อนข้างเป็นเรื่องของความเชื่อและเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่หลักฮวงจุ้ยที่อยู่อาศัยก็ยังเป็นที่สนใจของใครหลายคน เพราะถ้ามองกันตามจริงแล้วก็คงต้องบอกว่า การจัดที่พักอาศัยตามหลักฮวงจุ้ยไม่เพียงแต่ช่วยให้เรารู้สึกสบายใจมากขึ้นเท่านั้น ทว่าหลักฮวงจุ้ยยังเป็นการดีไซน์การตกแต่งที่อำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตของทุกคนในบ้านได้อีกด้วยนะครับ

เรียบเรียง : ฤทธิ์ษณะ น้อยกมล

แหล่งข้อมูล : reviewyourliving.com

บทความอื่นๆน่าสนใจ
ฮวงจุ้ยคอนโด เลือกแบบไหนเฮงสุดขีด
8 สิ่งที่ควรรู้ก่อนออกไปอยู่คอนโดด้วยตัวเอง
10 ข้อแนะนำ ก่อนซื้อบ้าน-คอนโดหลังแรก
9 ข้อควรคำนึง ก่อนเช่าคอนโด
ไอเดียเก็บจักรยานแบบประหยัดพื้นที่ ตอน ติดผนังในลานจอดรถ

แบบห้องทำงาน สไตล์โมเดิร์น
ตกแต่งคอนโดมิเนียม แบบดูเพล็กซ์ ด้วยโทนสีขาวดำ
DIY ชั้นวางของ ทำง่ายๆ จากวัสดุที่มีในบ้าน
6 เหตุผลที่ควรลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก่อนอายุ 30 ปี 
ตรวจสอบความพร้อมก่อนที่จะเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียม
ค่าใช้จ่ายทางการเงิน สำหรับการซื้อห้องชุดคอนโดฯ
เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อบ้าน
กำจัดกลิ่นในตู้เย็น

8 สิ่งที่ควรรู้ก่อนออกไปอยู่คอนโดด้วยตัวเอง


หลายต่อหลายคน ต้องการออกจากบ้านเพื่อไปอาศัยในคอนโดมิเนียม หรือห้องชุด เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทางหรือความเป็นอิสระในหลายอย่าง แต่ก่อนที่จะออกไปอยู่คอนโดมิเนียมเอง มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ควรทราบ  วันนี้ CMC Group มี 8 สิ่งที่ควรรู้ก่อนออกไปอยู่คอนโดมาฝากครับ 

1. วางแผน   
     ตอนที่อยู่บ้านเราอาจจะไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย หากมีอะไรชำรุดก็เรียกช่างมาซ่อมโดยที่ค่าใช้จ่ายส่วนนั้นเป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ เมื่อถึงเวลาที่ต้องออกไปอยู่คอนโดมิเนียม และต้องใช้ใช้ชีวิตคนเดียว สิ่งที่ควรคิดถึง นอกจากการแต่งห้องให้สวยงามแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าที่พักและค่าบำรุงซ่อมแซมอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมท่อประปา สายไฟฟ้า และอุปกรณ์อื่น ซึ่งหากเกิดความเสียหาย ก็ต้องเป็นผู้ดูแลด้วยตัวเอง

2. ออมเงิน
    นอกจากจะเก็บเงินเพื่ออนาคตของตัวเองแล้ว ยังต้องออมเงินเพื่อห้องในอนาคตของอีกด้วย หาเป็นกรณีที่ต้องเช่าคอนโดมิเนียมอยู่เพราะเจ้าของห้องพักหรือเจ้าของบ้านนั้น อาจจะขอขึ้นค่าเช่าก็ได้ ฉะนั้นคุณก็ควรมีเงินสำรองไว้ในส่วนนี้ด้วย นอกจากนี้คุณควรเผื่อค่าใช้จ่ายเอาไว้ในกรณีที่คุณต้องซื้อเฟอร์นิเจอร์เข้าห้อง ทั้งเตียงนอน ตู้ และโต๊ะ หากไม่มีเงินสำรองเอาไว้ ต่อให้ทำเลดี ใกล้ที่ทำงานแค่ไหน สุดท้ายคุณก็ต้องตัดใจอยู่ดี

3. สัญญาเช่า
    หลาย ๆ คนอาจจะเซ็นสัญญาเช่าโดยที่ไม่อ่านเนื้อความข้างในสักนิด เพราะคิดว่าคงไม่มีเนื้อหาอะไรมาก นอกจากข้อห้ามต่าง ๆ เหมือนกับที่พักอื่นๆ ทั่วไป แต่รู้หรือเปล่า ว่ามันอันตรายมาก หากโชคร้ายเจอกับเจ้าของคอนโดมิเนียม ที่คิดไม่ซื่ออาจทำให้คุณเสียเปรียบได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้นก่อนเซ็นสัญญาเช่าคุณควรอ่านเนื้อหาให้ละเอียด อย่างเข้าใจและจดจำให้แม่น เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง เสียเวลาสักนิด ดีกว่ามานั่งเสียใจภายหลังนะคะ

4. เพื่อนร่วมห้อง
    คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจหรอกนะ ดังนั้นก่อนจะชวนใครมาอยู่ด้วยกัน ก็ควรศึกษานิสัยใจคอกันให้ดี ถึงแม้จะเป็นเพื่อนของคุณเองก็ตาม เพราะคุณกับเพื่อนอาจจะทะเลาะกันหลังจากที่ย้ายมาอยู่ด้วยกันแล้วก็ได้ แต่ถ้าคุณตัดสินใจที่จะอยู่ร่วมกับเพื่อนของคุณหรือใครก็ตามล่ะก็ ควรทำข้อตกลง และพูดคุยกันไว้ก่อนดีกว่า เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันจะได้ไม่มีปัญหาตามมา

5. ของใช้ส่วนตัว 
    ไม่ว่าคุณจะผูกพันกับสิ่งของต่างๆ ภายในบ้านมากแค่ไหน หากสิ่งใดไม่จำเป็นก็ควรตัดใจทิ้งไว้ที่บ้านจะดีกว่า เพราะห้องพักส่วนใหญ่นั้นมีพื้นที่ไม่เพียงพอที่จะเก็บของของคุณได้ทั้งหมด พวกของใช้ส่วนตัวอย่างเช่น สบู่ ยาสีฟัน ฯลฯ ควรซื้อใหม่ดีกว่า ส่วนเสื้อผ้าและของอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องติดตัวมามากนักก็ได้ ยิ่งเป็นสาวกการช้อปปิ้งด้วยแล้ว เหลือพื้นที่สำหรับของที่คุณจะซื้อเข้ามาเพิ่มจะดีกว่า แถมยังช่วยลดภาระตอนขนย้ายได้อีกด้วย

6. ทำความสะอาด
    อย่าลืมทำความสะอาดห้องเก่าของคุณก่อนจะย้ายออกไปอยู่คอนโดมิเนียมให้เรียบร้อย ฝุ่นตามมุมห้อง คราบสกปรกในห้องน้ำ และนำของที่คุณไม่ใช้แล้วออกไปทิ้ง เว้นห้องไว้สำหรับใช้ประโยชน์อื่นๆ อาจจะเปลี่ยนเป็นห้องนอนแขก หรือห้องแต่งตัวก็ได้ ที่สำคัญจะได้ไม่กลับมาเป็นภาระให้คนในบ้าน ส่วนห้องใหม่ที่คุณจะเข้าไปอยู่ก็ควรทำความสะอาดก่อนสักหนึ่งรอบ เพื่อสุขภาพอนามัยของคุณเอง

7. อาหาร
    ที่พักหลาย ๆ แห่งอาจจะห้ามทำอาหารภายในที่พัก เพื่อป้องกันอัคคีภัย ที่เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร หรือแก๊สหุงต้มระเบิด ดังนั้นจะพบว่าชาวหอพักส่วนใหญ่นิยมซื้ออาหารเข้ามารับประทาน ทั้งสะดวกและประหยัดเวลา แต่ถ้าคุณอยากประหยัดเงินด้วยการทำอาหารเอง ก่อนจะทำสัญญาหรือวางเงินมัดจำ คุณควรถามเจ้าของที่พักให้มั่นใจเสียก่อนว่าสามารถประกอบอาหารบนหอพักได้หรือเปล่า

8. ข้าวของเครื่องใช้
     ไม่จำเป็นต้องซื้อเก็บไว้ล่วงหน้า ลองมองหาของภายในบ้านดูก่อน เช่น พวกจานชาม อุปกรณ์ทำความสะอาดต่างๆ หากที่บ้านของคุณมีก็สามารถนำไปใช้ได้ เพราะถือเป็นของจำเป็นอย่างหนึ่งเช่นกัน แล้วค่อยซื้อเพิ่มตอนที่คุณย้ายเข้าไปอยู่แล้วก็ได้ เพราะในเวลานั้นคุณเช็คได้ว่ามีสิ่งของอะไรที่คุณต้องซื้อเพิ่มบ้าง นอกจากจะได้ความสะดวกแล้ว ยังประหยัดเงินในกระเป๋าของอีกด้วย 

      นอกจากนี้แล้วควรคำนึงถึงความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมของที่พักด้วย โดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องอาศัยอยู่คนเดียว นอกจากข้อมูลในอินเทอร์เน็ตแล้ว ควรจะออกไปดูสถานที่จริงด้วย เพื่อให้เกิดการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เพียงเท่านี้ก็จะสามารถตัดสินใจว่าเราพร้อมที่จะอยู่คอนโมิเนียมแล้วหรือยัง


เรียบเรียง : ฤทธิ์ษณะ น้อยกมล
แหล่งข้อมูล: home.kapook.com


บทความอื่นๆน่าสนใจ
8 สิ่งที่ควรรู้ก่อนออกไปอยู่คอนโดด้วยตัวเอง
10 ข้อแนะนำ ก่อนซื้อบ้าน-คอนโดหลังแรก
9 ข้อควรคำนึง ก่อนเช่าคอนโด
ไอเดียเก็บจักรยานแบบประหยัดพื้นที่ ตอน ติดผนังในลานจอดรถ

แบบห้องทำงาน สไตล์โมเดิร์น
ตกแต่งคอนโดมิเนียม แบบดูเพล็กซ์ ด้วยโทนสีขาวดำ
DIY ชั้นวางของ ทำง่ายๆ จากวัสดุที่มีในบ้าน
6 เหตุผลที่ควรลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก่อนอายุ 30 ปี 
ตรวจสอบความพร้อมก่อนที่จะเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียม
ค่าใช้จ่ายทางการเงิน สำหรับการซื้อห้องชุดคอนโดฯ
เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อบ้าน
กำจัดกลิ่นในตู้เย็น

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เคล็ดลับการตกแต่งระเบียงคอนโด เป็นพื้นที่สุดเก๋

หลายคนทุ่มเทอย่างมากในการตกแต่งคอนโดเพื่อให้ได้ดั่งที่ตั้งใจ หลายคนผสมผสานความเป็นตัวเองลงไปหวังให้ผู้มาเยี่ยมเยือนได้เห็นสิ่งที่เราเป็น แต่คงไม่บ่อยครั้งมากนักที่จะมีแขกมา ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากอวดสไตล์ในการตกแต่งบ้านเราขอแนะนำพื้นตรงระเบียง นอกจากจะตกแต่งได้สวยงามแล้วยังได้อวดให้คนภายนอกเห็นอีกด้วย
ขนาดของระเบียงเป็นอุปสรรคไหม?
ถ้าใครคิดว่าการตกแต่งระเบียงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับระเบียงเล็กคิดผิดถนัด จริงอยู่ว่าพื้นที่ขนาดเล็กย่อมเสียเปรียบระเบียงที่มีพื้นที่กว้าง แต่ของแบบนี้มันอยู่ที่กึ๋นและการตกแต่งอย่างถูกวิธี ความลึกของระเบียงเพียง 70 ซม. ก็สามารถเนรมิตเป็นลานอาหารเย็นแสนโรแมนติกหรือสวนสวยกลางเมืองใหญ่ได้ไม่ยาก
เตรียมความพร้อม
1. การใช้งาน ก่อนเริ่มตกแต่งควรกำหนดจุดประสงค์ให้ได้ก่อนว่าจะใช้ทำอะไร เช่น จัดสวน, มุมกาแฟตอนเช้า, มุมอาหารเย็น เป็นต้น เพื่อที่จะสามารถวางแผนการซื้อของได้อย่างถูกต้อง
2. วางแปลน เริ่มจากวัดพื้นที่ แล้วหาตำแหน่งวางของชิ้นหลัก และชิ้นรอง ตามลำดับ เช่น จะทำสวนที่มีน้ำพุ ควรคำนวณพื้นที่และขนาดของน้ำพุให้เหมาะสม และหามุมสักมุมเพื่อวางน้ำพุ
3. สไตล์ กำหนดสไตล์การตกแต่งให้ชัดเจน จากนั้นเลือกสีหลักที่เข้ากันกับสไตล์ที่เลือก รวมไปถึงวัสดุและรูปทรงที่นำมาตกแต่งก็มีส่วนสำคัญ
ไอเดียการตกแต่ง
1. จัดสวน
การจัดสวนในระเบียงเป็นที่นิยมกันมาก ทั้งสวนแนวตั้ง สวนถาดหรือสวนในแก้ว เพราะใช้พื้นที่ไม่มาก สะดวกและง่ายต่อการดูแล หลักการจัดสวนในระเบียงควรดูพื้นที่ก่อน และทำการปรับพื้นก่อน อาจหาวัสดุเช่นไม้ กรวด หรือหญ้ามาปูพื้น, การเลือกต้นไม้ควรดูทิศทางของแสง เพราะต้นไม้แต่ละชนิดต้องการแสงไม่เท่ากัน, กระถางก็มีส่วนสำคัญ กระถางสำหรับต้นไม้ต้นใหญ่ ขนาดของกระถางก็ต้องใหญ่ตามไปด้วย, การจัดวางควรทำการเล่นระดับ หาจุดดึงดูดอาจเป็นต้นไม้ต้นใหญ่หรือน้ำพุก็ได้
2. โต๊ะทานข้าว
หากคุณเบื่อกับที่ทานข้าวเดิมๆ ลองเติมบรรยากาศดีเพิ่มรสชาติให้มื้ออาหารอร่อยมากขึ้น โดยการเนรมิตพื้นที่ระเบียง เป็นโต๊ะทานอาหารค่ำเล็กๆ ภายในแสงเทียนสลัวๆ ง่ายๆ เพียงหาชุดโต๊ะและเก้าอี้ที่มีขนาดพอเหมาะกับพื้นที่ ตกแต่งบรรยากาศรอบๆ ด้วยต้นไม้เล็กๆ สักนิด รูปปั้นน่ารักๆ สักหน่อย หรือจะเพิ่มความเก๋ด้วยการปูพื้นด้วยแผ่นไม้สำเร็จรูป หรือจะเป็นหญ้าเทียมก็ดูดีไม่เบา
3. มุมกาแฟยามเช้า
กาแฟหอมกรุ่นกับแสงแดดอ่อนๆ ตอนเช้า คงทำให้หลายคนยอมลุกจากเตียงก่อนเสียงนาฬิกาจะปลุก ไอเดียการเนรมิตระเบียงธรรมดาให้กลายเป็นมุมจิบกาแฟง่ายๆ เพียงหาโซฟาขนาดพอเหมาะ หรือทำบิ้วอินติดไปเลย หาเบาะพร้อมหมอนอิงหลากสี ประดับต้นไม้นิดๆ หน่อยๆ แค่นี้ก็เก๋แล้ว

แหล่งข้อมูล : 3mbuildingfilm
บทความอื่นๆน่าสนใจ
เคล็ดลับการตกแต่งระเบียงคอนโด เป็นพื้นที่สุดเก๋
เทียนหอม ใช้อย่างไรให้หอม

ลงทุนในคอนโด ปลอดภัย ไม่มีเสี่ยง

ค่าใช้จ่าย กรณีเปลี่ยนสัญญาคอนโด
ฮวงจุ้ยนาฬิกา ติดตรงไหนดีสุด

พื้นที่บ้านมีรอยแตกร้าว ส่งผลต่อฮวงจุ้ย
ไอเดียดีๆ เพิ่มสีสันให้ผนัง
วิธีการดูแลโทรทัศน์ให้ใหม่กิ๊ง

คอนโด ตอบโจทย์หลายข้อ
5 ข้อ ตรวจสอบก่อนซื้อคอนโดฯ (ที่ยังไม่สร้าง)
ฮวงจุ้ยสวนหน้าบ้าน

ฮวงจุ้ยคอนโด จัดอย่างไรให้ รุ่งเรือง
เทคนิคการดูแลโซฟาตัวโปรด

Built-in พังจะทำอย่างไร ?
- ของดีและข้อเสีย ของผนังอิฐมวลเผา

เทียนหอม ใช้อย่างไรให้หอม


เทียนหอม นอกจากจะช่วยในการผ่อนคลายแล้ว ยังสามารถนำมาวางเป็นของตกแต่งได้อีกด้วย ซึ่งเราได้พูดถึง วิธีการเลือกซื้อเทียนหอม ... สำหรับแต่งบ้าน กันไปแล้ว คราวนี้เราจะมาพูดถึงข้อแนะนำในการจุดเทียนหอม ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

การจุดเทียนหอม
เนื่องจากเทียนหอมไม่สามารถกระจายกลิ่นได้ไกล ดังนั้นเราควรใส่ใจกับตำแหน่งและการวางที่ถูกต้อง เพื่อให้กลิ่นของเทียนหอมกระจายได้อย่างทั่วถึงมากที่สุด

ภาชนะรอง
การจุดเทียนหอมแบบก้อน ควรหาภาชนะมาวางรอง เพราะการจุดเทียนแต่ละครั้งจะมีเปลวเทียนและน้ำตาเทียนออกมา ดังนั้นภาชนะที่วางรองควรมีขนาดใหญ่กว่าเทียนพอสมควร และควรเลือกใช้ภาชนะที่ทำจากแก้วหรือเซรามิค

จุดวางเทียนหอม
ควรวางเทียนไว้ต้นลม และวางในห้องที่มีอากาศถ่ายเทตลอด เพื่อให้กลิ่นของเทียนหอมกระจายได้ทั่วห้อง และไม่ควรวางไว้ใต้เครื่องปรับอากาศ เพราะเครื่องปรับอากาศมักมีระบบฟอกอากาศและกลิ่น ทำให้กลิ่นของเทียนหอมหายไปได้

ไส้เทียน
การจุดเทียนหอมจะมีสายควันลอยขึ้นมา นอกจากจะเป็นตัวกระจายกลิ่นแล้วยังสร้างความสวยงามให้ห้องได้อีกด้วย หากใส้เทียนยาวเกินไป สายควันจะฟุ้งไม่สวย ควรเล็มไส้เทียนให้สั้นลง ให้มีขนาดไม่เกิน 5 มิลลิเมตร

ระยะเวลา
ในการจุดเทียนหอมแต่ละวันควรจุดในเวลาที่พอดี ไม่ใช่จุดตลอดเวลา ซึ่งในหนึ่งวันควรจุด 2-3 ชั่วโมง ก็เพียงพอแล้ว หากจุดนานหรือจุดติดต่อกัน อาจทำให้กลิ่นฉุนเกินไป

การเก็บรักษา
การดับเทียนควรใช้ฝาปิดให้สนิท เพื่อไม่ให้เกิดควันและมีอากาศเข้าไป เทียนหอมสามารถอยู่ได้นาน 2-3 ปี ส่วนที่ใช้แล้วอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี ควรเก็บไว้ในที่ไม่มีแสงแดดสาดเข้ามา เพราะความร้อนและอุณหภูมิที่สูงเกินไปมีผลต่อเทียนหอม

กลิ่นแนะนำ
Floral เป็นกลิ่นหอมออกหวานๆ ของดอกไม้ ให้อารมณ์โรแมนติก สบายๆ เช่นกลิ่น Mimosa
Citrus เป็นกลิ่นประเภทหอม สดชื่นของพวกส้ม ให้ความรู้สึก ผ่อนคลาย เช่นกลิ่น lemon blossom
Fruity เป็นกลิ่นประเภทเย็น สดชื่น สะอาด ให้ความรู้สึกกระตุ้น กระชุ่มกระชวย เช่น กลิ่น Red Peach

แหล่งข้อมูล : 3mbuildingfilm


บทความอื่นๆน่าสนใจ
เทียนหอม ใช้อย่างไรให้หอม
ลงทุนในคอนโด ปลอดภัย ไม่มีเสี่ยง

ค่าใช้จ่าย กรณีเปลี่ยนสัญญาคอนโด
ฮวงจุ้ยนาฬิกา ติดตรงไหนดีสุด

พื้นที่บ้านมีรอยแตกร้าว ส่งผลต่อฮวงจุ้ย
ไอเดียดีๆ เพิ่มสีสันให้ผนัง
วิธีการดูแลโทรทัศน์ให้ใหม่กิ๊ง

คอนโด ตอบโจทย์หลายข้อ
5 ข้อ ตรวจสอบก่อนซื้อคอนโดฯ (ที่ยังไม่สร้าง)
ฮวงจุ้ยสวนหน้าบ้าน

ฮวงจุ้ยคอนโด จัดอย่างไรให้ รุ่งเรือง
เทคนิคการดูแลโซฟาตัวโปรด

Built-in พังจะทำอย่างไร ?
ของดีและข้อเสีย ของผนังอิฐมวลเผา