แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตกแต่งบ้าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตกแต่งบ้าน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

วิธีเดินสายไฟ ให้กลายเป็นงานศิลปะตกแต่งบ้าน

      บางครั้งการเดินสายไฟในบ้านหรือคอนโด เพิ่มเติมจากจุดเดิมที่มีอยู่อาจยุ่งยากลำบากใจ เพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้สายไฟที่เพิ่มเติมขึ้นมาใหม่ ไม่ให้รก เกะกะ หรือเดินสะดุด วันนี้ ขอนำเสนอไอเดียในการเดินสายเพิ่มเติมให้กับบ้านหรือคอนโดของเราซึ่งนอกจากจะ ได้ประโยชน์แล้ว ยังได้งานศิลปะสวยๆ อีกด้วยครับ 


7
5
1

6
9

12
14
13

คงได้ไอเดียสวยๆ สำหรับการเดินสายไฟสำหรับบ้านของเราแล้วละครับ 

เรียบเรียง : ฤทธิ์ษณะ น้อยกมล

ข้อมูล : decor.mthai.com




บทความอื่นๆน่าสนใจ
- วิธีเดินสายไฟ ให้กลายเป็นงานศิลปะตกแต่งบ้าน
- The Cubitat กล่องสี่เหลี่ยมเอนกประสงค์
- เจาะลึก 8 กลยุทธ์ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ฮ็อตฮิตของโลก
- เลือกคอนโดฯ ใกล้รถไฟฟ้า ให้ถูกฮวงจุ้ย
-
วางแผนระบบพลังงานภายในบ้าน สิ่งที่จำเป็นที่ต้องจัดเตรียมล่วงหน้า
- 5 Gadget สุดฮิตที่จะเนรมิตรบ้านให้เป็น Smart Home
- แก้ปัญหาพื้นที่เล็กๆบนคอนโด
- 9 จุด เตรียมบ้านรับหน้าฝน
- 5 ข้อห้ามลืม ออกแบบห้องน้ำแคบให้ดูกว้าง ใช้สะดวกสบาย
- วิธีการคำนวณค่าเช่าคอนโดเพื่อเพิ่มตอบแทน
- 6 วิธี ตกแต่งห้องน้ำให้สดใส มีชีวิตชีวา
- 10 ไอเท็มบนโต๊ะทำงานที่คุณควรจะมี
- 8 ยอดกลยุทธ์ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
- วิธีการตรวจรับห้องคอนโด อย่างง่าย
- ทุกวันนี้เราต้องเสียภาษีอะไรกันบ้าง
- ผ่อนสั้นหรือผ่อนยาว สำหรับซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม อันไหนดีกว่ากัน
- สวนกระถาง สวนเล็กๆ ในบ้านให้ความสดใสให้กับชีวิต
- 10 ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมสำหรับการซื้อบ้านและคอนโด

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เสริม “ฮวงจุ้ย” ห้องนอนลูกรัก

      พลังงานและพัฒนาการของเด็กมีความแตกต่างจากของผู้ใหญ่ค่อนข้างมากการจัดห้อง ลูกรักในบ้านหรือคอนโด สิ่งที่ต้องตามหลักฮวงจุ้ย ให้กับห้องนอนของลูก เพื่อสร้างความสดชื่นกระตือรือร้นพร้อมเปิดรับทุกการเรียนรู้อย่างสดใส วันนี้เรามีวิธีการจัดห้องสำหรับลูกน้อยมาฝากครับ


     มาเริ่มกันที่สีห้องกันก่อน   สีที่สดใส จะกระตุ้นให้ลูกน้อยมีพลังในการเรียนรู้มากกว่าห้องที่ไร้สีสัน และหากเขาโตพอ การปล่อยให้เขาได้เป็นคนเลือกสีสำหรับตกแต่งห้องเองก็ดีไม่น้อยเพราะเขาจะ รู้สึกเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวและเกิดความภูมิใจที่ได้เป็นผู้ ตัดสินใจด้วยตัวเอง

     โดยสีเหลืองเป็นสีแห่งความสนุกสนานความฉลาดรอบรู้สดใสร่าเริง สีส้มเป็นสีแห่งความสร้างสรรค์ความกระตือรือร้น สีเขียวเป็นสีที่ให้ความรู้สึกร่มเย็นทำให้ประสาทตาผ่อนคลายจะช่วยให้หาย เหนื่อย สีฟ้าเป็นสีที่ได้รับการยอมรับว่าจะช่วยให้นอนหลับได้ลึกที่สุด การนำสีมาใช้กับลูกนั้นอาจจะใช้ผ่านสีห้องข้าวของเครื่องใช้เสื้อผ้า

    ที่สำคัญไม่ควรมีภาพที่เร้าความรู้สึกตื่นเต้นน่ากลัว ไม่นำของเล่นประเภทดาบกระบี่หรือของมีคมอื่นๆ ไว้ในห้องนอนยังไม่ควรมีคอมพิวเตอร์เครื่องเล่นเกมโทรทัศน์ของตกแต่งที่ดู น่ากลัวไว้ในห้องนอนลูก




      หลีกเลี่ยงเตียงนอนสองชั้น เตียงแบบนี้เด็กที่นอนอยู่ด้านล่างจะมีพลังชี่กดทับทำให้พัฒนาการและการเติบ โตของเด็กไม่เต็มศักยภาพ ส่วนเด็กที่นอนอยู่ด้านบนก็อาจจะอึดอัดได้เช่นกันหากฝ้าเพดานห้องนอนนั้นไม่ สูงพอขอแนะนำให้เลือกที่นอนเป็นเตียงแบบทั่วไปจะดีกว่า



     เตียงนอน ตำแหน่งของเตียงนอน จะต้องเลี่ยงศรพิฆาตหมายถึงการเลี่ยงมุมแหลมต่างๆ ที่ทิ่มใส่ร่างกายของเด็ก หลีกเลี่ยงประตูห้องน้ำและบนหัวเตียงไม่ควรเป็นหน้าต่างเพื่อป้องกันความ ชื้นจากภายนอกทำให้ลูกเป็นภูมิแพ้ได้





      โต๊ะหนังสือ ควรอยู่ในมุมที่มองเห็นวิวได้ไกลด้วยการหันออกไปทางหน้าต่างเป็นการเกิด จินตนาการความคิดของลูกให้เต็มที่ไม่ควรหันหน้าเข้ากำแพงและหันหลังให้ประตู เด็ดขาดเพราะจะทำให้ปิดกั้นจินตนาการของเด็กเสียสมาธิกลายเป็นเด็กสมาธิสั้น อีกด้วย



เรียบเรียง : ฤทธิ์ษณะ น้อยกมล
แหล่งข้อมูล : อาจารย์เมย์ / AjanMay.com , http://www.homedeedeeforyou.com  ,  home.sanook.com




บทความอื่นๆน่าสนใจ
- เสริม “ฮวงจุ้ย” ห้องนอนลูกรัก
- The Cubitat กล่องสี่เหลี่ยมเอนกประสงค์
- เจาะลึก 8 กลยุทธ์ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ฮ็อตฮิตของโลก
- เลือกคอนโดฯ ใกล้รถไฟฟ้า ให้ถูกฮวงจุ้ย
-
วางแผนระบบพลังงานภายในบ้าน สิ่งที่จำเป็นที่ต้องจัดเตรียมล่วงหน้า
- 5 Gadget สุดฮิตที่จะเนรมิตรบ้านให้เป็น Smart Home
- แก้ปัญหาพื้นที่เล็กๆบนคอนโด
- 9 จุด เตรียมบ้านรับหน้าฝน
- 5 ข้อห้ามลืม ออกแบบห้องน้ำแคบให้ดูกว้าง ใช้สะดวกสบาย
- วิธีการคำนวณค่าเช่าคอนโดเพื่อเพิ่มตอบแทน
- 6 วิธี ตกแต่งห้องน้ำให้สดใส มีชีวิตชีวา
- 10 ไอเท็มบนโต๊ะทำงานที่คุณควรจะมี
- 8 ยอดกลยุทธ์ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
- วิธีการตรวจรับห้องคอนโด อย่างง่าย
- ทุกวันนี้เราต้องเสียภาษีอะไรกันบ้าง

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

วิธีการคำนวณค่าเช่าคอนโดเพื่อเพิ่มตอบแทน

ปัจจุบันการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับใครหลายคน  และส่วนใหญ่ก็จะลงทุนไว้สำหรับการปล่อยเช่า แล้วก็จะพบกับปัญหาในการตั้ง ราคาเช่าคอนโด บ้าน ที่ดิน ตั้งอย่างไรให้ราคาถูกต้องไม่สูงหรือต่ำกว่าราคาตลาดมากเกิน

http://www.cmc.co.th/files/picture/news/main/news-main-448-1433489667.jpg


 4 วิธีการคำนวณค่าเช่าเพื่อเพิ่มตอบแทนและสามารถปล่อยเช่าให้ได้เร็วที่สุด

               1.เปรียบเทียบกับอสังหาริมทรัพย์ที่ใกล้เคียง กันแต่ก็มีหลายๆปัจจัยที่เข้ามาเป็นตัวกำหนดราคา  เช่นทำเลที่ตั้ง ขนาดพื้นที่   หรือระดับคุณภาพ  การออกแบบ ชื่อเสียงของแบรนด์ ส่วนสิ่งที่ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบคือทำเลที่แตกต่างกัน ห้องที่ตกแต่งพร้อมอยู่ กับห้องเปล่า อาคารสูง อาคารเตี้ย   ห้ามนำมาเปรียบเทียบรวมกัน  เมื่อนำกลุ่มที่ใกล้เคียงกันมาเปรียบเทียบกันไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้เราได้รู้ราคาที่เช่าที่เหมาะสม มากขึ้น  เป็นวิธิที่จะทำให้ค่าเช่าใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด

                2.เปรียบเทียบจากอัตราค่าจ้างในทำเลนั่น ๆ   โดยคำนวณว่าพื้นที่นั้นให้อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณกี่เปอร์เซ็น (%) แล้วนำอัตราผลตอบแทนนั้นไปคิดหาค่าใช่จากต้นทุนที่ซื้อมา
ตัวอย่าง การคำนวณค่าเช่า คอนโดย่าน สุขุมวิทตอนกลาง ราคา 6,300,000 บาท อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยจากค่าเช่า (Rental Yield) ในย่านนี้อยู่ที่ประมาณ 6% ต่อปี สามารถหาค่าเช่าได้จากสูตร



จะได้ว่า 6,300,000 x 6% เท่ากับ 378,000 บาทต่อปี คิดค่าเช่าเป็นต่อเดือนจะได้ 330,000 บาท/12 เดือน เท่ากับ 31,500 บาทต่อเดือน เพียงเท่านี้เราก็สามารถกำหนดค่าเช่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ของเราได้แล้ว

3.กำหนดค่าเช่าโดยคิดเป็นต่อตารางเมตรหรือต่อตารางวา
วิธีนี้เป็นวีธีการกำหนดราคาที่ง่าย เพราะแค่มีอสังหาที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ก้สามารถนำมาปรับใช้กับของเราได้แล้ว  วิธีนี้ส่วนใหญ่มักจะใหญ่กับการคำนวณราคาเช่าคอนโดมิเนียม   หรืออาคารสำนักงาน 

ตัวอย่าง การ คำนวณค่าเช่า สมมุติอสังหาริมทรัพย์ที่จะนำมาเปรียบเทียบมีลักษณะใกล้เคียงกับทรัพย์ของ เรา โดยมีรายละเอียด ดังนี้ คอนโด (ของเราเอง) ขนาด 1 ห้องนอน 32 ตารางเมตร คอนโด (ใช้สำหรับเปรียบเทียบ) ขนาด 1 ห้องนอน 27 ตารางเมตร ราคา 2,800,000 บาท ปล่อยเช่า 15,000 บาทต่อเดือน เมื่อนำคอนโดที่ ใช้เปรียบเทียบมาคำนวณค่าเช่าต่อตารางเมตรได้เป็น18,000 บาท/30 ตารางเมตร เท่ากับ 500 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ถ้าคอนโดของเราขนาด 32 ตารางเมตร ดังนั้นปล่อยค่าเช่าได้เท่ากับ 32 ตารางเมตร x 600 บาท เท่ากับ 19,200 บาทต่อเดือน ง่ายๆแค่นี้ก็จะได้ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ของเราแล้วคะ

4.สอบถามนายหน้าหรือคนที่เคยปล่อยเช่าในโครงการเดียวกันกัน แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือ การสอบถามค่าเช่าจากนายหน้ามักจะได้ราคาที่อาจจะไม่จริง นายหน้าบางคนอาจจะต้องการจูงใจให้เราใช้บริการนายหน้าถึงจะได้ค่าเช่าสูง กว่าระดับปกติ บางครั้งการสอบถามกับคนในโครงการเดียวกันซึ่งเคยปล่อยเช่าอยู่แล้วจะได้ ข้อมูลที่เป็นจริงมากกว่า

 4 วีธีง่ายที่จะทำให้เราได้นำไปคำนวณค่าเช่าสำหรับคอนโด บ้าน ที่ดิน  ลองนำไปปรับใช้ตามความถนัดเพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะที่สุดและเป็นนักลงทุนการปล่อยเช่าคอนโด บ้าน ที่ ดินได้มีอย่างมีประสิทธิภาพคะ



บทความอื่นๆน่าสนใจ
- วิธีการคำนวณค่าเช่าคอนโดเพื่อเพิ่มตอบแทน
- 6 วิธี ตกแต่งห้องน้ำให้สดใส มีชีวิตชีวา
- 10 ไอเท็มบนโต๊ะทำงานที่คุณควรจะมี
- 8 ยอดกลยุทธ์ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
- วิธีการตรวจรับห้องคอนโด อย่างง่าย
- ทุกวันนี้เราต้องเสียภาษีอะไรกันบ้าง
- ผ่อนสั้นหรือผ่อนยาว สำหรับซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม อันไหนดีกว่ากัน
- สวนกระถาง สวนเล็กๆ ในบ้านให้ความสดใสให้กับชีวิต
- 10 ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมสำหรับการซื้อบ้านและคอนโด
- ไอเดียแต่งสวนสวยด้วยหญ้าเทียม
- การเลือกใช้สีตามหลักภูมิปัญญาจีน
- การตกแต่งสไตล์ minimalist
- ตกแต่งบ้านหรือคอนโดหลังแรก
- ตกแต่งคอนโดด้วยสวนแคนตัส
- 7 เคล็ดลับขยายพื้นที่บ้าน ด้วยการตกแต่ง
- ตกแต่งบ้านด้วยสวนในร่ม
- โทนสีขาวดำ เท่อย่างมีสไตล์
- จัดห้องรับแขกในคอนโดให้ถูกหลักฮวงจุ้ย

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ผ่อนสั้นหรือผ่อนยาว สำหรับซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม อันไหนดีกว่ากัน

ผู้ที่กำลังมองหา บ้านหรือคอนโดมิเนียมสัก หลังเพื่ออยู่อาศัย สิ่งที่ต้องคำนึกถึงในการยื่นขอสินเชื่อว่าจะเลือกผ่อนแบบไหนที่เหมาะสมกับ เรา สถาบันการเงินจะมีระยะเวลาในการผ่อนชำระให้เลือกผ่อนชำระแบบใด ระหว่างผ่อนสั้น 5 - 10 ปีหรือผ่อนยาว 15 - 30 ปี สิ่งที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้นคือการศึกษาข้อดี ข้อเสียของการผ่อนแต่ละแบบ แล้วเลือกระยะเวลาผ่อนชำระที่เหมาะกับรูปแบบชีวิตของคุณมากที่สุด


http://macroart.net/wp-content/uploads/2013/05/thumb-home-loan.jpg

     การผ่อนชำระระยะสั้น มีข้อดีคือไม่ต้องเสียดอกเบี้ยมาก ผ่อนหมดเร็ว แต่ข้อเสียที่ตามมาคือ เงินที่ชำระในแต่ละงวดค่อนข้างสูง การผ่อนสั้นจึงเหมาะกับผู้ที่มีรายได้ต่อเดือนสูง ไม่มีปัญหากับการผ่อนชำระครั้งละมากๆ

     การผ่อนชำระระยะยาว เหมาะกับผู้มีรายได้น้อย ผู้ที่มีภาระผ่อนชำระอื่นๆ มากอยู่แล้ว ผู้ที่อายุน้อย กำลังเริ่มต้นทำงานไปพร้อมๆ กับการซื้อทรัพย์สินเป็นของตัวเอง รวมทั้งผู้ที่กำลังวางแผนครอบครัว และคาดว่าต้องสะสมเงินไว้สำหรับค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายของบุตรหลาน ข้อดีของการผ่อนยาวคือเงินที่ผ่อนชำระในแต่ละเดือนไม่สูง ซึ่งทำให้เกิดข้อเสียคือต้องผ่อนนานและเสียดอกเบี้ยในระยะยาวขึ้น

     แต่สิ่งที่น่าสนใจของการผ่อนยาว คือเมื่อมีรายได้เพิ่มมากขึ้นในอนาคต สามารถเพิ่มจำนวนเงินที่ชำระในแต่ละงวดได้ เช่น เดิมผ่อนเดือนละ 8,000 บาท เมื่อมีรายได้มากขึ้นจึงเพิ่มเป็นเดือนละ 10,000 บาท ทำให้ระยะเวลาการผ่อนชำระสิ้นสุดเร็วกว่าที่ระบุไว้ในสัญญา

     ทั้งนี้ แม้สถาบันการเงินส่วนใหญ่อนุญาตให้ระยะเวลาผ่อนชำระสิ้นสุดเร็วกว่าที่กำหนด แต่ก็ระบุไว้ว่าไม่สามารถผ่อนหมดเร็วเกินกว่า 3 ปีแรกของสัญญา มิฉะนั้นจะโดนเบี้ยปรับจากการไถ่ถอนก่อนกำหนด


ข้อมูลอ้างอิง : นิตยสาร Home Buyers’ Guide Eastern
เรียบเรียง    : ฤทธิ์ษณะ น้อยกมล






บทความอื่นๆน่าสนใจ
- ผ่อนสั้นหรือผ่อนยาว สำหรับซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม อันไหนดีกว่ากัน
- สวนกระถาง สวนเล็กๆ ในบ้านให้ความสดใสให้กับชีวิต
- 10 ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมสำหรับการซื้อบ้านและคอนโด
- ไอเดียแต่งสวนสวยด้วยหญ้าเทียม
- การเลือกใช้สีตามหลักภูมิปัญญาจีน
- การตกแต่งสไตล์ minimalist
- ตกแต่งบ้านหรือคอนโดหลังแรก
- ตกแต่งคอนโดด้วยสวนแคนตัส
- 7 เคล็ดลับขยายพื้นที่บ้าน ด้วยการตกแต่ง
- ตกแต่งบ้านด้วยสวนในร่ม
- โทนสีขาวดำ เท่อย่างมีสไตล์
- จัดห้องรับแขกในคอนโดให้ถูกหลักฮวงจุ้ย
- ทำความสะอาดห้องครัวในคอนโดให้แจ่ม
- แต่งห้องนั่งเล่นสุดชิคด้วยสติ๊กเกอร์ติดผนัง
- DIY ห้องทานข้าวสีทึมให้ดูสวยสดใส
- เลือกของแต่งคอนโดมิเนียม ตามหลักฮวงจุ้ย
- เคล็ดลับจัดตู้เสื้อผ้าให้เป็นระเบียบ
- หมอนอิงของกินแบบต่างๆ มาเสริมสร้างบรรยากาศในคอนโดมิเนียม
- เลือกทำเลซื้อบ้าน - คอนโด ฯ อย่างไรให้รวย
- แผงปุ่มไม้กะทัดรัด แขวนของได้สารพัด
- 4 เคล็ดลับ ทำให้คอนโดหอมสดชื่น
-
10 วิธี นอนหลับสบายๆ ในคอนโดช่วงหน้าร้อนโดยไม่ต้องเปิดแอร์
- 8 เคล็บลับน่ารู้ ที่ช่วยคุณดูแลรักษาตู้เย็นในคอนโด
- ตกแต่งคอนโดสไตล์วินเทจ
- มุมนั่งเล่นในคอนโด ที่จะทำให้เราผ่อนคลาย

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

การเลือกใช้สีตามหลักภูมิปัญญาจีน

สีนั้นมีพลังงานบางอย่างที่ส่งผลกระทบกับ สิ่งมีชีวิตได้โดยสีแต่ละสีนั้นสามารถส่งผลให้คนนั้นรับรู้และเกิดความ รู้สึกที่แตกต่างกันได้จึงส่งผลถึงอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดต่างๆขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคนเราอยู่ห้องสีขาวหรือสีอ่อนก็ไม่รู้สึกร้อนแต่เมื่อคนอยู่ในห้องสี แดงก็จะรู้สึกร้อนขึ้นมาได้ทั้งที่ห้องนั้นไม่ได้มีเครื่องทำความร้อนชนิดใด ที่เปลี่ยนอุณหภูมิของห้องให้ร้อนขึ้นมาแต่ความรู้สึกของคนหรือสิ่งมีชีวิต นั้นรับรู้ถึงพลังงานของสีนั้นได้

http://www.decorreport.com/images/th/356988.jpg


     ดังนั้นการใช้สีสันต่างๆนั้นจะต้องเลือกใช้อย่างสมดุลกันไม่มากหรือน้อยเกิน ไปเพราะพลังงานของสีนั้นจะทำให้สิ่งมีชีวิตนั้นเสียสมดุลได้ส่งผลให้เจ็บ ป่วย ซึมเซา ฯลฯ ได้ เช่น การหากเอากรงขังสัตว์มีผนังสีม่วงทึบนั้น พลังงานจากสีก็จะกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของสัตว์ให้เกิดการเจ็บป่วยได้ แต่เมื่อเปลี่ยนสีผนังม่วงทึบไปเป็นสีอ่อน เช่น สีฟ้าแล้ว สัตว์นั้นกลับมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ แท้จริงพลังงานสีนั้นส่งผลต่อการหลังฮอร์โมนและเกิดปฎิกิริยาทางเคมีในร่าง กายที่แตกต่างกันซึ่งส่งผลต่อชีวิตคนดังนั้นพลังงานจากสีนั้นเป็นปัจจัย อย่างหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญในศาสตร์ฮวงจุ้ย

     สีของวัตถุแต่ละชิ้นนั้นเกิดจากที่แสงนั้นสัมผัสกับวัตถุโดยวัตถุนั้นจะดูด กลืนแสงบางความถี่และกระจายหรือสะท้อนแสงบางความถี่ออกมา โดยแต่ละความถี่ของแสงก็จะแสดงสีสันออกมาต่างกัน เช่นแสดงเป็นสีเหลือง น้ำตาล แดง ส้ม ฟ้า น้ำเงิน เขียว ฯลฯ ขณะที่วัตุสีดำคือวัตถุที่ดูดกลืนแสงหรือไม่สะท้อนแสงทุกความถี่ ตรงกันข้ามกับสีขาวที่ไม่ดูดกลืนหรือสะท้อนแสงทุกความถี่ออกมา เมื่อแสงแต่ละความถี่กระทบกับดวงตาก็จะทำให้เห็นสีที่แตกต่างกันและส่งผลต่อ ความรู้สึกที่แตกต่างกันนั้นเอง

     แม้ว่าแสงนั้นจะก่อให้เกิดสีมากมายจากพลังงานความถี่ที่แตกต่างกัน แต่สำหรับในวิชาภูมิปัญญาจีนแล้วสีนั้นจะแบ่งเป็น 5 ธาตุเท่านั้น เนื่องจากชาวจีนนั้นเชื่อว่าทุกสรรพสิ่งไม่ว่าจะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรมนั้น สามารถแบ่งออกเป็นธาตุต่างๆทั้ง 5 ธาตุ (ดิน ทอง น้ำ ไม้ ไฟ) โดยแต่ละธาตุก็จะมีลักษณะของพลังงาน รูปทรงรูปร่าง วัตถุสสาร สีสรร ฯลฯ แตกต่าง โดยสีสรรต่างๆนั้นก็สามารถแจกแจงเป็น 5 ธาตุได้ ตามข้อมูลด้านล่างนี้

ข้อมูลแสดงการแบ่งสีต่างๆให้สอดคล้องกับธาตุ 
ธาตุดิน ได้แก่ สีเหลือง,ส้ม,น้ำตาล,ครีม,อิฐ,สีแทน
ธาตุทอง ได้แก่ ทอง สีขาว , เงิน , ทอง
ธาตุน้ำ ได้แก่ สีฟ้า , น้ำเงิน , ดำ, เทาเข้ม
ธาตุไม้ ได้แก่ สีเขียว (แก่และอ่อน)
ธาตุไฟ ได้แก่ สีแดง , ม่วงแดง, ชมพู

ธาตุดิน ซึ่ง เปรียบได้กับดิน หิน ทรายที่รองรับสรรพสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้จึงเปรียบเสมือนความอดทน หนักแน่น มั่นคง ยึดมั่นในสิ่งที่เป็นอยู่ ซึ่งสีแห่งพลังธาตุดินนั้นคือสีเหลือง ส้ม น้ำตาล ครีม โดยสีเหลืองนั้นจะเปรียบเหมือนจุดศูนย์รวมพลังงานที่รองรับทุกสรรพสิ่งและ เป็นสีแห่งอำนาจ ซึ่งจักรพรรดิจีนทุกองค์นั้นจะใช้ชุดเป็นสีเหลืองเสมอ ขณะที่สีน้ำตาลก็หมายถึงมั่นคง สมดุลที่เรียบง่าย

ธาตุทอง ซึ่ง เปรียบได้กับโลหะที่มีความแข็งแรง ความชัดเจน เร็วแรง เฉียบคม ความแน่นอนเด็ดขาด ยุติธรรม หากสังเกตสิ่งของที่เคลื่อนไหวรวดเร็วหรือของแข็งต่างๆมักจะเป็นวัตถุธาตุ ที่เป็นโลหะ เช่น เครื่องจักร รถยนต์ ฯลฯ ซึ่งสีแห่งธาตุทองคือสีเงิน สีทอง และสีขาวโดยสีขาวนั้นคือความแวววาวสูงสุดของโลหะซึ่งสะท้อนแสงออกมาเป็นสี ขาว ซึ่งจริงแล้วสีขาวนั้นเป็นสีแห่งความบริสุทธิ์ยุติธรรมซึ่งทั่วไปแล้วจะใช้ เป็นสีขาวเป็นชุดทางพิธีกรรมของหลายศาสนา

ธาตุน้ำ เปรียบ เสมือนความใสของปัญญา ความลึกซึ้งของความคิดเหมือนน้ำที่ใสสะอาด นอกจากนี้น้ำเป็นสิ่งที่สามารถไหลไปได้ทุกแห่งหน เปลี่ยนรูปร่างตามภาชนะที่บรรจุได้จึงเปรียบเสมือนกับการพลิกแพลง ปรับตัวให้เข้ากับสิ่งต่างๆนั้นได้ ธาตุน้ำยึงหมายถึงความลึกลับ ซ้อนเร้นเหมือนกับมหาสมุทรที่ลึกมืดจนมองไม่เห็นสิ่งใดๆ ซึ่งสีของธาตุน้ำคือสีฟ้า น้ำเงิน ซึ่งหมายถึงความเยือกเย็น สงบนิ่งเหมือนปัญญาใสนิ่งสงบ และเป็นสีที่ช่วยในการบำบัดโรคได้ดีอีกด้วย นอกจากนี้สีดำยังเป็นสีของธาตุน้ำซึ่งเปรียบเสมือนน้ำลึกไม่เห็นแสงใดๆ จึงหมายถึงความลึกลับ ซ้อนเร้น ความเฉลียดฉลาดทางปัญญาที่ลึกซึ้ง

ธาตุไม้ เปรียบ เหมือนการพัฒนา เมตตา วิชาการ ความคิดสร้างสรรค์เหมือนต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆเหมือน การพัฒนาไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทางด้านการศึกษา วิชาการต่างๆ และต้นไม้นั้นแตกกิ่งก้านสาขาจากลำต้นเปรียบเหมือนความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ นานาที่แตกแขนง นอกจากนี้ต้นไม้ยังให้ความร่มรื่นต่อสัตว์อื่น มีผลมีดอกให้คนนำไปใช้ประโยชน์จึงเปรียบเสมือนต้นไม้มีความเมตตาต่อสรรพสิ่ง อื่นๆ ซึ่งสีเขียวนั้นเป็นพลังของธาตุไม้ซึ่งเป็นสีของการเจริญเติบโต ฟื้นฟูสิ่งต่างๆ โดยเป็นสีหลักที่โรงพยาบาลซึ่งเหมือนเป็นสีแห่งการฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง และมีพัฒนาการ

ธาตุไฟ เปรียบเหมือนเปลวไฟที่ โดดเด่นจึงเกี่ยวกับ ชื่อเสียง การแสดงออก ไฟยังแผ่กระจายพลังงานดังนั้นก็เปรียบเหมือนการให้ความอบอุ่น การให้ความรู้ให้กระจ่าง ซึ่งสีของธาตุไฟนั้นคือสีแดง สีชมพู และม่วงแดง โดยสีแดงนั้นคือความร้อนแรง กระตืนรืนร้น ความสนุกสนาน ความยินดีปิติจึงเหมาะกับงานเฉลิมฉลองหรืองานมงคลต่างๆ นอกจากนี้เป็นสีที่กระตุ้นพลังงานได้มากจึงต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมเพราะ สามารถกระตุ้นพลังงานที่ดีหรือที่ร้ายได้ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ให้เหมาะสม ส่วนสีชมพูคือสีแห่งความรัก ความอ่อนโยน นุ่มนวล ส่วนสีม่วงแดงคือสีแห่งพลังทางด้านจิตวิญญาณ

     ส่วนการเลือกใช้สีนั้นก็มีหลายทฤษฎีสำหรับการเลือกใช้สีต่างๆซึ่งในบทความ นี้คงไม่กล่าวถึงการใช้สีในเชิงการตกแต่งภายในและภายนอกตามหลักสถาปัตยกรรม แต่จะกล่าวถึงการใช้สีตามภูมิปัญญาจีนเป็นหลักซึ่งก็ได้กล่าวคร่าวๆเกี่ยว กับความหมายในแต่ละสีที่ถูกแบ่งเป็นธาตุต่างๆและมีความหมายที่แตกต่างกัน โดยสามารถเลือกใช้สีเพื่อให้ก่อเกิดตามความหมายที่กล่าวไปเบื้องต้นได้เช่น กัน แต่อย่างไรก็ตามการเลือกใช้สีนั้นยังมีอีก 2 ทฤษฎีด้วยกันคือการเลือกใช้สีให้สอดคล้องกับองศาทิศทางตามหลักวิชาฮวงจุ้ย ที่ต้องคำนวนในแต่ละสถานที่และอีกวีธีคือการเลือกใช้สีให้สอดคล้องกับดวง ชะตาคนแต่ละคน ซึ่งการใช้สีตามหลักฮวงจุ้ยนั้นจะส่งผลกับทุกๆคนที่อยู่บริเวณสถานที่ที่ใช้ สีนั้นๆเป็นหลัก ขณะที่การใช้สีให้สอดคล้องกับดวงชะตาคนนั้นจะเป็นการใช้สีเพื่อเสริมเฉพาะ บุคคลเท่านั้นไม่ได้เกิดผลรวมคนอื่นๆ

     การใช้สีกับองศาทิศทางของฮวงจุ้ยจะพิจารณาสีให้สอดคล้องกับพลังงานในแต่ละ องศาทิศทางเพื่อไปกระตุ้นพลังงานที่ดีให้ดียิ่งขึ้น เช่น หากคำนวนองศาทิศทางแล้วทิศใต้มีปราณพลังธาตุไฟที่ดีก็ควรที่ใช้สีของธาตุไฟ หรือสีของธาตุไม้บริเวณนั้น เนื่องจากสีธาตุไฟ (สีแดง ชมพู ม่วงแดง) เป็นสีพลังงานลักษณะเดียวกันกับปราณพลังงานธาตุไฟจึงส่งเสริมปราณพลังงาน ธาตุไฟให้มีพลังมากขึ้น ส่วนสีของธาตุไม้ซึ่งปกติแล้วธาตุไม้เป็นธาตุที่ก่อเกิดธาตุไฟให้มีกำลังมาก ขึ้นเหมือนไม้เป็นเชื้อเพลิงดังนั้นหากใช้สีของธาตุไม้ (สีเขียว) ก็จะยิ่งกระตุ้นพลังงานธาตุไฟให้กำลังมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งการยกตัวอย่างนี้เป็นรายละเอียดคราวๆ นอกจากนี้ยังเลือกใช้สีลดทอนพลังที่ร้ายให้ร้ายน้อยลงในแต่ละองศาทิศทางได้ อีกด้วย ซึ่งแท้จริงหลักการใช้สีนั้นอ้างอิงถึงหลักของตามปฎิกิริยา 5 ธาตุ ที่มีสัมพันธ์ของแต่ละธาตุต่างกัน โดยบางธาตุก่อเกิดพลังให้บางธาตุ บางธาตุถ่ายเทพลังงานของบางธาตุ และบางธาตุพิฆาตควบคุมบางธาตุนั้นเอง 

 ส่วน วีธีการเลือกใช้สีให้ถูกต้องกับบุคคลนั้นก็จะพิจารณาจากวิชาดวงจีนเป็นหลัก ซึ่งจะแปลปี เดือน วัน ยาม เกิดของแต่คนเป็นธาตุต่างหลายธาตุมาประจุอยู่ในตัวคนแล้วความสมดุลของธาตุใน แต่ละดวงคน ซึ่งแต่ละดวงคนจะมีความต้องการธาตุบางธาตุเป็นพิเศษเพื่อมาเสริมความสมดุล และก็ไม่ต้องการธาตุบางธาตุที่ทำลายความสมดุลจึงทำให้มีธาตุที่ให้คุณและให้ โทษต่างกันไปในแต่ละคน โดยดวงคนที่ต้องการธาตุน้ำก็ควรเลือกใช้สีฟ้า น้ำเงิน ดำ ดวงชอบธาตุไม้ก็เลือกใช้สีเขียวอ่อนหรือเข้ม ดวงชอบธาตุไฟก็ใช้สีแดง ชมพู ม่วงแดง ดวงชอบธาตุดินก็ใช้สีเหลือง น้ำตาล ส้ม ครีม และดวงชอบธาตุทองก็ให้ใช้สีขาว เงิน ทอง ซึ่งดวงคนแต่ละดวงก็จะมีธาตุที่ให้คุณประมาณ 2-3 ธาตุเป็นส่วนใหญ่จึงทำให้มีสีให้เลือกใช้สำหรับแต่ละดวงคนเยอะพอสมควร เพียงแต่ดวงแต่ละคนนั้นก็จะมีธาตุที่สำคัญสูงสุดซึ่งทำให้สีของธาตุนั้นเป็น สีสำคัญที่ดีสุดสำหรับดวงแต่ละคนด้วย เนื่องจากการใช้สีเสริมดวงคนนั้นเป็นการเสริมเจาะจงเฉพาะตัวบุคคลดังนั้นจึง เหมาะกับสิ่งที่ใช้เป็นเฉพาะเจาะต่อคนนั้นๆ เช่น สีห้องนอนของแต่ละคน สีของเครื่องแต่งกาย สีเครื่องประดับ สีรถยนต์ เป็นต้น

     การพิจารณาคำนวนปราณว่าทิศทางไหนจะมีพลังงานดีหรือร้ายแล้วเลือกใช้สีต่างๆ ให้สอดคล้องตามหลักฮวงจุ้ยนั้นสลับซับซ้อนและต้องคำนวนตามองศาแกนแม่เหล็ก โลกของสถานที่นั้นเป็นหลัก ส่วนการหาธาตุให้คุณให้โทษตามดวงชะตาคนนั้นก็ต้องอาศัยการคำนวนที่ต้องใช้ ประสบการณ์ทางด้านดวงจีน ดังนั้นหากจะพิจารณาใช้สีต่างๆให้ถูกต้องจริงจำเป็นต้องศึกษาให้เข้าใจหลัก การฮวงจุ้ยและดวงจีนทั้ง 2 ด้าน เพื่อให้เลือกใช้สีที่เหมาะสมที่ถูกต้องสอดคล้องของหลักการของ 2 วิชาร่วมกันก็จะทำให้การเลือกใช้สีนั้นถูกต้องและให้คุณประโยชน์สูงสุด 


โดย อ. เกริกวิชญ์ กฤษฎาพงษ์ 
Baannatura




บทความอื่นๆน่าสนใจ
- การเลือกใช้สีตามหลักภูมิปัญญาจีน
- การตกแต่งสไตล์ minimalist
- ตกแต่งบ้านหรือคอนโดหลังแรก
- ตกแต่งคอนโดด้วยสวนแคนตัส
- 7 เคล็ดลับขยายพื้นที่บ้าน ด้วยการตกแต่ง
- ตกแต่งบ้านด้วยสวนในร่ม
- โทนสีขาวดำ เท่อย่างมีสไตล์
- จัดห้องรับแขกในคอนโดให้ถูกหลักฮวงจุ้ย
- ทำความสะอาดห้องครัวในคอนโดให้แจ่ม
- แต่งห้องนั่งเล่นสุดชิคด้วยสติ๊กเกอร์ติดผนัง
- DIY ห้องทานข้าวสีทึมให้ดูสวยสดใส
- เลือกของแต่งคอนโดมิเนียม ตามหลักฮวงจุ้ย
- เคล็ดลับจัดตู้เสื้อผ้าให้เป็นระเบียบ
- หมอนอิงของกินแบบต่างๆ มาเสริมสร้างบรรยากาศในคอนโดมิเนียม
- เลือกทำเลซื้อบ้าน - คอนโด ฯ อย่างไรให้รวย
- แผงปุ่มไม้กะทัดรัด แขวนของได้สารพัด
- 4 เคล็ดลับ ทำให้คอนโดหอมสดชื่น
-
10 วิธี นอนหลับสบายๆ ในคอนโดช่วงหน้าร้อนโดยไม่ต้องเปิดแอร์
- 8 เคล็บลับน่ารู้ ที่ช่วยคุณดูแลรักษาตู้เย็นในคอนโด
- ตกแต่งคอนโดสไตล์วินเทจ
- มุมนั่งเล่นในคอนโด ที่จะทำให้เราผ่อนคลาย

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ตกแต่งบ้านหรือคอนโดหลังแรก

     ขอแสดงความยินดีสำหรับผู้ที่ซื้อบ้านหรือคอนโดเป็นของตนเอง หลังจากที่เคยเช่าเค้าอยู่มานานปี แต่การมีบ้านหรือคอนโด หลังแรกมือใหม่หลายคนคงจะสงสัยว่าจะมีวิธีการตกแต่งอย่างไรให้เหมาะกับแนว ของเรา วันนี้มีคำตอบ


http://www.cmc.co.th/files/picture/news/main/news-main-407-1431397837.jpg

      1.เริ่มต้นด้วยผนัง สีและวัสดุของผนังจะเป็นสิ่งที่บอกตัวตนของเจ้าของ แถมยังเป็นตัวกำหนดเฟอร์นิเจอร์สำหรับบ้านและคอนโดของเราอีกด้วย

     2.เลือกเตียงนอน เตียงนอนควรเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่อันดับต้นๆ ที่คุณควรซื้อ หลักการเลือกเตียงนอนนั้นคุณควรเลือกเตียงที่มีลักษณะร่วมสมัยรวมไปถึง สามารถใช้ได้ในระยะเวลายาวนาน

     3.ลงทุนเรื่องโซฟา เมื่อคุณมีบ้านของตัวเองแล้วเราแนะนำให้คุณลงทุนในเรื่องการซื้อโซฟาที่มี คุณภาพสูงแทนการคิดว่าจะต้องเคลื่อนย้าย เน้นเลือกโซฟาคุณภาพดี ขนาดเหมาะสมกับห้อง ดูโครงสร้างภายนอกให้ละเอียด คุณอาจช็อคกับราคาของมันแต่มันไม่ผิดหากคุณคิดจะลงทุนในเรื่องนี้

     4.ปูพื้นห้องด้วยพรม การปูพื้นบ้านด้วยพรมช่วยสร้างประโยชน์หลายอย่าง เพราะนอกจากจะสร้างบุคลิกให้กับบ้านของคุณแล้ว พรมยังทำให้ห้องๆ นั้นมีเท็กเจอร์ สำหรับการเลือกพรมนั้นก็ควรเลือกไซส์ขนาดพอเหมาะพอดีด้วยนะ

     5.อวดแสงไฟ หากคุณคิดที่จะเลือกเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งชิ้นใหญ่สำหรับบ้านหรือคอนโด คุณ ขอแนะนำว่าให้คุณยอมเสียเวลาหรือใช้จ่ายเงินไปกับโคมไฟตรงเพดานหรือผนังบ้าน ซึ่งแสงของไฟจะสร้างบรรยากาศให้ที่ดีให้กับสมาชิกของเรา

     6.เสริมความเป็นตัวเองด้วยงานผ้า เพียงนำงานผ้ามาตกแต่งโต๊ะข้างๆ หรือเครื่องประดับต่างๆ แล้ว สิ่งเหล่านี้จะบอกความเป็นตัวตนของเราที่ไม่เหมือนใคร

     7.เสริมบุลิกภาพของบ้าน หรือ คอนโดด้วยงานอาร์ตราคาเบาๆ หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบงานศิลปะและคิดจะสะสมผลงานศิลปะเพื่อเป็นของตกแต่ง บ้านชนิดหนึ่ง ระหว่างที่คุณรอจะซื้อผลงานศิลปะชิ้นสำคัญที่คุณชอบ อย่าปล่อยให้ผนังห้องว่าง ดังนั้นเราจึงแนะนำว่าให้คุณลองตกแต่งบ้านด้วยงานศิลปะราคาย่อมเยาก่อน อย่างน้อยก็ถือเป็นการเริ่มต้นสะสมงานศิลปะที่ดี


หวังว่าคงพอจะใช้เป็นแนวทางในการเริ่มตกแต่งบ้านสำหรับผู้ที่มีบ้านหรือคอนโดหลังแรกได้แล้วนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : home.sanook.com




บทความอื่นๆน่าสนใจ
- ตกแต่งบ้านหรือคอนโดหลังแรก
- ตกแต่งคอนโดด้วยสวนแคนตัส
- 7 เคล็ดลับขยายพื้นที่บ้าน ด้วยการตกแต่ง
- ตกแต่งบ้านด้วยสวนในร่ม
- โทนสีขาวดำ เท่อย่างมีสไตล์
- จัดห้องรับแขกในคอนโดให้ถูกหลักฮวงจุ้ย
- ทำความสะอาดห้องครัวในคอนโดให้แจ่ม
- แต่งห้องนั่งเล่นสุดชิคด้วยสติ๊กเกอร์ติดผนัง
- DIY ห้องทานข้าวสีทึมให้ดูสวยสดใส
- เลือกของแต่งคอนโดมิเนียม ตามหลักฮวงจุ้ย
- เคล็ดลับจัดตู้เสื้อผ้าให้เป็นระเบียบ
- หมอนอิงของกินแบบต่างๆ มาเสริมสร้างบรรยากาศในคอนโดมิเนียม
- เลือกทำเลซื้อบ้าน - คอนโด ฯ อย่างไรให้รวย
- แผงปุ่มไม้กะทัดรัด แขวนของได้สารพัด
- 4 เคล็ดลับ ทำให้คอนโดหอมสดชื่น
- 10 วิธี นอนหลับสบายๆ ในคอนโดช่วงหน้าร้อนโดยไม่ต้องเปิดแอร์
- 8 เคล็บลับน่ารู้ ที่ช่วยคุณดูแลรักษาตู้เย็นในคอนโด
- ตกแต่งคอนโดสไตล์วินเทจ
- มุมนั่งเล่นในคอนโด ที่จะทำให้เราผ่อนคลาย

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ตกแต่งบ้านด้วยสวนในร่ม

การมีต้นไม้หรือพื้นที่สีเขียวเยอะๆ ในบ้านของเรา นอกจากจะช่วยเติมความเป็นธรรมชาติแล้ว ยังสร้างความสวยงามและความสุขให้กับสมาชิกในบ้านได้อีกด้วย แต่การจัดสวนมิได้จำกัดแต่เพียงนอกบ้านเท่านั้น ยังสามารถจัดสวนในบ้านได้อีกด้วย วันนี้มีไอเดียการตกแต่งสวนในบ้านมาฝาก














บทความอื่นๆน่าสนใจ
- ตกแต่งบ้านด้วยสวนในร่ม
- โทนสีขาวดำ เท่อย่างมีสไตล์
- จัดห้องรับแขกในคอนโดให้ถูกหลักฮวงจุ้ย
- ทำความสะอาดห้องครัวในคอนโดให้แจ่ม
- แต่งห้องนั่งเล่นสุดชิคด้วยสติ๊กเกอร์ติดผนัง
- DIY ห้องทานข้าวสีทึมให้ดูสวยสดใส
- เลือกของแต่งคอนโดมิเนียม ตามหลักฮวงจุ้ย
- เคล็ดลับจัดตู้เสื้อผ้าให้เป็นระเบียบ
- หมอนอิงของกินแบบต่างๆ มาเสริมสร้างบรรยากาศในคอนโดมิเนียม
- เลือกทำเลซื้อบ้าน - คอนโด ฯ อย่างไรให้รวย
- แผงปุ่มไม้กะทัดรัด แขวนของได้สารพัด
- 4 เคล็ดลับ ทำให้คอนโดหอมสดชื่น
-
10 วิธี นอนหลับสบายๆ ในคอนโดช่วงหน้าร้อนโดยไม่ต้องเปิดแอร์
- 8 เคล็บลับน่ารู้ ที่ช่วยคุณดูแลรักษาตู้เย็นในคอนโด
- ตกแต่งคอนโดสไตล์วินเทจ
- มุมนั่งเล่นในคอนโด ที่จะทำให้เราผ่อนคลาย

วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2558

4 เคล็ดลับ ทำให้คอนโดหอมสดชื่น

ตู้เสื้อผ้าในคอนโดจะ ไม่มีกลิ่นอับ ให้ระบายอากาศในตู้เสื้อผ้าโดยคุณอาจเปิดตู้เสื้อผ้าทิ้งไว้ทั้งวัน จากนั้นนำเศษชอล์กใส่ลงในถุงผ้าโปร่งขนาดเล็กๆ แล้วนำไปวางไว้ในตู้เสื้อผ้า จะเป็นการช่วยดูดซับความชื้น หรือคุณจะใช้เกลือชนิดที่ใช้ใส่ในอ่างอาบน้ำก็ได้เช่นกันเพราะเกลือจะช่วยทำ ให้ตู้ของคุณส่งกลิ่นหอมกรุ่นได้

ตู้เย็นจะไม่ส่งกลิ่นในคอนโด  สิ่งที่สำคัญที่สุดควรนำอาหารจานโปรดของคุณใส่ไว้ในกล่องที่มีฝาปิดสนิทให้ วางน้ำตาลแบบก้อนเอาไว้ในกล่องเพราะจะเป็นการดูดซับความชื้นได้ หากมีความชื้นลดน้อยลงหมายถึงจำนวนแบคทีเรียก็จะแพร่กระจายได้น้อยลงเช่นกัน และเมื่อมีจำนวนแบคทีเรียน้อยลงกลิ่นก็ลดลงเช่นเดียวกัน สำหรับการกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในตู้เย็นในระยะยาวนั้น ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่คุณหั่นมะนาวแบ่งเป็นสองซีกแล้ววางทิ้งไว้ในตู้เย็นเท่านั้นเองค่ะ! และเปลี่ยนมะนาวหากชิ้นที่อยู่ในตู้เย็นแห้งหมดแล้ว



ห้องน้ำจะหอมสดชื่นคำแนะนำง่ายๆ  หากห้องน้ำของคุณไม่มีกลิ่นหอมราวกับกลีบกุหลาบ ให้คุณจุดไม้ขีดไฟเพียงแค่ก้านเดียวเท่านั้น (กำมะถันจะช่วยกำจัดกลิ่นได้ทันที) คุณควรจะหยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ ไม้สน หรือดอกกระดังงา สักสองสามหยดลงบนก้อนกรวดแล้วนำไปวางไว้ในห้องน้ำ ให้ทำสัปดาห์ละครั้งในคอนโด


ถังขยะของคุณจะไม่ส่งกลิ่นภายในสามเมตรในคอนโด คุณเดินผ่านถังขยะที่อยู่ในห้องครัวหรืออยู่นอกบ้าน คุณมักจะได้กลิ่นเหม็นที่เกินจะบรรยายเสมอให้ใส่ทรายแมวเพียงเล็กน้อยไว้ที่ ก้นถังขยะหรือภายในถุงขยะหรือใช้ถุงขยะชนิดที่มีแผ่นกรองคาร์บอน (แบบที่ใช้ในเครื่องดูดควัน)และให้เปลี่ยนมาใช้ถุงขยะที่มีขนาดเล็กลง เพราะจะทำให้ถุงขยะเต็มเร็วขึ้นเราก็จะต้องเปลี่ยนบ่อยครั้งขึ้น ซึ่งจะทำให้ขยะยังไม่ทันได้ส่งกลิ่นมากวนใจกับคุณ



บทความอื่นๆน่าสนใจ
- 4 เคล็ดลับ ทำให้คอนโดหอมสดชื่น
-
10 วิธี นอนหลับสบายๆ ในคอนโดช่วงหน้าร้อนโดยไม่ต้องเปิดแอร์
- 8 เคล็บลับน่ารู้ ที่ช่วยคุณดูแลรักษาตู้เย็นในคอนโด
- ตกแต่งคอนโดสไตล์วินเทจ
- มุมนั่งเล่นในคอนโด ที่จะทำให้เราผ่อนคลาย
- ไอเดียแต่งคอนโด โทนสีขาว
- ไอเดียแต่งคอนโดตามแบบฉบับโมอีเบียน
- ห้องน้ำคอนโดด้วยสีแสงและเฟอร์นิเจอร์
- 30 ไอเดียการตกแต่งมุมคอนโดเป็นออฟฟิศส่วนตัว
- เลือกผ้าม่านแบบไหนดีให้เหมาะกับคอนโดของเรา
- โต๊ะทำครัวสไตล์มินิมอลในคอนโด
- เคล็ดลับดีๆ ที่เรามองข้ามกับการออกแบบบ้านให้เริ่ดจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว
- สวนจิ๋วช่วยสร้างบรรยากาศในคอนโดมิเนียม
- เริ่มต้นกับชีวิตคอนโดอย่างลงตัว
- หนังยางมีประโยชน์ที่ผู้อาศัยในคอนโดควรรู้
- แบบไอเดียตกแต่งคอนโด สำหรับครอบครัว
- เคล็ดลับคลายร้อนรับซัมเมอร์ให้บ้านหรือคอนโด
- ไอเดียตกแต่งห้องน้ำ เสริมฮวงจุ้ยในคอนโดมิเนียม
- เลือกโซฟาสำหรับคอนโดฯ พื้นที่จำกัด

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2558

พื้นที่จำกัดในคอนโดก็สามารถทำความสะอาดเครื่องซักผ้าฝาหน้าแบบง่าย ๆ ไม่เปลืองแรง

        คนในคอนโดส่วนใหญ่นิยมใช้เครื่องซักผ้าฝาหน้า เพราะช่วยประหยัดพลังงานและผงซักฟอกมากกว่าแบบฝาบน และผู้ที่อาศัยในคอนโดมี พื้นที่จำกัดเครื่องซักผ้าฝาหน้านี่แหละเหมาะที่สุด แต่ใช้ไปนานๆก็อาจเกิดเชื้อราหรือกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ที่อาจทำให้ผ้าเหม็น อับไปด้วยได้ จึงมีวิธีทำความสะอาดเครื่องซักผ้าฝาหน้า  โดยใช้ตัวช่วยเพียงไม่กี่ชิ้นที่มีอยู่ในคอนโดรับรองว่าทำได้ง่ายและใช้เวลาไม่นาน แต่เครื่องซักผ้าจะสะอาดขึ้นมากทีเดียวค่ะ

อุปกรณ์ที่ใช้มีดังนี้
                                                    น้ำส้มสายชู 2 ถ้วย

       
เบกกิ้งโซดา ¼ ถ้วย
 
       
น้ำสะอาด ¼ ถ้วย

       


ฟองน้ำทำความสะอาด 
     
วิธีทำความสะอาดเครื่องซักผ้าฝาหน้า
   1. ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำเปล่า ส่วนน้ำส้มสายชูให้เทใส่ถ้วยเแยกไว้ต่างหาก
   2. เทเบกกิ้งโซดาที่ผสมไว้ลงในช่องใส่ผงซักฟอก ส่วนน้ำส้มสายชูให้เทลงในถังซัก จากนั้นตั้งโปรแกรมซักด้วยน้ำร้อนและปล่อยให้เครื่องทำงาน โดยเบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชูมีฤทธิ์ในการกำจัดเชื้อโรคตามธรรมชาติ ทั้งยังเพิ่มความสดชื่นให้กับเครื่องซักผ้าด้วย
    3. ใช้ฟองน้ำขัดไปรอบ ๆ ฝาปิดเครื่องซักผ้า แล้วเช็ดออกด้วยผ้าชุบน้ำสะอาด เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย

        เพียงเท่านี้เครื่องซักผ้าก็จะเปล่งประกายพร้อมใช้งานอีกครั้งแล้ว โดยอย่าลืมทำความสะอาดเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้เครื่องซักผ้าทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และเสื้อผ้าสะอาดสดชื่นนั่นเองจ้า



บทความอื่นๆน่าสนใจ
- พื้นที่จำกัดในคอนโดก็สามารถทำความสะอาดเครื่องซักผ้าฝาหน้าแบบง่าย ๆ ไม่เปลืองแรง
- เปลี่ยนสิ่งของเดิมๆใน “คอนโดมิเนียม ” ให้กลายเป็นของใหม่สดใส
- จัดระเบียบคอนโดด้วย 20 ทริปง่ายๆ
- การจัดห้องในคอนโดมิเนียม ให้ดูดีมีสไตล์ทำได้ไม่ยาก
- เลือกสีห้องนอนในคอนโดมิเนียมให้ถูกโฉลกตามวันเกิด ทำให้หลับสบายได้เหมือนกัน
- 8 ไอเดียตกแต่งคอนโดแบบห้องสตูดิโอ
- มารู้จักรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS Skytrain)
- แต่งคอนโดสไตล์ลอฟท์
- 12 เคล็ดลับเนรมิตกระจกคอนโดให้ใสปิ๊ง
- สร้างบรรยากาศในคอนโด ด้วยกลิ่นของเทียนหอม
- อาหารกับชื่อมงคลที่ต้องรู้สำหรับคนไทยเชื้อสายจีน
- เบื่อไหมกับการอยู่คอนโดและต้องทำความสะอาดเครื่องดูดควัน ในห้องครัว
- เพิ่มสีสันในคอนโด ด้วยดอกไม้แสนสวย
- 20 ไอเดียชั้นวางหนังสือติดผนังในคอนโด
- ทำไมถึงควรซื้อ “คอนโดแบบสตูดิโอ”
- เคล็ดไม่ลับที่ดูแลรักษาที่นอนของเราในคอนโดให้มีอายุการใช้งานยืนยาว
- หิ้งพระ โต๊ะหมู่บูชา ดีไซน์ที่ทันสมัยเหมาะกับผู้อาศัยในคอนโดมิเนียม
- ตู้ปลา กับ ฮวงจุ้ย
- อย่ามองข้าม เมื่อมีเด็กเล็กอาศัยอยู่ในคอนโด
- ภาพวาดตกแต่งคอนโดมิเนียมที่เสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตได้
- รูปปั้นสัตว์มงคล เสริมฮวงจุ้ย
- ลักษณะที่ดี ลักษณะอับโชค และ การจัดห้องครัวที่ดี
- การจัดแสงไฟในห้อง  (Lighting Design)  (ตอนที่ 3)
- การจัดแสงไฟในห้อง (Lighting Design) (ตอนที่ 2)
- การจัดแสงไฟในห้อง (Lighting Design) (ตอนที่ 1)

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

20 ไอเดีย การแต่งพื้นที่ใต้บันได

    พื้นที่ใต้บันได เป็นอีกพื้นที่หนึ่งในบ้าน ที่หลานคนปล่อยไว้ให้เสียเปล่า โดยไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ อาจเพราะหลายคนคิดไม่ตกว่าพื้นที่นี้ สามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง

   วันนี้เรามีไอเดียการตกแต่งพื้นที่ใต้บันได มาฝาก เผื่อใครจะลองเอาไปปรับใช้กับบ้านของคุณได้ เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ภายในบ้านให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ และยังเป็นการตกแต่งภายในบ้านให้ดูสวยงามได้ด้วย


























บทความอื่นๆน่าสนใจ
- 20 ไอเดีย การแต่งพื้นที่ใต้บันได
- เบื่อไหมกับการอยู่คอนโดและต้องทำความสะอาดเครื่องดูดควัน ในห้องครัว
- เพิ่มสีสันในคอนโด ด้วยดอกไม้แสนสวย
- 20 ไอเดียชั้นวางหนังสือติดผนังในคอนโด
- ทำไมถึงควรซื้อ “คอนโดแบบสตูดิโอ”
- เคล็ดไม่ลับที่ดูแลรักษาที่นอนของเราในคอนโดให้มีอายุการใช้งานยืนยาว
- หิ้งพระ โต๊ะหมู่บูชา ดีไซน์ที่ทันสมัยเหมาะกับผู้อาศัยในคอนโดมิเนียม
- ตู้ปลา กับ ฮวงจุ้ย
- อย่ามองข้าม เมื่อมีเด็กเล็กอาศัยอยู่ในคอนโด
- ภาพวาดตกแต่งคอนโดมิเนียมที่เสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตได้
- รูปปั้นสัตว์มงคล เสริมฮวงจุ้ย
- ลักษณะที่ดี ลักษณะอับโชค และ การจัดห้องครัวที่ดี
- การจัดแสงไฟในห้อง  (Lighting Design)  (ตอนที่ 3)
- การจัดแสงไฟในห้อง (Lighting Design) (ตอนที่ 2)
- การจัดแสงไฟในห้อง (Lighting Design) (ตอนที่ 1)
- วิธีเลือกซื้อพรมปูพื้น
- ฝ้าหลุมกับฮวงจุ้ย
- มารู้จักเฟอร์นิเจอร์ไม้ MDF และไม้ Particle board (ตอนที่ 2)
- มารู้จักเฟอร์นิเจอร์ไม้ MDF และไม้ Particle board (ตอนที่ 1)
- เคล็ดลับวิธีกำจัดกลิ่นอับภายในคอนโด
- ผนังภายในคอนโดแตกร้าว สาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง
- 8 เหตุผลทำไมต้องเลือกใช้ไม้ลามิเนตปูพื้นคอนโด
- เคล็ดลับการจัดคอนโด ให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย
- วิธีซ่อมยาแนวห้องน้ำในคอนโด
- เคล็ดลับดูแลห้องน้ำ ให้ใหม่เสมอ
- ฮวงจุ้ยต้นไม้รอบบ้าน
- 7ข้อควรรู้ ก่อนจัดสวน ริมระเบียงคอนโด
- ไอเดียแต่งคอนโดเก๋ๆ แบบราคาสบายกระเป๋า
- เคล็ดลับเลือกซื้อบ้านและอาคารชุดคอนโด
- ฮวงจุ้ย 10 ประการ บั่นทอนโชคลาภ
- ค่าใช้จ่าย กรณีเปลี่ยนสัญญาคอนโด
- ไอเดียที่ตากผ้า สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่คอนโด