ปัจจุบันการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
สำหรับใครหลายคน และส่วนใหญ่ก็จะลงทุนไว้สำหรับการปล่อยเช่า
แล้วก็จะพบกับปัญหาในการตั้ง ราคาเช่าคอนโด บ้าน ที่ดิน ตั้งอย่างไรให้ราคาถูกต้องไม่สูงหรือต่ำกว่าราคาตลาดมากเกิน
4 วิธีการคำนวณค่าเช่าเพื่อเพิ่มตอบแทนและสามารถปล่อยเช่าให้ได้เร็วที่สุด
1.เปรียบเทียบกับอสังหาริมทรัพย์ที่ใกล้เคียง
กันแต่ก็มีหลายๆปัจจัยที่เข้ามาเป็นตัวกำหนดราคา เช่นทำเลที่ตั้ง
ขนาดพื้นที่ หรือระดับคุณภาพ การออกแบบ ชื่อเสียงของแบรนด์
ส่วนสิ่งที่ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบคือทำเลที่แตกต่างกัน
ห้องที่ตกแต่งพร้อมอยู่ กับห้องเปล่า อาคารสูง อาคารเตี้ย
ห้ามนำมาเปรียบเทียบรวมกัน
เมื่อนำกลุ่มที่ใกล้เคียงกันมาเปรียบเทียบกันไปเรื่อยๆ
ก็จะทำให้เราได้รู้ราคาที่เช่าที่เหมาะสม มากขึ้น
เป็นวิธิที่จะทำให้ค่าเช่าใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด
2.เปรียบเทียบจากอัตราค่าจ้างในทำเลนั่น ๆ
โดยคำนวณว่าพื้นที่นั้นให้อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณกี่เปอร์เซ็น (%)
แล้วนำอัตราผลตอบแทนนั้นไปคิดหาค่าใช่จากต้นทุนที่ซื้อมา
ตัวอย่าง การคำนวณค่าเช่า คอนโดย่าน
สุขุมวิทตอนกลาง ราคา 6,300,000 บาท อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยจากค่าเช่า (Rental
Yield) ในย่านนี้อยู่ที่ประมาณ 6% ต่อปี สามารถหาค่าเช่าได้จากสูตร
จะได้ว่า 6,300,000 x 6% เท่ากับ 378,000 บาทต่อปี
คิดค่าเช่าเป็นต่อเดือนจะได้ 330,000 บาท/12 เดือน เท่ากับ 31,500
บาทต่อเดือน
เพียงเท่านี้เราก็สามารถกำหนดค่าเช่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ของเราได้แล้ว
3.กำหนดค่าเช่าโดยคิดเป็นต่อตารางเมตรหรือต่อตารางวา
วิธีนี้เป็นวีธีการกำหนดราคาที่ง่าย
เพราะแค่มีอสังหาที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน
ก้สามารถนำมาปรับใช้กับของเราได้แล้ว
วิธีนี้ส่วนใหญ่มักจะใหญ่กับการคำนวณราคาเช่าคอนโดมิเนียม
หรืออาคารสำนักงาน
ตัวอย่าง การ
คำนวณค่าเช่า
สมมุติอสังหาริมทรัพย์ที่จะนำมาเปรียบเทียบมีลักษณะใกล้เคียงกับทรัพย์ของ
เรา โดยมีรายละเอียด ดังนี้ คอนโด (ของเราเอง) ขนาด 1 ห้องนอน 32 ตารางเมตร
คอนโด (ใช้สำหรับเปรียบเทียบ) ขนาด 1 ห้องนอน 27 ตารางเมตร ราคา 2,800,000
บาท ปล่อยเช่า 15,000 บาทต่อเดือน เมื่อนำคอนโดที่
ใช้เปรียบเทียบมาคำนวณค่าเช่าต่อตารางเมตรได้เป็น18,000 บาท/30 ตารางเมตร
เท่ากับ 500 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ถ้าคอนโดของเราขนาด 32 ตารางเมตร
ดังนั้นปล่อยค่าเช่าได้เท่ากับ 32 ตารางเมตร x 600 บาท เท่ากับ 19,200
บาทต่อเดือน ง่ายๆแค่นี้ก็จะได้ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ของเราแล้วคะ
4.สอบถามนายหน้าหรือคนที่เคยปล่อยเช่าในโครงการเดียวกันกัน
แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือ
การสอบถามค่าเช่าจากนายหน้ามักจะได้ราคาที่อาจจะไม่จริง
นายหน้าบางคนอาจจะต้องการจูงใจให้เราใช้บริการนายหน้าถึงจะได้ค่าเช่าสูง
กว่าระดับปกติ
บางครั้งการสอบถามกับคนในโครงการเดียวกันซึ่งเคยปล่อยเช่าอยู่แล้วจะได้
ข้อมูลที่เป็นจริงมากกว่า
4 วีธีง่ายที่จะทำให้เราได้นำไปคำนวณค่าเช่าสำหรับคอนโด บ้าน ที่ดิน ลองนำไปปรับใช้ตามความถนัดเพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะที่สุดและเป็นนักลงทุนการปล่อยเช่าคอนโด บ้าน ที่ ดินได้มีอย่างมีประสิทธิภาพคะ
บทความอื่นๆน่าสนใจ
- วิธีการคำนวณค่าเช่าคอนโดเพื่อเพิ่มตอบแทน
- 6 วิธี ตกแต่งห้องน้ำให้สดใส มีชีวิตชีวา
- 10 ไอเท็มบนโต๊ะทำงานที่คุณควรจะมี
- 8 ยอดกลยุทธ์ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
- วิธีการตรวจรับห้องคอนโด อย่างง่าย
- ทุกวันนี้เราต้องเสียภาษีอะไรกันบ้าง
- ผ่อนสั้นหรือผ่อนยาว สำหรับซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียม อันไหนดีกว่ากัน
- สวนกระถาง สวนเล็กๆ ในบ้านให้ความสดใสให้กับชีวิต
- 10 ค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมสำหรับการซื้อบ้านและคอนโด
- ไอเดียแต่งสวนสวยด้วยหญ้าเทียม
- การเลือกใช้สีตามหลักภูมิปัญญาจีน
- การตกแต่งสไตล์ minimalist
- ตกแต่งบ้านหรือคอนโดหลังแรก
- ตกแต่งคอนโดด้วยสวนแคนตัส
- 7 เคล็ดลับขยายพื้นที่บ้าน ด้วยการตกแต่ง
- ตกแต่งบ้านด้วยสวนในร่ม
- โทนสีขาวดำ เท่อย่างมีสไตล์
- จัดห้องรับแขกในคอนโดให้ถูกหลักฮวงจุ้ย
สีนั้นมีพลังงานบางอย่างที่ส่งผลกระทบกับ
สิ่งมีชีวิตได้โดยสีแต่ละสีนั้นสามารถส่งผลให้คนนั้นรับรู้และเกิดความ
รู้สึกที่แตกต่างกันได้จึงส่งผลถึงอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดต่างๆขึ้นมา
ยกตัวอย่างเช่น
เมื่อคนเราอยู่ห้องสีขาวหรือสีอ่อนก็ไม่รู้สึกร้อนแต่เมื่อคนอยู่ในห้องสี
แดงก็จะรู้สึกร้อนขึ้นมาได้ทั้งที่ห้องนั้นไม่ได้มีเครื่องทำความร้อนชนิดใด
ที่เปลี่ยนอุณหภูมิของห้องให้ร้อนขึ้นมาแต่ความรู้สึกของคนหรือสิ่งมีชีวิต
นั้นรับรู้ถึงพลังงานของสีนั้นได้

ดังนั้นการใช้สีสันต่างๆนั้นจะต้องเลือกใช้อย่างสมดุลกันไม่มากหรือน้อยเกิน
ไปเพราะพลังงานของสีนั้นจะทำให้สิ่งมีชีวิตนั้นเสียสมดุลได้ส่งผลให้เจ็บ
ป่วย ซึมเซา ฯลฯ ได้ เช่น การหากเอากรงขังสัตว์มีผนังสีม่วงทึบนั้น
พลังงานจากสีก็จะกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของสัตว์ให้เกิดการเจ็บป่วยได้
แต่เมื่อเปลี่ยนสีผนังม่วงทึบไปเป็นสีอ่อน เช่น สีฟ้าแล้ว
สัตว์นั้นกลับมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้
แท้จริงพลังงานสีนั้นส่งผลต่อการหลังฮอร์โมนและเกิดปฎิกิริยาทางเคมีในร่าง
กายที่แตกต่างกันซึ่งส่งผลต่อชีวิตคนดังนั้นพลังงานจากสีนั้นเป็นปัจจัย
อย่างหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญในศาสตร์ฮวงจุ้ย
สีของวัตถุแต่ละชิ้นนั้นเกิดจากที่แสงนั้นสัมผัสกับวัตถุโดยวัตถุนั้นจะดูด
กลืนแสงบางความถี่และกระจายหรือสะท้อนแสงบางความถี่ออกมา
โดยแต่ละความถี่ของแสงก็จะแสดงสีสันออกมาต่างกัน เช่นแสดงเป็นสีเหลือง
น้ำตาล แดง ส้ม ฟ้า น้ำเงิน เขียว ฯลฯ
ขณะที่วัตุสีดำคือวัตถุที่ดูดกลืนแสงหรือไม่สะท้อนแสงทุกความถี่
ตรงกันข้ามกับสีขาวที่ไม่ดูดกลืนหรือสะท้อนแสงทุกความถี่ออกมา
เมื่อแสงแต่ละความถี่กระทบกับดวงตาก็จะทำให้เห็นสีที่แตกต่างกันและส่งผลต่อ
ความรู้สึกที่แตกต่างกันนั้นเอง
แม้ว่าแสงนั้นจะก่อให้เกิดสีมากมายจากพลังงานความถี่ที่แตกต่างกัน
แต่สำหรับในวิชาภูมิปัญญาจีนแล้วสีนั้นจะแบ่งเป็น 5 ธาตุเท่านั้น
เนื่องจากชาวจีนนั้นเชื่อว่าทุกสรรพสิ่งไม่ว่าจะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรมนั้น
สามารถแบ่งออกเป็นธาตุต่างๆทั้ง 5 ธาตุ (ดิน ทอง น้ำ ไม้ ไฟ)
โดยแต่ละธาตุก็จะมีลักษณะของพลังงาน รูปทรงรูปร่าง วัตถุสสาร สีสรร ฯลฯ
แตกต่าง โดยสีสรรต่างๆนั้นก็สามารถแจกแจงเป็น 5 ธาตุได้
ตามข้อมูลด้านล่างนี้
ข้อมูลแสดงการแบ่งสีต่างๆให้สอดคล้องกับธาตุ
ธาตุดิน ได้แก่ สีเหลือง,ส้ม,น้ำตาล,ครีม,อิฐ,สีแทน
ธาตุทอง ได้แก่ ทอง สีขาว , เงิน , ทอง
ธาตุน้ำ ได้แก่ สีฟ้า , น้ำเงิน , ดำ, เทาเข้ม
ธาตุไม้ ได้แก่ สีเขียว (แก่และอ่อน)
ธาตุไฟ ได้แก่ สีแดง , ม่วงแดง, ชมพู
ธาตุดิน ซึ่ง
เปรียบได้กับดิน หิน
ทรายที่รองรับสรรพสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้จึงเปรียบเสมือนความอดทน หนักแน่น
มั่นคง ยึดมั่นในสิ่งที่เป็นอยู่ ซึ่งสีแห่งพลังธาตุดินนั้นคือสีเหลือง ส้ม
น้ำตาล ครีม
โดยสีเหลืองนั้นจะเปรียบเหมือนจุดศูนย์รวมพลังงานที่รองรับทุกสรรพสิ่งและ
เป็นสีแห่งอำนาจ ซึ่งจักรพรรดิจีนทุกองค์นั้นจะใช้ชุดเป็นสีเหลืองเสมอ
ขณะที่สีน้ำตาลก็หมายถึงมั่นคง สมดุลที่เรียบง่าย
ธาตุทอง ซึ่ง
เปรียบได้กับโลหะที่มีความแข็งแรง ความชัดเจน เร็วแรง เฉียบคม
ความแน่นอนเด็ดขาด ยุติธรรม
หากสังเกตสิ่งของที่เคลื่อนไหวรวดเร็วหรือของแข็งต่างๆมักจะเป็นวัตถุธาตุ
ที่เป็นโลหะ เช่น เครื่องจักร รถยนต์ ฯลฯ ซึ่งสีแห่งธาตุทองคือสีเงิน สีทอง
และสีขาวโดยสีขาวนั้นคือความแวววาวสูงสุดของโลหะซึ่งสะท้อนแสงออกมาเป็นสี
ขาว
ซึ่งจริงแล้วสีขาวนั้นเป็นสีแห่งความบริสุทธิ์ยุติธรรมซึ่งทั่วไปแล้วจะใช้
เป็นสีขาวเป็นชุดทางพิธีกรรมของหลายศาสนา
ธาตุน้ำ เปรียบ
เสมือนความใสของปัญญา ความลึกซึ้งของความคิดเหมือนน้ำที่ใสสะอาด
นอกจากนี้น้ำเป็นสิ่งที่สามารถไหลไปได้ทุกแห่งหน
เปลี่ยนรูปร่างตามภาชนะที่บรรจุได้จึงเปรียบเสมือนกับการพลิกแพลง
ปรับตัวให้เข้ากับสิ่งต่างๆนั้นได้ ธาตุน้ำยึงหมายถึงความลึกลับ
ซ้อนเร้นเหมือนกับมหาสมุทรที่ลึกมืดจนมองไม่เห็นสิ่งใดๆ
ซึ่งสีของธาตุน้ำคือสีฟ้า น้ำเงิน ซึ่งหมายถึงความเยือกเย็น
สงบนิ่งเหมือนปัญญาใสนิ่งสงบ และเป็นสีที่ช่วยในการบำบัดโรคได้ดีอีกด้วย
นอกจากนี้สีดำยังเป็นสีของธาตุน้ำซึ่งเปรียบเสมือนน้ำลึกไม่เห็นแสงใดๆ
จึงหมายถึงความลึกลับ ซ้อนเร้น ความเฉลียดฉลาดทางปัญญาที่ลึกซึ้ง
ธาตุไม้ เปรียบ
เหมือนการพัฒนา เมตตา วิชาการ
ความคิดสร้างสรรค์เหมือนต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิตที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆเหมือน
การพัฒนาไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทางด้านการศึกษา วิชาการต่างๆ
และต้นไม้นั้นแตกกิ่งก้านสาขาจากลำต้นเปรียบเหมือนความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ
นานาที่แตกแขนง นอกจากนี้ต้นไม้ยังให้ความร่มรื่นต่อสัตว์อื่น
มีผลมีดอกให้คนนำไปใช้ประโยชน์จึงเปรียบเสมือนต้นไม้มีความเมตตาต่อสรรพสิ่ง
อื่นๆ ซึ่งสีเขียวนั้นเป็นพลังของธาตุไม้ซึ่งเป็นสีของการเจริญเติบโต
ฟื้นฟูสิ่งต่างๆ
โดยเป็นสีหลักที่โรงพยาบาลซึ่งเหมือนเป็นสีแห่งการฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง
และมีพัฒนาการ
ธาตุไฟ เปรียบเหมือนเปลวไฟที่
โดดเด่นจึงเกี่ยวกับ ชื่อเสียง การแสดงออก
ไฟยังแผ่กระจายพลังงานดังนั้นก็เปรียบเหมือนการให้ความอบอุ่น
การให้ความรู้ให้กระจ่าง ซึ่งสีของธาตุไฟนั้นคือสีแดง สีชมพู และม่วงแดง
โดยสีแดงนั้นคือความร้อนแรง กระตืนรืนร้น ความสนุกสนาน
ความยินดีปิติจึงเหมาะกับงานเฉลิมฉลองหรืองานมงคลต่างๆ
นอกจากนี้เป็นสีที่กระตุ้นพลังงานได้มากจึงต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมเพราะ
สามารถกระตุ้นพลังงานที่ดีหรือที่ร้ายได้ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ให้เหมาะสม
ส่วนสีชมพูคือสีแห่งความรัก ความอ่อนโยน นุ่มนวล
ส่วนสีม่วงแดงคือสีแห่งพลังทางด้านจิตวิญญาณ
ส่วนการเลือกใช้สีนั้นก็มีหลายทฤษฎีสำหรับการเลือกใช้สีต่างๆซึ่งในบทความ
นี้คงไม่กล่าวถึงการใช้สีในเชิงการตกแต่งภายในและภายนอกตามหลักสถาปัตยกรรม
แต่จะกล่าวถึงการใช้สีตามภูมิปัญญาจีนเป็นหลักซึ่งก็ได้กล่าวคร่าวๆเกี่ยว
กับความหมายในแต่ละสีที่ถูกแบ่งเป็นธาตุต่างๆและมีความหมายที่แตกต่างกัน
โดยสามารถเลือกใช้สีเพื่อให้ก่อเกิดตามความหมายที่กล่าวไปเบื้องต้นได้เช่น
กัน แต่อย่างไรก็ตามการเลือกใช้สีนั้นยังมีอีก 2
ทฤษฎีด้วยกันคือการเลือกใช้สีให้สอดคล้องกับองศาทิศทางตามหลักวิชาฮวงจุ้ย
ที่ต้องคำนวนในแต่ละสถานที่และอีกวีธีคือการเลือกใช้สีให้สอดคล้องกับดวง
ชะตาคนแต่ละคน
ซึ่งการใช้สีตามหลักฮวงจุ้ยนั้นจะส่งผลกับทุกๆคนที่อยู่บริเวณสถานที่ที่ใช้
สีนั้นๆเป็นหลัก
ขณะที่การใช้สีให้สอดคล้องกับดวงชะตาคนนั้นจะเป็นการใช้สีเพื่อเสริมเฉพาะ
บุคคลเท่านั้นไม่ได้เกิดผลรวมคนอื่นๆ
การใช้สีกับองศาทิศทางของฮวงจุ้ยจะพิจารณาสีให้สอดคล้องกับพลังงานในแต่ละ
องศาทิศทางเพื่อไปกระตุ้นพลังงานที่ดีให้ดียิ่งขึ้น เช่น
หากคำนวนองศาทิศทางแล้วทิศใต้มีปราณพลังธาตุไฟที่ดีก็ควรที่ใช้สีของธาตุไฟ
หรือสีของธาตุไม้บริเวณนั้น เนื่องจากสีธาตุไฟ (สีแดง ชมพู ม่วงแดง)
เป็นสีพลังงานลักษณะเดียวกันกับปราณพลังงานธาตุไฟจึงส่งเสริมปราณพลังงาน
ธาตุไฟให้มีพลังมากขึ้น
ส่วนสีของธาตุไม้ซึ่งปกติแล้วธาตุไม้เป็นธาตุที่ก่อเกิดธาตุไฟให้มีกำลังมาก
ขึ้นเหมือนไม้เป็นเชื้อเพลิงดังนั้นหากใช้สีของธาตุไม้ (สีเขียว)
ก็จะยิ่งกระตุ้นพลังงานธาตุไฟให้กำลังมากขึ้นเช่นกัน
ซึ่งการยกตัวอย่างนี้เป็นรายละเอียดคราวๆ
นอกจากนี้ยังเลือกใช้สีลดทอนพลังที่ร้ายให้ร้ายน้อยลงในแต่ละองศาทิศทางได้
อีกด้วย ซึ่งแท้จริงหลักการใช้สีนั้นอ้างอิงถึงหลักของตามปฎิกิริยา 5 ธาตุ
ที่มีสัมพันธ์ของแต่ละธาตุต่างกัน โดยบางธาตุก่อเกิดพลังให้บางธาตุ
บางธาตุถ่ายเทพลังงานของบางธาตุ และบางธาตุพิฆาตควบคุมบางธาตุนั้นเอง
ส่วน
วีธีการเลือกใช้สีให้ถูกต้องกับบุคคลนั้นก็จะพิจารณาจากวิชาดวงจีนเป็นหลัก
ซึ่งจะแปลปี เดือน วัน ยาม
เกิดของแต่คนเป็นธาตุต่างหลายธาตุมาประจุอยู่ในตัวคนแล้วความสมดุลของธาตุใน
แต่ละดวงคน
ซึ่งแต่ละดวงคนจะมีความต้องการธาตุบางธาตุเป็นพิเศษเพื่อมาเสริมความสมดุล
และก็ไม่ต้องการธาตุบางธาตุที่ทำลายความสมดุลจึงทำให้มีธาตุที่ให้คุณและให้
โทษต่างกันไปในแต่ละคน โดยดวงคนที่ต้องการธาตุน้ำก็ควรเลือกใช้สีฟ้า
น้ำเงิน ดำ ดวงชอบธาตุไม้ก็เลือกใช้สีเขียวอ่อนหรือเข้ม
ดวงชอบธาตุไฟก็ใช้สีแดง ชมพู ม่วงแดง ดวงชอบธาตุดินก็ใช้สีเหลือง น้ำตาล
ส้ม ครีม และดวงชอบธาตุทองก็ให้ใช้สีขาว เงิน ทอง
ซึ่งดวงคนแต่ละดวงก็จะมีธาตุที่ให้คุณประมาณ 2-3
ธาตุเป็นส่วนใหญ่จึงทำให้มีสีให้เลือกใช้สำหรับแต่ละดวงคนเยอะพอสมควร
เพียงแต่ดวงแต่ละคนนั้นก็จะมีธาตุที่สำคัญสูงสุดซึ่งทำให้สีของธาตุนั้นเป็น
สีสำคัญที่ดีสุดสำหรับดวงแต่ละคนด้วย
เนื่องจากการใช้สีเสริมดวงคนนั้นเป็นการเสริมเจาะจงเฉพาะตัวบุคคลดังนั้นจึง
เหมาะกับสิ่งที่ใช้เป็นเฉพาะเจาะต่อคนนั้นๆ เช่น สีห้องนอนของแต่ละคน
สีของเครื่องแต่งกาย สีเครื่องประดับ สีรถยนต์ เป็นต้น
การพิจารณาคำนวนปราณว่าทิศทางไหนจะมีพลังงานดีหรือร้ายแล้วเลือกใช้สีต่างๆ
ให้สอดคล้องตามหลักฮวงจุ้ยนั้นสลับซับซ้อนและต้องคำนวนตามองศาแกนแม่เหล็ก
โลกของสถานที่นั้นเป็นหลัก
ส่วนการหาธาตุให้คุณให้โทษตามดวงชะตาคนนั้นก็ต้องอาศัยการคำนวนที่ต้องใช้
ประสบการณ์ทางด้านดวงจีน
ดังนั้นหากจะพิจารณาใช้สีต่างๆให้ถูกต้องจริงจำเป็นต้องศึกษาให้เข้าใจหลัก
การฮวงจุ้ยและดวงจีนทั้ง 2 ด้าน
เพื่อให้เลือกใช้สีที่เหมาะสมที่ถูกต้องสอดคล้องของหลักการของ 2
วิชาร่วมกันก็จะทำให้การเลือกใช้สีนั้นถูกต้องและให้คุณประโยชน์สูงสุด
โดย อ. เกริกวิชญ์ กฤษฎาพงษ์
Baannatura
บทความอื่นๆน่าสนใจ
- การเลือกใช้สีตามหลักภูมิปัญญาจีน
- การตกแต่งสไตล์ minimalist
- ตกแต่งบ้านหรือคอนโดหลังแรก
- ตกแต่งคอนโดด้วยสวนแคนตัส
- 7 เคล็ดลับขยายพื้นที่บ้าน ด้วยการตกแต่ง
- ตกแต่งบ้านด้วยสวนในร่ม
- โทนสีขาวดำ เท่อย่างมีสไตล์
- จัดห้องรับแขกในคอนโดให้ถูกหลักฮวงจุ้ย
- ทำความสะอาดห้องครัวในคอนโดให้แจ่ม
- แต่งห้องนั่งเล่นสุดชิคด้วยสติ๊กเกอร์ติดผนัง
- DIY ห้องทานข้าวสีทึมให้ดูสวยสดใส
- เลือกของแต่งคอนโดมิเนียม ตามหลักฮวงจุ้ย
- เคล็ดลับจัดตู้เสื้อผ้าให้เป็นระเบียบ
- หมอนอิงของกินแบบต่างๆ มาเสริมสร้างบรรยากาศในคอนโดมิเนียม
- เลือกทำเลซื้อบ้าน - คอนโด ฯ อย่างไรให้รวย
- แผงปุ่มไม้กะทัดรัด แขวนของได้สารพัด
- 4 เคล็ดลับ ทำให้คอนโดหอมสดชื่น
- 10 วิธี นอนหลับสบายๆ ในคอนโดช่วงหน้าร้อนโดยไม่ต้องเปิดแอร์
- 8 เคล็บลับน่ารู้ ที่ช่วยคุณดูแลรักษาตู้เย็นในคอนโด
- ตกแต่งคอนโดสไตล์วินเทจ
- มุมนั่งเล่นในคอนโด ที่จะทำให้เราผ่อนคลาย