แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไทยโฮมออนไลน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไทยโฮมออนไลน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สีของเพดาน ตามหลักฮวงจุ้ย


โดยหลักฮวงจุ้ยแล้วนั้น ถ้าเราถือว่าเพดานเป็น ฟ้า การที่จะทำให้ห้องสมบูรณ์ได้ควรที่จะมีทั้งส่วนของพื้นโลกและเพดาน ดังนั้นการเลือกสีสันห้องนั่งเล่นให้เหมาะกับเพดานก็คือการเลือกสีอ่อน

ไม่ว่าจะเป็นสีฟ้าซึ่งอีกความหมายก็คือ ท้องฟ้า หรือการเลือกใช้สีขาวซึ่งหมายถึงก้อนเมฆก็ล้วนแต่แสดงความหมายที่ดีทั้งนั้น และพื้นห้องที่สำคัญควรเป็นสีที่เข้ม อย่างน้อยต้องเข้มกว่าสีเพดานเพื่อแยกแยะให้ชัดเจนถึงส่วนที่เป็นพื้นและเป็นเพดาน

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการเลือกใช้สีที่เข้มบนเพดาน และสีอ่อนของพื้น เพราะจะทำให้ดูเป็นห้องที่หนักและไม่มีอะไรรองรับ ถ้าส่วนอื่นของห้องนั่งเล่นไม่มีไฟ หรือแสงสว่างจากข้างนอก ขอแนะนำให้ติดตั้งไฟซ่อนอยู่ข้างในช่องที่เป็นเวิ้งของเพดาน เพราะจะได้ช่วยให้มีแสงสว่างเพิ่มในเวลากลางวัน และไม่รบกวนตำแหน่งการวางของโคมไฟคริสตัล

ขอบคุณเนื้อหาจาก Thaihomeonline

ฮวงจุ้ยห้องนั่งเล่น กับเสาและคาน



คุณจะทำอย่างไรเมื่อบ้านมีส่วนเสาหรือคานที่เห็นชัดเจนในห้องนั่งเล่น ?... เนื่องจากทั้งเสาและคานเป็นส่วนประกอบด้านโครงสร้างเพื่อหนุนให้ตัวบ้านทรงตัวอยู่ได้ ซึ่งในหลักฮวงจุ้ยแล้วถือว่าเป็นตัวแบกรรับภาระของตึก เป็นสิ่งสำคัญ แต่ดีที่สุดต้องไม่เห็นส่วนประกอบทั้งสองนี้อย่างชัดเจน ดังนั้นถ้ามีการก่อสร้างที่ดี ก็จะช่วยอำพรางหรือบังเสาและคานไปได้

เมื่อพูดถึงคาน การก่อสร้างและตกแต่งห้องนั่งเล่น แน่นอนว่าถ้าส่วนที่เป็นคานเห็นออกมาชัดเจน ก็ควรที่จะมีการแก้ไข ในขณะเดียวกัน สำหรับผู้อยู่อาศัย บริเวณที่ควรหลีกเลี่ยงไปนั่งมากที่สุด ก็คือบริเวณที่อยู่ข้างเสา เพราะการที่นั่งข้างเสา จะบ่งบอกได้ชัดเจนมากว่าจริงๆแล้วคุณนั่งอยู่ใต้คานนั่นเอง (โดยเฉพาะบางบ้านที่วางโซฟาติดกับตัวเสา ถ้าเป็นไปได้ ควรเปลี่ยนแปลง)

ฮวงจุ้ยห้องนั่งเล่น เกี่ยวกับเสาและคาน

ทั้งนี้ทั้งนั้น แต่การที่คุณวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นแทน เช่น ตู้หนังสือ ตู้โชว์ ก็จะเป็นการช่วยบรรเทาภาระนี้ นอกจากนี้ ถ้าเสานั้นติดกันกับตัวผนัง ก็จะเป็นการดีถ้ามีการนำตู้มาวางไว้บดบัง เพื่อให้ไม่เห็นชัดเจน

และถ้าเป็นเสาที่อยู่โดดๆ แม้จะไม่ไกลจากผนัง ก็ควรที่จะมีการหาตู้เก็บของซึ่งไม่ใหญ่มากนักมาวางระหว่างช่อง และเว้นช่องให้อากาศถ่ายเท ทั้งนี้ก็เพื่อถือว่าเป็นการเชื่อมเสานั้นเข้ากันกับกำแพงและยังมีช่องให้อากาศถ่ายเทด้วย

นอกเหนือจากนี้อาจจะเลือกใช้ ต้นไม้ การใช้ภาพแขวน หรือแม้กระทั่งการใช้สิ่งของตกแต่งอื่นๆ เพื่อไม่ให้ช่องว่างระหว่างเสาดูชัดเจนเกินไป แต่ถ้าตัวตู้เก็บของเป็นชิ้นใหญ่ และบดบังวิสัยทัศน์ คุณก็สามารถติดตั้งไฟเพิ่ม เพื่อเป็นการสร้างมิติให้กับห้อง แล้วก็ยังช่วยเสริมฮวงจุ้ยด้วย

ในกรณีที่เสาอยู่ห่างจากตัวผนังมาก ควรที่จะเปลี่ยนมุมมอง โดยการใช้เสาเป็นจุดศูนย์กลางหรือเป็นตัวช่วยแบ่งเขตการใช้งาน โดยอาจจะมีการนำพรมมาวางเพื่อแบ่งแยกเขต ส่วนอีกด้านหนึ่งอาจจะมีการตกแต่งด้วยหิน การที่เราแนะนำแบบนี้ ก็เพื่อให้ผู้อยู่อาศัย แทนที่จะมองจ้องไปที่เสาแล้วเป็นสิ่งแปลกปลอม กลับเป็นสิ่งที่ดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมห้องนั่งเล่นนั้นๆ



ขอบคุณเนื้อหา Thaihomeonline

ห้องครัวเก๋ๆ สไตล์คอนโด


        
แบบห้องครัวขนาดเล็ก เหมาะสำหรับบ้านและคอนโด กับการตกแต่งที่ลงตัวและใช้งานง่าย เป็นไอเดียให้สำหรับบางท่านที่ยังไม่รู้จะจัดการกับที่อยู่อาศัยที่มีพื้นที่จำกัดอย่างไร เช่น คอนโด ทาวน์เฮ้าส์ หรือบ้าน ที่มีขนาดพื้นที่จำกัด การตกแต่งห้องครัวก็เป็นพื้นที่ ที่สำคัญเช่นเดียวกันกับห้องนอนเราควรเลือกขนาดของสิ่งอำนวยความสะดวกให้ เหมาะสมกับคอนโดที่ มีพื้นที่ขนาดเล็ก เพื่อสะดวกและง่ายต่อการใช้สอย หากเราเลือกอุปกรณ์ใช้สอยได้เหมาะสมห้องครัวของคุณก็จะออกมาสวยงามลงตัวได้ โดยไม่ต้องง้อพื้นที่กว้างๆ อีกเลยค่ะ

      สิ่งสำคัญเราควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดเหมาะพอดีกับขนาดห้อง หรือจะเป็นแบบบิวท์อินได้ยิ่งดี โดยเฉพาะตู้เก็บของติดผนัง ซึ่งจำเป็นมากในการใช้จัดเก็บอุปกรณ์ทำครัวให้เป็นระเบียบ และควรเป็นตู้ติดผนังในมุมสูง ซึ่งทำให้ไม่เปลืองพื้นที่ด้านล่างให้เกะกะจนไม่มีทางเดิน เรามาดูกันดีกว่าว่าห้องครัวที่มีพื้นที่จำกัดจะตกแต่งออกมาได้อย่างลงตัว แค่ไหนกันค่ะ


 
( ขอบคุณภาพจาก โครงการชาโตว์ อินทาวน์ วิภาวดี 30 )

 
( ขอบคุณภาพจาก โครงการชาโตว์ อินทาวน์ รัชดา 20 )

 
( ขอบคุณภาพจาก โครงการชาโตว์ อินทาวน์ สุขุมวิท 62/1 )

 
( ขอบคุณภาพจาก โครงการชาโตว์ อินทาวน์ รัชดา 20-2 )

 
( ขอบคุณภาพจาก โครงการแบงค์คอก เฟ'ลิซ กรุงธนบุรี 5-2 )

 
( ขอบคุณภาพจาก โครงการแบงค์คอก เฟ'ลิซ สุขุมวิท 69-2 )

 
( ขอบคุณภาพจาก โครงการแบงค์คอก ฮอไรซอน ติวานนท์ )

เรียบเรียงโดย : กระดังงา

แขวนโมบาย เสริมดวงเจ้าของบ้าน

https://lh5.googleusercontent.com/-EBEqH_45pao/Ue-ouPKdqyI/AAAAAAABNYA/9icfxEDvRA4/s620/mobile-sound-tip-3.jpg

โมบาย หรือกังสดาล มีประโยชน์ด้านศาสตร์ฮวงจุ้ยที่ช่วยเสริมดวงเจ้าของบ้าน โดยตามตำราจีน เรียกว่า กังสดาล "ระฆังทิพย์" หรือ กระดิ่งลม ภูมิปัญญาไทยสมัยโบราณทำไว้เพื่อบ่งบอกทิศทางลม ส่วนในทางฮวงจุ้ย และความเชื่อของคนไทยสมัยก่อนเชื่อว่า โมบาย หรือ กังสดาล สามารถป้องกัน ขจัด ขับไล่สิ่งชั่วร้ายที่มีอยู่ในบ้านออกไปได้ ไม่ว่าจะเป็นภูตผีปีศาจ วิญาญร้าย นอกจากนี้ยังเป็นการสะเดาะเคราะห์ แก้เคล็ด ปัจจุบัน โมบาย จึงได้มีการประยุกต์ให้เหมาะสำหรับฮวงจุ้ยมากยิ่งขึ้น ทำเป็นแท่งเหล็ก มีป้ายเขียนตัวอักษรจีน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ ความมงคลต่างๆ ทั้งทางด้านการเงิน สุขภาพ ชีวิตและความเป็นอยู่ ส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัย มีความเจริญรุ่งเรือง จิตใจเย็น ผ่อนคลายทั้ง กายและใจ

การแขวนโมบายนั้นจะ แขวนไว้ในตำแหน่งใดของบ้านก็ได้ แต่ควรเป็นตำแหน่งที่โล่ง สามารถรับลมได้สะดวก มิเช่นนั้น คุณอาจจะไม่ได้ยินเสียงกระทบใดๆ เลย ส่วนใหญ่นิยมแขวนไว้บริเวณชายคาบ้าน หน้าบ้าน ริมหน้าต่าง กันสาด แต่หากบริเวณบ้าน ยากต่อการรับลม แนะนำให้ทำสายแขวนยาวๆ เพื่อให้ง่ายต่อ การสั่นสะเทือน หรือ คุณอาจนำมาแขวนไว้บริเวณกิ่งไม้อ่อนๆ ก็จะช่วยให้เสียงกระทบ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพียงแค่มีลมพัดเข้ามาเบาๆ

ทั้งนี้เพื่อความหลากหลาย สามารถเลือกซื้อหลายๆ แบบมาแขวนรวมกัน ก็จะได้ยินเสียงหลายโทน ให้ความไพเราะอย่างยิ่ง สำหรับโมบายกระดิ่งนี้ แม้จะ ไม่มีผลทางด้านฮวงจุ้ย หรือความเชื่อใดๆ แต่เมื่อได้นำมาแขวนไว้แล้ว สิ่งที่สัมผัสได้ทันทีนั่นคือ ความรู้สึก สบายกาย สบายใจ เย็นสงบโดยทันที สำหรับท่านใดที่ ชอบความสงบ เจริญสติ ฝึกสมาธิ เหมาะเป็นอย่างสูงที่จะเลือกแขวนเสริมดวงให้กับตัวบ้านและตัวเอง

หลักการวางนาฬิกา ตามหลักฮวงจุ้ย


นาฬิกา ถือเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตที่จะต้องดำเนินไปในแต่ละวัน นอกจากนี้แล้วนาฬิกายังแฝงนัยแห่งความสำเร็จก้าวหน้าอีกด้วย ถ้าในห้องหนึ่งมีนาฬิกามากกว่า 2-3 เรือน นั่นถือว่ามากเกินไปไม่สมดุลกับตัวห้อง

สำหรับตำแหน่งที่ดีของการติดตั้งนาฬิกานั้นควรอยู่ซ้ายมือของคุณ (หันหน้าออกนอกบ้าน) นาฬิกาทรง 6 เหลี่ยม และ 8 เหลี่ยม ถือเป็นรูปทรงที่เสริมมงคลโชคลาภแก่บ้านและผู้อยู่อาศัย

จัดฮวงจุ้ยบ้าน ให้เก็บเงินเก็บทอง

https://lh3.googleusercontent.com/-6VL2isyQkQg/Ue-kwUi2whI/AAAAAAABNXM/Oj92cO2nWbM/s425/%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%259A%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2599.jpg

หลักฮวงจุ้ยการจัดบ้านให้เก็บเงินเก็บทอง สามารถกล่าวว่า ทำได้ง่ายและสบาย ๆ สำหรับวิชาฮวงจุ้ยแล้ว ยังมีเคล็ดลับบางประการที่จะช่วยให้ท่านสามารถเก็บกับเงินทองให้อยู่กับท่านไว้ให้ได้นานที่สุด เพื่อเป็นหลักประกันของชีวิตที่มีความสุข ของครอบครัวตลอดไป

เคล็ดลับในการเก็บกักเงินทอง

1. ประการแรกที่สำคัญ คือ จะต้องมีการคำนวณทิศทางที่ดีที่สุดสำหรับบ้านหลังหนึ่งสามารถให้ลมสามารถเข้าสู่ตัวบ้านได้ โดยการเจาะเป็นช่องหน้าต่าง หรือประตู ก็ได้ โดยการคำนวณ ต้องใช้หลักการ "ฮวง" ซึ่งหมายถึง "ลม" และ "จุ้ย" หมายถึง "น้ำ" "ลม" จะแสดงถึงความเป็นอยู่ที่ดี และ "น้ำ" จะแสดงถึงเงินทอง ดังนั้น คำนวณตามศาสตร์การเดินดาวเหิรหรือดาวเก้ายุค ฉะนั้นบ้านแต่ละหลังที่สร้างในแต่ละยุค จะมีทิศทางที่ดีแตกต่างกัน รวมทั้งควรวิเคราะห์ทิศดี-ร้าย ประจำปี (ข้อนี้ต้องปรึกษาผู้รู้จริงช่วยคำนวณ)

2. ประการสองที่สำคัญ คือ สภาพแวดล้อมภายในบ้าน ต้องมีการปรับแต่งเฟอร์นิเจอร์ หรือจัดวางวัตถุสิ่งของ เช่น ฉากกั้นเพื่อเก็บกักกระแสลม ที่เข้ามาตามข้อ 1 ให้วนเวียนอยู่ในบ้านท่านให้นานที่สุด ก่อนที่กระแสซี่นั้นจะไหลออกไปทางหน้าต่าง หรือประตูบานอื่น ๆ ของบ้านท่าน มิฉะนั้น แม้ท่านจะหาเงินเก่งและมีจำนวนมากเพียงใด ก็จะมีเหตุให้ท่านต้องจับจ่ายใช้สอยจนหมดไปในเร็ววัน

3. ประการสามที่สำคัญ คือ บ้านที่ท่านอยู่ จะต้องมีประตูหลังบ้านที่เล็กกว่าประตูหน้าบ้าน เพราะทางฮวงจุ้ยถือว่า ประตูหน้าบ้านมักเป็นทางเข้าของโชคลาภ และประตูหลังบ้านจะเป็นทางออกของโชคลาภ

4. ประการสี่ที่สำคัญ คือ ต้องคำนึงถึงการจัดวางตำแหน่งของตู้เก็บเงิน หรือตู้เซฟ ภายในบ้านให้ได้ตำแหน่งที่ดี มีตำแหน่งดาวโชคลาภ(มุมร่ำรวย)ของยุคปัจจุบันแทน ก็จะทำให้ท่านแสวงหาเงินทองเข้าบ้านได้ยากเช่นกัน

5. ประการห้าที่สำคัญ คือ ตรวจสอบดวงชะตาชีวิตของตนเองประกอบด้วย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจดวงด้วยวิธีใดก็ตาม เช่น ดวงจีน ดวงไทย หรือดวงพม่า ว่าตัวท่านเองมีดวงเก็บเงินอยู่หรือไม่ ?

หากไม่มีนอกแล้วท่านต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการเก็บเงินของท่าน ให้อยู่ในรูปแบบอื่น เช่น โฉนดที่ดิน สลากออมสิน หรือกรมธรรม์ประกันชีวิต แทน

ท่านเชื่อหรือไม่ว่า ถ้าท่านจัดบ้านให้เก็บเงินทองอยู่ เพียงท่านใช้พลัง "น้ำ" "ลม" ของธาตุที่สัมพันธ์กับท่านได้ จะช่วยให้ท่านเกิดความสุข และช่วยเสริมบารมีของท่านของในเรื่องต่างๆได้ เช่น ตำแหน่งหน้าที่การงาน เงินทอง โชคลาภ เป็นต้น

ฮวงจุ้ย จัดบ้านเสริมดวงสไตล์ญี่ปุ่น

https://lh5.googleusercontent.com/-GhLi5vr5xIY/Ue5UW6LPvHI/AAAAAAABNTo/znKlWfsDqlk/s800/%25E0%25B8%259A%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AA%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%258D%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B8%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25992.jpg

ชาวแดนอาทิตย์อุทัยมักมีอะไรให้แปลกใจเล่นอยู่เสมอๆอย่างเช่น การจัดบ้านเพื่อเสริมฮวงจุ้ยให้ถูกโฉลกกับผู้อยู่เนี่ย ท่านพี่เค้าถนัดนัก เช่น

ถ้าเป็นดวงด้านสุขภาพต้องทำความสะอาดมุมต่าง ๆ ที่อยู่ในห้องนอนโดยให้ความสำคัญที่รอบ ๆ "เตียงนอน"

ถ้าเป็นดวงเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ต้องทำความสะอาด "ห้องน้ำ" ให้เอี่ยมอ่อง

ถ้าดวงความรักต้องขัดและจัดสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่บริเวณ "อ่างล้างหน้า" ให้เป็นระเบียบและเนี้ยบ

ดวงด้านความสัมพันธ์กับคนรอบข้างต้องทำความสะอาด "ห้องครัว" ให้เข้าที่

ถ้าเป็นดวงด้านความงามต้องขัด "ห้องอาบน้ำ" ให้เป็นประกายไร้คราบสกปรก

ถ้าต้องการเสริมดวงหน้าที่การงานต้องทำความสะอาดและจัด "ตู้เก็บรองเท้า"

การทำความสะอาดและจัดส่วนต่าง ๆ ของบ้านต้องเริ่มในตอนเช้าในตอนที่ร่างกายยังมีพลังอย่างเต็มที่ และห้ามใช้เวลาทำความสะอาดนานกว่า 2 ชั่วโมง เพราะพลังของร่างกายจะตกจนเป็นการสร้างพลังด้านลบให้กับตัวเอง โดยต้องเริ่มทำความสะอาดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มความสุข และทำให้รับพลังความสุขได้มากขึ้น หรือจะเริ่มทำความสะอาดจากประตูหน้าบ้าน และจบลงที่ประตูหน้าบ้าน ก็ได้เหมือนกัน

ส่วนเรื่องที่ต้องระวังคือตำแหน่งของการวาง "กระจก" และ "นาฬิกา" ถ้าวางกระจกใกล้ประตูบ้านจะเป็นสะท้อนความสุขออกไปต้องวางไว้ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือ หรือทิศตะวันตก ส่วนนาฬิกาก็จะช่วยให้โชคชะตาไม่เปลี่ยนผัน จึงต้องวางที่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ หรือทิศตะวันออกเฉียงเหนือและพอทำความสะอาดและจัดบ้านเสร็จ ก็ต้องรีบล้างมือให้สะอาดทันที การล้างมือเป็นการล้างเอาสิ่งไม่ดีออกไปให้หมดและยังเป็นการใช้พลังของ "น้ำ" เสริมดวงตามความเชื่อตั้งแต่โบราณไปในตัวด้วย   หากบ้านที่เราอยู่อาศัย สะอาด ไร้ความสกปรก รุงรัง รกตารกใจ สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือ ความโปร่ง โล่งสบาย ไร้ซึ่งสิ่งรบกวนใจ ที่นำพามาซึ่งความรู้สึกดี ที่มีผลในการ "เสริมดวง" ในท้ายที่สุด 

อาจารย์เทวีโชค

ทาสีรั้วบ้าน ช่วยเสริมฮวงจุ้ย


https://lh6.googleusercontent.com/-9BacbUK1eao/Ue5RxLCHNcI/AAAAAAABNTM/qvFnLoF90jY/s420/%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B5.jpg

บ้านเป็นสถานที่ที่เราใช้อยู่อาศัยและพักผ่อนหย่อนใจ แต่ทราบไหมว่า การทาสีบ้านหรือสีรั้วมีความสัมพันธ์ กับทิศทางของหน้าบ้านหลังนั้นๆ ซึ่งจะช่วยเสริมในเรื่องฮวงจุ้ย และเพิ่มความสบายใจรวมทั้งเกิดความมั่นใจว่า ได้ทำถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย โดยการทาสีรั้วบ้านใหม่เพื่อให้ถูกโฉลกนั้นต้องอาศัยหลัก 5 ธาตุดังนี้

ทิศใต้ ธาตุไฟ สีเขียว หรือ สีส้ม แดง

ทิศเหนือ ธาตุน้ำ สีขาว หรือ สีฟ้า สีเขียว หรือ น้ำเงิน

ทิศตะวันออก หรือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ธาตุไม้ สีฟ้าหรือ สีเขียว สีแดง หรือ สีม่วง

ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ธาตุดิน สีครีม หรือ สีส้ม สีชมพู

ทิศตะวันตก หรือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ธาตุทอง สีครีม หรือ สีฟ้า หรือ สีเทา หรือ สีขาว

นอกจากนี้ของตกแต่งบ้านก็มีส่วนช่วยเสริมฮวงจุ้ยด้วยเช่นกัน

ภาพวาดภูเขา จะนำมาซึ่งความยิ่งใหญ่ และความสำเร็จของหน้าที่การงาน ตกแต่งไว้ในห้องทำงาน หรือห้องครัว ก็ได้

สัตว์มงคล เสริมพลังแห่งความมั่นคงของธุรกิจ และการงาน ครอบครัวเป็นสุข ก็คือ สัตว์ที่เป็นช้าง

คริสตัล หรือกระจกแก้วเป็นรูปปิระมิด วางไว้ในห้องนอน หรือห้องรับแขก มุมใดมุมหนึ่งก็ได้ จะช่วยให้พลังเลวร้ายที่จะเข้ามาในบ้าน จะกระจายออกไปเป็นเสี่ยง ๆ

พลังหยินหยาง จะมีของมงคล หรือวัตถุที่ประดับบ้าน ช่วยเสริมให้เกิดความรุ่งเรือง ในกิจการ บ้าน โรงงาน และธุรกิจ ชีวิตราชการได้ สำหรับการทาสีบ้าน ช่วยเสริมสง่าราศีของที่อยู่อาศัย สีบ้านสัมพันธ์กับทิศทางหน้าบ้าน การทาสีบ้านหรือที่อยู่อาศัยนั้น มีส่วนที่จะช่วย เสริมฮวงจุ้ยของบ้านนั้นๆได้


ที่ดินสี่เหลี่ยมผืนผ้า อยู่แล้วรวย


ลักษณะที่ดินดี ควรปลูกบ้านเพื่ออยู่อาศัยหรือทำธุรกิจ ในแบบของความเชื่อฮวงจุ้ย ซึ่งเป็นวิธีการสอนของคนสมัยก่อน จะพบว่าความเชื่อเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับหลักของเหตุและผลอยู่ไม่น้อยทีเดียว ลักษณะที่ดินที่ไม่ดี ไม่ควรปลูกบ้านเพื่ออยู่อาศัยหรือทำธุรกิจ เพราะย่อมส่งผลไม่ดีให้กับผู้อยู่อาศัยรวมถึงสมาชิกคนอื่นๆ ลองมาดูกันซิว่า ลักษณะของที่ดินไม่ดีมีอะไรบ้าง

1.ลักษณะความยาวของหน้าบ้านยาวกว่าหลังบ้าน คือ หน้าบ้านกว้างหลังบ้านแคบ ส่งผลให้ที่อาศัยในบ้านลักษณะนี้มีใจคอคับแคบ เห็นแก่ตัว ถ้ามีเพื่อนอยู่บ้านลักษณะอย่างนี้ ควรหลีกหนีดีกว่า เพราะอาจถูกเอารัดเอาเปรียบ

2.ลักษณะที่ดินแหว่งทั้งหน้าบ้านและหลังบ้านด้านขวามือ เป็นบ้านที่จะส่งผลให้ฐานะการเงินของบ้านไม่ดีนัก

3.บ้านที่มีลักษณะแหว่งและตั้งอยู่ตรงทางสามแพร่ง ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ส่งผลให้เจ้าของบ้านอายุสั้น

4.ถนนขนาบบ้านทั้ง 2 ทาง ที่สร้างความหายนะแก่ผู้อยู่อาศัย ทำธุรกิจไม่ขึ้นมักถูกโกงเสมอๆ ทรัพย์สินเงินทองที่หามาได้ก็ลดน้อยลง ลูกหลานและบริวารมักทะเลาะกันเป็นประจำ ถือว่าเป็นทิศของประตูผี ทำให้สมาชิกในบ้านเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ

5.รูปทรงที่ดินสี่เหลี่ยมคางหมูปากแคบ ตำราฮวงจุ้ยเรียกว่าเป็นที่ดิน "ถุงเงิน" เป็นที่ดินที่เก็บทรัพย์ได้ดี แต่อาจต้องดิ้นรนต่อสู้เอาบ้างในช่วงแรกเริ่ม น่าจะมีเหตุผลมาจากการเก็บภาษีที่ดินของประเทศจีนในสมัยก่อนเช่นเดียวกับข้อแรก ทำให้เจ้าของบ้านบนที่ดินหน้าแคบมีเงินเหลือเก็บมากกว่าบ้านบนที่ดินหน้ากว้าง และหากมองในแง่การออกแบบแล้ว ที่ดินลักษณะนี้มักจะมีปัญหาเรื่องเสียงรถ และฝุ่นควัน รบกวนน้อยกว่าด้วย

6.รูปทรงที่ดินใบมีด จะมีแต่อันตราย การออกแบบบ้านบนที่ดินแคบยาว และมีขนาดเล็กมากๆ อาจมีปัญหาเรื่องการวางตำแหน่งห้องภายในบ้านซึ่งจะทำได้ค่อนข้างยาก โดยเฉพาะที่ดินที่ด้านแคบหันไปทางทิศเหนือ-ใต้ เพราะจะทำให้ออกแบบตัวบ้านเลี่ยงแสงแดดได้ลำบาก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้บ้านร้อน จนเจ้าของบ้านอยู่แล้วรู้สึกไม่สบาย

7.รูปทรงที่ดินรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน จะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ และประสบอุบัติเหตุบ่อย จนเป็นเหตุให้มีเรื่องให้เสียเงินเสียทองเสมอ ที่ดินลักษณะนี้ไม่ว่าจะวางตำแหน่งบ้านแบบไหนก็จะเหลือเศษสามเหลี่ยมมุมแหลม เป็นซอกรั้วบ้านทั้ง 2 ด้านเสมอ ซึ่งเป็นรูปร่างของพื้นที่ที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้มากนัก นอกจากจะจัดเป็นสวนหรือระเบียงนั่งเล่น และในแง่ของจิตวิทยาลักษณะซอกมุมเหล่านี้ ยังเป็นมุมที่ทำให้ผู้มองเกิดความรู้สึกอึดอัดอีกด้วย

8.ที่ดินรูปค้อน จะส่งผลให้มีแต่เรื่องหนักใจ ครอบครัวแตกร้าว มีทุกข์เหมือนกับโดนค้อนทุบ ที่ดินลักษณะนี้ถ้าหากเราวางผังบ้านไม่ดีจะเหลือซอกมุมและจุดอับมาก ซึ่งในการออกแบบบ้านที่ดีนั้น เจ้าของบ้านควรจะสามารถมองเห็นบริเวณภายในบ้าน ทุกๆส่วนได้ชัดเจนด้วย เพราะการมีมุมอับทางสายตาในบ้าน จะทำให้เจ้าของบ้านเกิดความรู้สึกไม่ค่อยดีในเชิงความไม่ปลอดภัยและเป็นกังวลได้ง่าย ดังนั้นการวางตำแหน่งบ้านบนที่ดินรูปค้อน เราจึงไม่ควรวางตัวบ้านเบี่ยงไปด้านใดด้านหนึ่งมากจนเกินไป

ฉะนั้นลักษณะที่ดินที่ดี ย่อมส่งผลดีกับเจ้าของที่ดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามตำราฮวงจุ้ยเป็นที่ดินที่ดีที่สุด ผู้อยู่อาศัยจะดี ครอบครัวมีความสุข เป็นลักษณะรูปทรงที่ดินที่วางผังบ้านได้ง่ายที่สุด และสามารถออกแบบให้มีพื้นที่เหลือ สำหรับสวนและปลูกต้นไม้ได้มากกว่าที่ดินลักษณะอื่นๆ โดยเฉพาะที่ดินสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่อยู่ทางทิศขวางตะวันหรือมีด้านแคบหันไปทางทิศตะวันออก และตะวันตก เพราะจะช่วยให้เราสามารถออกแบบบ้านรับลมประจำถิ่น ที่พัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ได้เต็มที่

บทความ  อ. สิวริศว ญาณทิพย์

จัดให้รวย ตามหลักฮวงจุ้ย




โดยทั่วไปฮวงจุ้ยของบ้านที่เข้าไปอยู่แล้ว (จะ) รวยมักมีลักษณะดังนี้

1. ทำเลที่ตั้งและความสะดวกของทางเข้าออก ในทางฮวงจุ้ยจะมองถึงแหล่งจ่ายกระแสพลังงานที่จะมาเข้าบ้าน หากอาคารที่เราอยู่นั้นตั้งอยู่ใกล้กับชุมทางที่มีถนนมารวมกันหลายๆ สาย และสามารถดักกระแสลังงานได้ นั่นย่อมทำให้สถานที่นั้นๆ มีโอกาสเจริญรุ่งเรืองได้รวเร็ว มีโชคทางธุรกิจที่หลากหลาย อย่างไรก็ตามสถานที่หรือบ้านไม่ควรสูงหรือต่ำกว่าถนนจนเกินไป ไม่มีสิ่งกีดขวางทางเข้าออก เพื่อให้โชคที่มากับลมนั้นเข้ามาได้มากที่สุด แบบนี้จึงเป็นลักษณะของบ้านที่อยู่แล้วรวย

2. ขนาดของพื้นที่และองศาทิศทาง การมีลมพัดเข้ามาถ่ายเทเป็นจุดเริ่มต้นของการมีฮวงจุ้ยที่ดี แต่ยังไม่ถึงกับเรียกว่าดี 100% เพราะต้องวัดองศาทิศทางของประตูหน้าบ้านด้วย แล้วนำมาจัดบ้านให้สอดคล้องกับสูตรลับที่คำนวณได้ ซึ่งจะเป็นตัวบอกว่าควรจะส่งเสริมอะไรบ้าง เช่น สภาพทางโล่งด้านหน้าหรือด้านหลัง

ดังนั้นหากเรามีขานดพื้นที่มากพอ สมควร ย่อมทำให้การจัดฮวงจุ้ยสามารถเลือกตัวช่วยให้เหนี่ยวนำพลังเข้าบ้านได้ มากกว่าบ้านพื้นที่จำกัด ทั้งนี้ทิศทางยังสัมพันธ์กับอาชีพของเจ้าของบ้านด้วย สำหรับบ้านที่เป็นรูปถุงเงินนั้นจัดเป็นที่ดินที่ดีมาก แต่จะต้องทราบว่าที่ดินนั้นจะต้องมีหน้ากว้าง และที่ด้านหลังกว้างกว่า จึงจะถือว่าเป็นถุงเงินของจริง มิใช่ที่หน้าแคบอย่างที่หลายท่านเข้าใจ

3. สภาพของต้นไม้ใบหญ้า หากบริเวณที่อยู่นั้นมีต้นไม้เขียวชอุ่มงดงามมีชีวิตชีวา แสดงว่าพลังในดินดีจึงส่งผลดีไปถึงต้นไม้และผู้อยู่อาศัยด้วย หากในบ้านมีต้นไม้ยืน้นตายให้รีบนำออกไป นอกจากนี้ สีสันของบ้านก็มีส่วนสำคัญ อย่าปล่อยให้ดูเก่าหรือสีถลอก จะทำให้ขาดพลังชีวิต

บ้านที่อยู่แล้วรวยยังรวมถึงการจัดบ้านที่สอด คล้องกับพลังประจำยุค พลังประจำปี และกระตุ้นโชคด้วยฤกษ์ยาม เนื่องจากพลังดี-ร้ายจะมาเยือนบ้านแต่ละหลังในทิศต่างๆ กัน หากจัดบ้านด้วยพลังประจำปีโดยจัดกระตุ้นโชค และวางสิ่งของลดโชคร้ายในมุมที่เหมาะสมแล้ว ก็จะเสริมให้มีโชคได้ตลอดและเป็นที่มาของความรุ่งเรืองได้ทุกปี

บ้านฮวงจุ้ยดีมีโอกาสร่ำรวย
บ้านที่มีทางเข้าออกสะดวก ใกล้ถนนหลายสาย ตัวบ้านไม่สูงหรือต่ำกว่าถนนมากเกินไป
- ขนาดบ้านพอเหมาะไม่เล็กจนเกินไป มีลมเข้าออกตลอดเวลา สภาพแวดล้อมร่วมรื่น ต้นไม้เขียวขจี
- องศาทิศทางอยู่ในตำแหน่งที่สอดคล้องกับพลังงานประจำยุคประจำปี

ฮวงจุ้ยกับคอนโด



"ฮวงจุ้ย" ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกคนรู้จัก แต่รู้ อย่างถูกบ้างผิดบ้าง

"ฮวงจุ้ย" หลายคนเชื่ออย่างงมงาย โดยไม่รู้เหตุผลและที่มาว่าเป็นอย่างไร แม้กระทั่งอาจารย์ดู

"ฮวงจุ้ย" บางรายก็สอนและแนะนำคนอื่นอย่างผิด ๆ ในหลาย ๆ เรื่อง

"ฮวงจุ้ย" แท้จริงนั้น คืออะไร

"ฮวงจุ้ย" คือ ศาสตร์ที่ว่าด้วย การจัดอาคารบ้านเรือนสิ่งแวดล้อม ให้เหมาะสมกับภูมิประเทศ
และภูมิอากาศ เพื่อให้คนอยู่ดี มีสุข นั่นเอง

"ฮวงจุ้ย" เป็นคำ 2 คำ ภาษาจีน อ่านเป็นภาษาแต้จิ๋วว่า "ฮวงจุ้ย" หรืออ่านเป็นภาษาจีนกลางว่า "ฟงสุ่ย"

"ฮวง" หรือ "ฟง " แปลว่า "ลม" หมายถึง "ภูมิอากาศ"

"จุ้ย" หรือ "สุ่ย " แปลว่า "น้ำ" หมายถึง "ภูมิประเทศ"

"ฮวงจุ้ย" ถือกำเนิดในประเทศจีนมานับพันปี โดยได้นำเอาสถิติตัวอย่างของความอยู่ดีมีสุข และ
ความอับโชคให้ทุกข์ต่าง ๆ ในอดีตที่ผ่านมาประมวลเป็น ทฤษฎี "ฮวงจุ้ย" แต่ต้องไม่ลืมว่าเป็นภูมิประเทศ
ภูมิอากาศในประเทศจีน ซึ่งทั้งเหมือนและแตกต่างจากในประเทศไทย

ในด้านภูมิประเทศ ในประเทศ จีน-ไทย ไม่ต่างกันมาก เพราะมีน้ำ มีดิน มีที่เนิน มีที่ลุ่ม มีต้นไม้คล้ายกัน
ในด้านภูมิอากาศ ในประเทศจีน-ไทย ถึงแม้จะอยู่ในซีกโลกเหนือเหมือนกันแต่แตกต่างกันมากกว่า เพราะ
ภูมิอากาศส่วนใหญ่ในประเทศจีน อยู่ในเขตอบอุ่น มีฝนตกแต่ไม่มาก หน้าหนาวลมจากทิศเหนือแรงมาก ลมเย็น
จากทิศใต้ จะเป็นหน้าร้อนประเทศไทยอยู่ในเขตของภูมิอากาศแบบมรสุมเมืองร้อน ฝนชุก ลมไม่แรง แต่มีสิ่ง
คล้ายคลึงกับเมืองจีน คือ ทิศทางลมหนาวส่วนใหญ่จะพัดมาจาก ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นลมมรสุม
ตะวันตกเฉียงใต้ในหน้าร้อน

เมื่อเข้าใจถึง "ความเหมือน" และ "ความแตกต่าง" เราจึงต้องเลือกเอาสิ่งที่เหมือน และใช้ได้กับ

เมืองไทยมาใช้ และต้องงดเว้นหรือปรับเปลี่ยน สิ่งที่ไม่เหมาะสมกับเมืองไทยให้เหมาะสม

ตัวอย่าง

1. ประตูหน้าบ้าน

อาจารย์ "ฮวงจุ้ย" หลายคนแนะนำให้ประตูหน้าบ้านในเมืองไทยต้องเปิดออก ตามตำราที่จำและลอก
มาจากจีน ซึ่งไม่ถูก

ผมเข้าใจเรื่องนี้ดี อย่างถ่องแท้และลึกซึ้ง เมื่อผมได้มีโอกาสอยู่และเรียนหนังสือในรัฐ ILLNOIS สหรัฐอเมริกา
ซึ่งมีอากาศอบอุ่นคล้ายประเทศจีน หน้าหนาวลมพัดแรงมากจนตัวเกือบปลิว มีหิมะตกแต่ฝนไม่มาก ถ้าเปิด
ประตูหน้าบ้านออกจะเปิดยากมาก ดังนั้น เปิดประตูเข้าไปในบ้านจึงง่ายกว่า โดยเฉพาะเวลาต้องหอบของ
พะรุงพะรังด้วย แต่เมื่อเข้าบ้านแล้ว สามารถใช้ตัวช่วยดันประตูปิดได้ไม่ยาก อนึ่ง ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำฝนที่
เกาะประตูไหลลงพื้นบ้าน แต่ในเมืองไทยซึ่งฝนตกชุก ถ้าเปิดประตูเข้าบ้านในหน้าฝน น้ำฝนที่ค้างอยู่บนบาน
ประตู จะไหลลงพื้นบ้านเปียกเลอะเทอะ

ดังนั้น ที่ถูกต้องและสะดวกต่อการใช้สอย ประตูหน้าบ้านในเมืองไทย จึงควรเปิดออกแทนการเปิดเข้า
แบบในเมืองจีน และเปิดประตูออกก็ไม่ยาก เพราะลมไม่ได้แรงมาก ไม่ว่าจะเปิดหน้าร้อนหรือหน้าหนาวก็ตาม

2. ธรณีประตู

สมัยนี้วิธีการก่อสร้างเปลี่ยนไป ประตูบ้านไม่จำเป็นต้องทำธรณี แต่ผมเห็น อาจารย "ฮวงจุ้ย" หลายคน
แนะนำทางทีวี ให้ทำธรณี เพื่อป้องกันความชั่วร้ายอับโชค ซึ่งยังคงพิสูจน์ไม่ได้ แต่นั่นกำลังทำให้เกิดโอกาสที่
จะสะดุดหกล้มได้ง่าย โดยเฉพาะคนสูงอายุ เมื่อมีอุบัติเหตุหกล้มเพียงครั้งเดียว ก็เท่ากับธรณีกลับเป็นตัวนำ
ความโชคร้ายมาสู่บ้านอย่างชัดเจน

3. ที่ดินงอก-ที่น้ำเซาะ

ตัวอย่างของการตั้งเมืองหลวงกรุงธนบุรีบนฝั่งน้ำเซาะ กรุงธนบุรีก็อยู่ได้เพียง 15 ปี ก็สิ้นราชวงศ์ แต่
กรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บนฝั่งดินงอก ประเทศก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ อยู่มาได้กว่า 200 ปี แล้ว
บ้านเรือนคนทั่วไป ที่ตั้งอยู่ในฝั่งน้ำเซาะ ตอ้ งเสียเงินเสียทองทำเขื่อนที่แข็งแรงมากถึงจะไม่เสียที่ดินถูกน้ำ
เซาะหายไป แต่ฝั่งดินงอกกลับได้ที่ดินเพิ่มพร้อมทั้งกระแสนน้ำจะพัดพาเอาปุ๋ยมาเพิ่มให้กับดินด้วย

4. หลบแดด-รับลม หน้าน้ำ-หลังเขา

ตัวอย่างพื้นฐานการวางอาคารบ้านตามหลัก " ฮวงจุ้ย" คือ การวางอาคารหลบแดดรับลม โดยเอาด้าน
ยาวของอาคารหันรับลมจากทิศใต้ ด้านแคบของอาคารหันไปทางทิศตะวันออก-ตก (ไม่ขวางตะวัน)
โดยเฉพาะถ้ามี บ่อน้ำ,สระน้ำ,แม่น้ำ,ทะเล อยู่ด้านหน้าก็จะยิ่งดี เพราะน้ำเมื่อระเหยทำอุณหภูมิลดต่ำลง จะ
เกิดลมเย็นพัดเข้ามายังบ้านในหน้าร้อน และยังทำให้มีภูมิทัศน์ที่สวยงามอีกด้วย หลังบ้าน ถ้ามีเขาหรืออาคาร
ที่สูงใหญ่กว่า ก็จะบังลมหนาวที่พัดมาจากด้านหลังซึ่งเป็นทิศเหนือไดด้ ี

5. ทางสามแพร่ง

อาคารสาธารณะจำนวนมากทั่วโลก เช่น รัฐสภา อาคารที่ว่าการรัฐฯ ตั้งตรงทางสามแพร่ง ซึ่งเป็นการวาง
ผังที่งามสง่าเห็นชัดและเน้นความสำคัญของอาคาร แต่ตำแหน่งที่ดีของอาคารควรตั้งอยู่บนเนินเขาที่เลย
ระดับแสงไฟรถส่องเข้ามารบกวนคนที่อยู่ภายใน และเมื่อรถวิ่งเข้ามาใกล้ ถนนควรจะเปลี่ยนรูปเป็นวงเวียน ให้
รถเลี้ยวซ้าย/ขวา แยกย้ายออกไปสำหรับบ้านส่วนตัวหลังไม่ใหญ่ และตั้งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับระดับถนนหน้าบ้าน
ที่รถวิ่งเข้ามาหาตัวบ้าน แสงไฟรถย่อมส่องเข้ามารบกวนได้ และทำให้เกิดความรู้สึกเสียวไม่ปลอดภัย
เหมือนรถจะวิ่งพุ่งเข้ามาชนบ้าน

แต่กรณีทีความจำเป็นต้องอยู่ในลักษณะดังกล่าว ก็แก้ไขได้โดยย้ายประตูรั้วหรือประตูบ้านไม่ให้ตรงกับ
ถนน และปลูกต้นไม้หนาทึบบัง เป็นต้น

จากตัวอย่างต่าง ๆ ข้างต้นจะเห็นได้ว่าทฤษฎี  "ฮวงจุ้ย" ส่วนใหญ่ยังใช้ได้กับเมืองไทยและถูกต้องตรง
กับหลักวิชาการวางผัง และออกแบบสถาปัตยกรรม เพียงแต่ต้องเลือกเชื่อเลือกใช้ให้เหมาะสม ให้เป็นไปใน
แนวทางที่ถูกต้องเท่านั้น ก็จะทำให้คน "อยู่ดีมีสุข" อย่างแท้จริง