แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ้าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ้าน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ฮวงจุ้ยนาฬิกา ติดตรงไหนดีสุด


ฮวงจุ้ยนาฬิกา ต้องติดไว้มุมไหนของบ้านถึงจะส่งผลดีที่สุด หลายคนอาจจะอยากรู้เรื่องฮวงจุ้ยนาฬิกาให้มากขึ้น วันนี้เราจึงมีคำตอบมาฝากให้คุณเลือกติดนาฬิกาได้ถูกฮวงจุ้ยบ้านกันจ้า
นาฬิกานับว่าเป็นเครื่องประดับสำคัญในบ้านไม่ต่างไปจากเครื่องใช้อื่น ๆ และคงแทบจะไม่มีบ้านไหนไม่ติดนาฬิกาเอาไว้ในบ้าน แต่ถึงอย่างนั้นก็กลับมีกระแสจากฮวงจุ้ยบางตำราบอกว่า นาฬิกาเป็นสิ่งของที่ไม่เป็นมงคลสักเท่าไร หรือบางตำราก็บอกว่า ถ้าเลือกนาฬิกาได้ถูกหลักฮวงจุ้ย และจัดวางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม นาฬิกาก็ไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องของฮวงจุ้ยบ้าน แต่ของแบบนี้เรามาดูข้อเท็จจริงให้ชัดไปเลยน่าจะดีที่สุดเนอะ พร้อมกันนั้นเรายังพ่วงคำแนะนำการจัดวางนาฬิกาตามหลักฮวงจุ้ยบ้านที่ดีมาเป็นโบนัสให้คุณๆ กันด้วยนะจ๊ะ

จริง ๆ แล้วนาฬิกา ดี หรือไม่ดีกับหลักฮวงจุ้ย ?
หากอ้างอิงตามหลักตำราฮวงจุ้ยของชาวจีน ก็ต้องบอกเลยว่า นาฬิกาไม่ใช่สิ่งของที่เป็นมงคลกับที่อยู่อาศัย เนื่องมาจากคนจีนเชื่อกันว่า นาฬิกาเป็นตัวแทนของกาลเวลา มีวันหยุดเดิน มีอายุการใช้งาน ซึ่งหมายความถึงการตายได้ โดยเฉพาะเมื่อเลือกแต่งบ้านด้วยนาฬิกาขนาดใหญ่เกินความจำเป็น ที่อาจจะยิ่งส่งผลกระทบกับวันเวลาในการดำเนินชีวิตของผู้อยู่อาศัยมากขึ้นไปอีก ดังนั้นหลักการแต่งบ้านให้ถูกหลักฮวงจุ้ย จึงมีข้อห้ามไม่ให้เลือกใช้นาฬิกาขนาดใหญ่เกินไปนั่นเองค่ะ

เลือกขนาดนาฬิกาให้เหมาะสม
อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่แรกว่านาฬิกาขนาดใหญ่โตเกินความจำเป็นไม่ใช่สิ่งที่ดีนักในหลักฮวงจุ้ย เพราะนาฬิกาขนาดใหญ่จะมีอำนาจ และพลังในการกำหนดวันเวลาของผู้อยู่อาศัยอย่างเข้มข้นมากขึ้น ส่งผลให้คนในบ้านรู้สึกกดดัน เหมือนทำอะไรไม่ทันเวลา เหนื่อยเพราะต้องแข่งกับเวลา และอาจมีอาการอ่อนเพลียอย่างไม่ทราบสาเหตุได้

นาฬิกาแบบไหนดี ?
นาฬิกาที่ดีกับหลักฮวงจุ้ยก็คือ นาฬิกาลูกตุ้ม และนาฬิการะฆังที่ส่งเสียงกังวานใสนั่นเองค่ะ เพราะการแกว่งของลูกตุ้มจะช่วยปรับสมดุลพลังงานในบ้านให้สงบลง และเป็นไปด้วยดี เสริมหลักฮวงจุ้ยบ้านอย่างสะดวก ส่วนเสียงกริ๊ง ๆ ของนาฬิการะฆังก็จะช่วยเคลียร์บ้านให้โปร่งใส กำจัดพลังงานด้านลบ ส่งเสริมพลังงานด้านบวก รวมทั้งวัสดุที่เป็นเหล็กยังหมายถึงน้ำ ซึ่งมีนัยยะไปถึงความมั่งคั่งร่ำรวย ดังนั้นถ้าจัดวางนาฬิกาลูกตุ้ม และนาฬิการะฆังไว้ในตำแหน่งเด่น ๆ ในบ้าน ก็ช่วยเสริมฮวงจุ้ยบ้านได้อย่างดีเลยจ้า

หลักการจัดวางนาฬิกาตามหลักฮวงจุ้ยที่ดี
1. เลือกนาฬิกาลูกตุ้ม หรือนาฬิการะฆังขนาดพอเหมาะกับขนาดห้อง
2. แขวนหรือวางนาฬิกาไว้ในส่วนห้องโถง ห้องนั่งเล่น หรือห้องครัว
3. แขวนหรือวางนาฬิกาทางทิศตะวันตก ตะวันตกเฉียงเหนือ และทิศเหนือของห้องนั่งเล่น
4. นาฬิกาข้างเตียงต้องมีขนาดเล็กกำลังดี และถ้าเป็นนาฬิกาดิจิตอลก็ต้องไม่สว่างจนเกินไป
5. เสียงปลุกนาฬิกาในห้องนอนควรเป็นเสียงที่คุณพอใจ ไพเราะ ไม่แสบหู หรือทำให้ตกใจ
6. อย่าแขวน หรือวางนาฬิกาหน้าประตูบ้าน
7. อย่าแขวน หรือวางนาฬิกาไว้ในห้องอาหาร หรือบริเวณที่คุณกินข้าว เพราะจะส่งผลกระทบกับระบบทางเดินอาหาร
8. อย่าปล่อยให้นาฬิกาชำรุด หรือหยุดเดินเด็ดขาด เพราะนาฬิกาตายเป็นสัญลักษณ์ของการหยุดนิ่งทุกสิ่งอย่าง แม้กระทั่งชีวิต
9. อย่าแขวนนาฬิกาไว้สูงจนเกินไป
10. อย่าแขวน หรือวางนาฬิกาในทิศตะวันออก เนื่องจากมีความเชื่อว่า อาจจะส่งผลกระทบกับลูกชายคนโต และปัญหาสุขภาพของคนในบ้านได้

แหล่งข้อมูล : กระปุก

บทความอื่นๆน่าสนใจ
ฮวงจุ้ยนาฬิกา ติดตรงไหนดีสุด
พื้นที่บ้านมีรอยแตกร้าว ส่งผลต่อฮวงจุ้ย
ไอเดียดีๆ เพิ่มสีสันให้ผนัง
วิธีการดูแลโทรทัศน์ให้ใหม่กิ๊ง

คอนโด ตอบโจทย์หลายข้อ
5 ข้อ ตรวจสอบก่อนซื้อคอนโดฯ (ที่ยังไม่สร้าง)
ฮวงจุ้ยสวนหน้าบ้าน

ฮวงจุ้ยคอนโด จัดอย่างไรให้ รุ่งเรือง
เทคนิคการดูแลโซฟาตัวโปรด

Built-in พังจะทำอย่างไร ?
ของดีและข้อเสีย ของผนังอิฐมวลเผา

พื้นที่บ้านมีรอยแตกร้าว ส่งผลต่อฮวงจุ้ย


ใครจะรู้ พื้นแตก พื้นมีรอยแยก ส่งผลต่อฮวงจุ้ย ดั่งคำโบราณว่าบ้านแตกสาแหลกขาด ไม่ว่าสิ่งของจะแตกจะหักยังห้ามใช้ แล้วนับประสาอะไรกับพื้นแตก แผ่นดินแยก จะมีผลปรับเปลี่ยนฮวงจุ้ยไม่ได้

พื้นที่มีรอยแตกอยู่หน้าบันไดหน้าบ้าน พื้นด้านหน้าบ้านที่แตกร้าวทรุดนี้ สาเหตุเนื่องมาจากพื้นที่ใน กทม เกิดการทรุดตัวทุกวัน ทุกเดือนทุกปี ทางเจ้าของบ้านได้ทำการแก้ไขปะซ่อมไปหลายรอบแล้วแต่ก็ยังเกิดการทรุดแตกร้าวขึ้นอีก ซึ่งเป็นปัญหา ที่แก้ไม่ตก เพราะพื้นเกิดการทรุดตัวตลอดเวลา และปัญหานี้เองได้ส่งผลมาถึงวาสนาของเจ้าของบ้านและ ผู้อยู่อาศัยทุกๆ คน ทำให้เกิดการแตกร้าวด้วยกันถ้วนหน้า ถึงแม้ว่าจะมีฐานะดีเพียงไร ก็ยังส่งผลให้ตัวตน มีชีวิตความเป็นอยู่แบบไม่ปกติสุขอย่างคนธรรมดาทั่วๆ ไป ซึ่งอาจารย์ได้ทำนายว่า พื้นที่ทรุดอยู่ตรงจุดนี้ ส่งผลกระทบไปถึงการทำงานของแต่ละคนในบ้าน สิ่งที่จะทำ ให้วาสนาของท่านสะดุดติดขัด คือการทำงานที่มีอุปสรรค์ ไม่สะดวกราบรื่นนั่นเอง ซึ่งเจ้าของบ้านก็ได้ยอมรับ กับทางเราว่าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ

การงานที่ทำอยู่ ควบคุมได้ยาก มีเหตุอะไรก็แล้วแต่มาทำให้เดินไม่สะดวกได้ตลอด และเจ้าของบ้านก็ได้ตั้ง คำถามต่อมาว่าจะแก้้ไขได้ด้วยวิธีใดคะ อาจารย์ ซึ่งในกรณีที่เสียหายในตัวอาคารสถานที่นั้นเราไม่สามารถ แก้ไขด้วยการหาของต่างๆ มาตตั้งเสริมได้เลย ต้องแก้ไขที่โครงสร้างเดิมเท่านั้น คือ ต้องเลาะแผ่นปูพื้นออก กว้างยาว เท่ากับพื้นที่ๆ มีอยู่ ประมาณ 5-7 ตารางเมตร และ ทำโครงสร้างใหม่ คือ ปูพื้นใหม่ ใส่โครงสร้าง เหล็กผูกกันเป็นตาข่ายให้ทั่วถึง และ เทปูนใหม่ก่อนจะนำพื้นมาปูเพื่อความสวยงาม เหตุที่ต้องเทปูน ทำโครง สร้างใหม่นี้ก็เพื่อกันปัญหาที่จะเกิดตามมาอีกครั้งในระยะยาว เพราะถ้าไม่ทำเช่นนี้ ต่อให้ปะอีกกี่รอบก็ไม่มีวัน เรียบเพราะรถยนต์จะต้องเข้าออกผ่านหน้าบ้านตลอดเวลาขับรถออกไปทำงานแล้วพื้นดินททรุดตัวอยู่ภายใน ก็ไม่สามารถรับน้ำหนักกดทับของรถได้ ซึ่งทางเจ้าของบ้านก็ได้ทำการแก้ไขเรียบร้อยแล้วในภายหลัง ส่งผลให้การทำงานของเจ้าของบ้าน และสมาชิกทุกท่านในบ้าน ค่อยๆ ดีขึ้น สะดวกขึ้น นั่นเองค่ะ ตัวอย่างงานที่นำเสนอมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับทุกบ้าน ท่านสามารถ นำไปใช้ในการปรับแก้ให้ตัวท่านเองได้ เมื่อเห็นสิ่งผิดปกติ แตกหัก ทรุดโทรม อย่าปล่อยปละละเลย ในการทำนุบำรุง บ้านของท่านให้ดูดีอยู่เสมอ เพราะสิ่งเหล่านี้กระทบถึงการดำเนินชีวิตของท่านด้วย ไม่ใช่เพียงแต่คิดว่าบ้านทรุดก็ช่างไม่ใช่เรื่องของเรา ยังไม่มีเงินยังไม่ซ่อมดีกว่า ท่านจะทราบเองในภายหลังว่า บ้านทรุด ตัวท่านก็ทรุดด้วยนั่นเอง ค่ะ

แหล่งข้อมูล : horoworld

บทความอื่นๆน่าสนใจ
พื้นที่บ้านมีรอยแตกร้าว ส่งผลต่อฮวงจุ้ย
ไอเดียดีๆ เพิ่มสีสันให้ผนัง
วิธีการดูแลโทรทัศน์ให้ใหม่กิ๊ง

คอนโด ตอบโจทย์หลายข้อ
5 ข้อ ตรวจสอบก่อนซื้อคอนโดฯ (ที่ยังไม่สร้าง)
ฮวงจุ้ยสวนหน้าบ้าน

ฮวงจุ้ยคอนโด จัดอย่างไรให้ รุ่งเรือง
เทคนิคการดูแลโซฟาตัวโปรด

Built-in พังจะทำอย่างไร ?
ของดีและข้อเสีย ของผนังอิฐมวลเผา

DIY ชั้นวางของ ทำง่ายๆ จากวัสดุที่มีในบ้าน


     การตกแต่งบ้านหรือคอนโดของเราจากวัสดุเหลือใช้กำลังเป็นที่นิยม ซึ่งนอกจากจะประหยัดเงินแล้ว ยังเป็นการนำของเหลือใช้มาก่อให้เกิดประโยชน์อีกด้วย วันนี้ CMC Group ขอแนะนำไอเดียการทำ ชั้นวางของ ทำง่ายๆ จากวัสดุที่มีในบ้าน มาฝากเพื่อนๆ ครับ


อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
    สว่าน, ปากกาจับงานหรือที่เรียกให้เข้าใจง่ายๆ คือ (ตัวล๊อกไม้กับโต๊ะ), เชือก, กรรไกร, ไม้, พู่กันกับสี (ถ้าต้องการชั้นวางของสีๆ)



ขั้นตอนการทำ


1. นำไม้มาล๊อกกับโต๊ะด้วยปากกาจับงาน และเจาะรูไม้ด้วยสว่าน
2. ทาสีไม้ถ้าต้องการให้ชั้นมีสีที่สวยงาม
3. ตัดเชือกถามความยาวที่ต้องการจะแขวนชั้นนี้ (ตัดเผื่อการทำปมเชือกเพื่อแขวน)
4. ร้อยเชือกลงไปในรูไม้ที่เราเจาะไว้ แล้วทำปมด้านท้าย จากนั้นก็ทำปมเผื่อแขวนกับผนัง


     เพียงเท่านี้เราก็ได้ชั้นวางของจากวัสดุเหลือใช้ เพื่อเป็นของตกแต่งบ้านของเรา ซึ่งสวยงามและมีความสุขกับการได้ใช้เวลาวางสำหรับทำของตกแต่งบ้านแล้วละครับ

เรียบเรียง : ฤทธิ์ษณะ น้อยกมล
แหล่งข้อมูล :  www.lisaguru.com

บทความอื่นๆน่าสนใจ

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เรื่องต้องรู้ก่อนซื้อบ้าน


     บ้านถือเป็นทรัพย์สินที่มีราคาสูง บางคนต้องใช้เวลาสะสมเงินทองมาเกือบตลอดชีวิตจึงจะสามารถซื้อบ้านได้สักหลัง ดังนั้นก่อนที่จะซื้อบ้าน จะต้องมีการหาข้อมูล และตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ  เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจนำไปสู่การเสียเงินเสียเวลาในภายหลัง และเพื่อเป็นตัวช่วยให้ผู้ที่กำลังเริ่มต้นมองหาบ้านเป็นของตนเอง จึงขอฝากข้อมูลขั้นตอนการวางมัดจำ และทำสัญญาซื้อขาย

     ก่อนทำสัญญาจะซื้อ หรือสัญญาวางมัดจำนั้น หากเป็นการซื้อบ้านพร้อมที่ดินผู้ที่จะซื้อควรตรวจสอบสำเนาโฉนดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงตรวจสอบทะเบียนบ้านเพื่อยืนยันสิทธิของเจ้าของบ้าน หรือเจ้าของที่ดินเดิมเสียก่อน เรื่องการวางเงินมัดจำ ต้องขึ้นอยู่กับการตกลงกันระหว่างผู้จะซื้อ และผู้จะขาย โดยเงื่อนไขต่าง ๆ จะต้องมีระบุไว้ในเอกสารสัญญาอย่างชัดเจน

     และในกรณีที่ผู้จะซื้อต้องการกู้ซื้อบ้านกับสถาบันการเงินต่าง ๆ ผู้จะซื้อต้องถ่ายสำเนาโฉนดเพื่อยื่นให้ทางสถาบันการเงินตรวจสอบว่ามีโอกาสผ่านการพิจารณาในการขอกู้มากน้อยแค่ไหน หากสถาบันการเงินดังกล่าวพิจารณาแล้วว่ามีความเป็นไปได้สูง จึงค่อยดำเนินการติดต่อซื้อขาย ไม่เช่นนั้นผู้จะซื้ออาจจะถูกยึดเงินมัดจำในขั้นตอนของการทำสัญญา หากการกู้เงินไม่ผ่านการพิจารณา

     หลังจากนั้นเป็นตอนการทำหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายหรือหนังสือสัญญาวางมัดจำ สาเหตุที่ไม่ควรทำหนังสือสัญญาซื้อขายในทันที เนื่องจากผู้ซื้อควรเว้นระยะเวลาสักระยะหนึ่ง ก่อนทำสัญญาซื้อขาย เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับภาระค่าใช้จ่ายที่เจ้าของที่ดิน หรือเจ้าของโครงการเดิมมีพันธะผูกพันอยู่เช่น ค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ รวมทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีผลกระทบมาจนถึงตัวผู้จะซื้อในภายหลัง

ทั้งนี้ ในกรณีการซื้อบ้าน หลังจากที่ผู้ซื้อตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็สามารถนัดเจ้าของบ้านทำหนังสือสัญญาซื้อขายได้อีกครั้ง โดยกฎหมายกำหนดให้ต้องจดทะเบียน (ทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดิน) โดยหลังจากเซ็นหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายแล้ว ผู้จะซื้ออาจทำการรังวัดสอบเขตที่ดิน เพื่อขอตรวจสอบความถูกต้องของโฉนดที่ดินอีกครั้ง

     หลังจากทำสัญญาจะซื้อจะขายเสร็จสิ้นแล้ว ผู้จะซื้อต้องนำหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายไปดำเนินการยื่นเรื่องเพื่อขอสินเชื่อกับทางสถาบันการเงินอีกครั้ง โดยทางสถาบันการเงินเข้ามาทำการประเมินราคา

     และหลังจากที่สถาบันการเงินได้อนุมัติสินเชื่อแล้ว ผู้จะซื้อจะต้องนัดเจ้าหน้าที่จากสถาบันการเงิน และเจ้าของบ้านมาทำการจดทะเบียนโอน และจดทะเบียนจำนองที่ดินที่กรมที่ดิน โดยผู้จะซื้อควรตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารทุกฉบับที่เกี่ยวกับการซื้อการจำนอง ก่อนเซ็นรับรองเอกสารนะครับ

By. http://www.cmc.co.th

บทความอื่นๆน่าสนใจ

วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ฮวงจุ้ยสวนหน้าบ้าน


การจัดฮวงจุ้ยสวนหน้าบ้านให้ถูกหลักเป็นเรื่องที่ไม่น่ามองข้ามเหมือนกันนะคะ เพราะถัดจากประตูรั้วของบ้านแล้ว สวนหน้าบ้านก็เป็นด่านแรกที่เราจะเจอ ถือได้ว่าเป็นจุดเด่นในบ้านอีกจุดหนึ่งเลยก็ว่าได้ ดังนั้นนอกจากสวนหน้าบ้านต้องงดงามชวนมองแล้ว ฮวงจุ้ยสวนหน้าบ้านก็ต้องจัดวางให้ถูกหลักด้วยเช่นกัน วันนี้เราก็เลยนำวิธีจัดสวนตามหลักฮวงจุ้ยมาฝาก พร้อมแล้วก็มาศึกษาข้อมูล แล้วลงมือจัดสวนตามนี้กันได้เลย

จัดสวนเป็นรูปทรงยันต์ 8 เหลี่ยม
          ตามศาสตร์ของฮวงจุ้ย ยันต์ 8 เหลี่ยม หรือ ปากั้ว (Bagua) คือ สัญลักษณ์การทำงานของจักรวาล มีลักษณะคล้าย ๆ แผนผังชีวิต เพื่อให้เราได้รู้ว่า สิ่งแวดล้อมแบบไหน จะกระทบกับผังชีวิตด้านไหนของเราบ้าง โดยในแผนผังของปากั้ว ก็จะประกอบไปด้วย 9 เรื่องหลัก ๆ ในชีวิตเรา คือ อาชีพ ความรอบรู้ ครอบครัว ความร่ำรวย ชื่อเสียง ความสัมพันธ์ ลูกน้องบริวาร คนคอยอุปถัมภ์ และไทชิ (T'ai Chi) ซึ่งรวมทั้งเรื่องสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของคนเรา

          ดังนั้นเพื่อสนับสนุนชีวิตในทุกด้านของเราให้สมบูรณ์พูนสุข ก็ควรต้องจัดสวนหน้าบ้านตามรูปยันต์ 8 เหลี่ยม โดยถ้าอยากเน้นชีวิตด้านไหน ก็ต้องหมั่นดูแล รดน้ำ และปลูกต้นไม้สีสันสดใสตรงพิกัดที่ยันต์ 8 เหลี่ยมกำหนดไว้ด้วยนะคะ เพราะถ้าปล่อยให้ต้นไม้ ดอกไม้เหี่ยวเฉา ชีวิตก็อาจจะอับเฉาไร้โชคลาภ ความสมหวังไปด้วย

ปลูกต้นไม้ให้ถูกทิศ
          เราจัดสวนให้มีรูปทรงยันต์ 8 เหลี่ยม ควบคุมทิศ และผังชีวิตทั้งหมดไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาปลูกต้นไม้ให้ถูกทิศ เพื่อเสริมโชคลาภแล้วล่ะค่ะ โดยมีหลักการดังนี้

สวนด้านทิศเหนือ
          ให้เน้นปลูกต้นไม้สีเขียวชอุ่ม เลือกไม้ที่มีใบใหญ่โตสวยงามด้วยก็จะยิ่งดี นอกจากนี้ควรจัดที่สำหรับทำบึงน้ำ หรือวางน้ำตกจำลองเพื่อเสริมพลังน้ำเคลื่อนไหวให้บ้าน ส่งผลให้คนในบ้านมีชีวิตราบรื่น หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า

สวนด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
          ทิศนี้มีผลต่อเรื่องทรัพย์สินเงินทอง และทักษะความรู้ ดังนั้นควรเลือกปลูกต้นไม้สีสันสดใส โทนออกสีเหลืองทอง เช่น สีส้ม สีเหลือง สีน้ำตาล หรือสีแดง ม่วง ชมพูก็ได้ พร้อมกันนั้นควรจะประดับสวนด้วยหินทรงกลม และโคมไฟสีวอร์มไวท์ในช่วงกลางคืนด้วย

สวนด้านทิศตะวันออก
          ทิศที่ช่วยผลักดันเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว ความมีหน้ามีตา การแข่งขัน และบารมีในวงสังคมอย่างทิศตะวันออก ควรปลูกต้นไม้ที่มีลักษณะใบแหลมเรียว ต้นสูงโปร่ง ดอกมีสีสันแจ่ม ๆ เช่น สีชมพู สีม่วง และสีแดง แต่ถ้าอยากมีบ่อน้ำตรงบริเวณนี้ แนะนำให้เลือกใช้บ่อน้ำที่มีสีสันสดใสมาประดับ ส่วนในช่วงค่ำคืน ประดับประดาด้วยโคมไฟเพิ่มความโดดเด่นด้วยก็ดี

สวนด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้
          หากเลือกปลูกไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ไว้ด้านนี้ จะส่งเสริมเรื่องความรอบรู้ ปลูกไม้ใบจะส่งเสริมเรื่องความสัมพันธ์ที่ดีต่องาน ปลูกไม้ดอก ไม้ผล จะช่วยส่งเสริมเสน่ห์

สวนด้านทิศใต้
          สำหรับทิศใต้ จะเป็นทิศที่ช่วยส่งเสริมในเรื่องชื่อเสียง ความโดดเด่น ความรื่นเริงยินดี และความสำเร็จของคนในบ้าน โดยควรปลูกต้นไม้สูงโปร่ง มีสีสันสดใส ลักษณะใบไม้เรียวแหลม พร้อมกันนั้นควรตกแต่งสวนด้านนี้ด้วยน้ำพุ เพื่อดึงพลังงานด้านดีในทิศนี้ออกมาให้ได้มากที่สุด

สวนด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้
          สำหรับคนที่ชอบสวนสไตล์เซน หรือการจัดสวนแบบเรียบง่ายตามสไตล์สวนญี่ปุ่น สามารถจัดสวนสงบ ๆ ในด้านนี้ได้เลย โดยเน้นใช้หินสีขาวทรงกลมมาประดับตกแต่งสวน เพิ่มความหนักแน่น ส่งเสริมเรื่องสุขภาพ ความประหยัดมัธยัสถ์ เสียสละ มีความสงบสุข และความยุติธรรมภายในบ้าน รวมถึงเรื่องความรักและชีวิตคู่ด้วย

สวนด้านทิศตะวันตก
          ส่วนทิศนี้แนะนำให้เน้นการตกแต่งด้วยหินสีเข้ม ของแต่งสวนสีโทนเย็น เช่น สีเทา หรือสีดำ เสริมโคมไฟสนาม และแสงสีฟ้าในเวลากลาคืน เพื่อปลุกพลังความโดดเด่น ความคิดสร้างสรรค์ ไหวพริบ การเจรจาต่อรองที่ได้เปรียบ และความมัธยัสถ์

สวนด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
          ทิศนี้เป็นเรื่องของการเดินทางท่องเที่ยว การช่วยเหลือ เกื้อกูล อุปถัมภ์ซึ่งกันและกัน ควรปลูกต้นไม้ที่มีลูก หรือใบเป็นทรงกลมมน ตกแต่งด้วยหินทรงกลมสีขาวสะอาด บ่อน้ำทรงกลมสีขาวสว่าง โดยเฉพาะการหาของแต่งสวนอย่างน้ำล้นหินกลิ้งมาประดับสวนทิศนี้ไว้ก็จะช่วยส่งเสริมความเป็นสิริมงคลได้มาก ช่วยเสริมบารมี อำนาจ ทำอะไรก็มีคนคอยสนับสนุน รวมทั้งการติดต่อประสานงานก็จะราบรื่นเป็นไปได้ด้วยดี

ปรับแสงสว่างให้สมดุล
          สวนหน้าบ้านไม่ควรมืดมิด เพราะจะทำให้หยินหยางบริเวณนั้นไม่สมดุล ส่งผลลบกับคนในบ้านได้เลยทีเดียว อีกทั้งยังทำให้บรรยากาศสวนหน้าบ้านของคุณไม่น่ามอง และอาจจะดูหลอนได้ง่าย ๆ ฉะนั้นควรติดตั้งโคมไฟ หรือประดับสวนด้วยไฟประดับรูปแบบต่าง ๆ ที่เหมาะกับสไตล์ของสวย และการตกแต่งในบ้านด้วยนะจ๊ะ
          อย่างไรก็ดี คุณควรใส่ใจดูแลต้นไม้ทุกต้น ดอกไม้ทุกดอกให้มีความสดชื่น อุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำ และสารอาหารอย่างเพียงพอตามที่ต้นไม้แต่ละชนิดต้องการ เพื่อให้สวนหน้าบ้านดูสดชื่นน่ามอง เป็นจุดเด่นที่เสริมให้บ้ายของคุณสวยมากขึ้นด้วยจ้า

แหล่งข้อมูล : กระปุก

บทความอื่นๆน่าสนใจ
ฮวงจุ้ยสวนหน้าบ้าน
ฮวงจุ้ยคอนโด จัดอย่างไรให้ รุ่งเรือง
เทคนิคการดูแลโซฟาตัวโปรด

Built-in พังจะทำอย่างไร ?
ของดีและข้อเสีย ของผนังอิฐมวลเผา

ฮวงจุ้ยคอนโด จัดอย่างไรให้ รุ่งเรือง


คอนโดเป็นที่พักอาศัยยอดนิยมกันในตอนนี้ แต่ควรเลือกทำเล และจัดวางห้องอย่างไรให้เจริญรุ่งเรืองเป็นสิ่งสำคัญมาก หลายคนตัดสินใจผิดพลาดในการซื้อ เข้าอยู่แล้วอนาคตมีแต่เรื่องน่าเศร้า ดังนั้นเรามาเรียนรู้วิธีเลือกคอนโดที่สร้างความร่ำรวยและมีชีวิตที่มีความสุขกันดีกว่า ซึ่งสิ่งที่ควรพิจารณามีดังต่อไปนี้

1. ทำเลที่ตั้ง คอนโดด้านหน้าระเบียงต้องรับลมได้ ยิ่งมีพื้นที่โล่ง ๆ เท่าไรยิ่งดี เพื่อเปิดรับอากาศใหม่ ๆ เข้ามาสู่ห้องพักตลอดเวลาหากทำเลอยู่ติดรถไฟฟ้าคือมีทั้งใต้ดินและลอยฟ้าซึ่งมีวิธีการพิจารณากระแสพลังในภาพรวมต่างกันซึ่งกรณีของรถลอยฟ้าจะสัมพันธ์กับกระแสลมมากกว่าเพราะต้องมีโครงสร้างของทางและตอหม้อที่สูงใหญ่มีผลต่อกระแสพลังที่มาจากลม ควรเลือกโครงการที่มีแนวรางของรถโอบล้อมไว้ด้านใน ซึ่งเสมือนกับบ้านซึ่งอยู่โค้งด้านในนั่นเอง ยิ่งถ้ามีวงเวียนหรือถนนหลาย ๆ สายมาบรรจบยิ่งทำให้เจริญรุ่งเรือง

นอกจากนั้นภายในโครงการจะต้องออกแบบให้มีพื้นที่เพียงพอ หากจะมีน้ำหรือน้ำพุกระตุ้นพลังงานด้านล่างบริเวณนั้นได้ด้วยยิ่งดี สำหรับการพิจารณาโครงสร้างของคอนโดหากมีหลายอาคาร ขอให้มองว่าหากสร้างขึ้นแล้วจะไม่บังกระแสลมหรือมุมมองซึ่งกันและกันสีเขียวด้านล่างในลักษณะโอบโดยรอบให้บริเวณตรงกลางเป็นลานโล่งรับพลัง มีต้นไม้ให้ความร่มรื่นรองรับอย่างทั่วถึง

2. ทางเข้าออกของโครงการ ต้องสามารถรับกระแสพลังจากถนนได้ หมายความว่าทางเข้าออกจากโครงการสู่ถนนใหญ่ ไม่ควรจะมองเห็นเสาตอหม้อของรถไฟฟ้าโดยตรง เพราะจะทำให้กระแสพลังจากถนนเข้าโครงการได้ยากและหน้าโครงการจะมีสภาพมืด ซึ่งทางเข้าไม่ควรจะแคบจนเกินไป รถสามารถเลี้ยวเข้าออกได้ง่าย ส่วนทางเข้าออกที่ดีควรอยู่ด้านหน้าก่อนถึงสถานีเล็กน้อยโดยพิจารณาจากรถที่มาทางด้านขวาเป็นหลัก ทางเข้าในลักษณะดังกล่าวจะสามารถดักกระแสพลังจากถนนได้ สำหรับรถไฟฟ้าใต้ดินก็มีวิธีพิจารณาทางเข้าออกกับทิศทางรถแบบเดียวกัน

3. การเลือกชั้นของคอนโด เลขที่ของชั้นไม่ต้องให้ความสำคัญมากนัก แต่ชั้นที่ดีควรจะสูงกว่ารางของรถไฟฟ้าเพื่อมิให้กระแสพลังถูกบดบังและสามารถได้วิวที่มองเห็นได้ไกล ๆ ความคิดความอ่านของผู้อยู่จะได้มีวิสัยทัศน์ นอกจากนี้ชั้นที่สูงสามารถรับกระแสลมได้ดี เสียงรบกวนน้อยและฝุ่นน้อย ถ้าหากท่านใดสนใจชั้นล่างก็ต้องแน่ใจว่าโครงการนั้นมีที่โล่งและพื้นที่สีเขียวพอเพียง

4. การเลือกสนามพลังเฉพาะบุคคล คอนโดหลังหนึ่งย่อมมีหลายห้องย่อย และแต่ละห้องย่อยก็มีความพิเศษหรือส่งผลดีให้กับผู้อาศัยไม่เหมือนกันเพราะต่างทิศและต่างองศา ควรพิจารณาระเบียงเป็นจุดรับพลัง ถ้ากว้างรับลมได้ดี มองโล่งจะดีมากมีโอกาสร่ำรวย ความสว่างภายในต้องไม่มืดจนเกินไป ฝ้าไม่ควรเตี้ยเพราะจะทำให้อึดอัด หลอดไฟไม่ควรตรงหัวนอน ซินแสที่ชำนาญจะทำการวิเคราะห์ดวงชะตาของเจ้าของห้องว่าชอบธาตุไหนเพื่อนำมากำหนดหัวนอนและปรับแต่งสภาพแวดล้อมเพื่อเสริมดวงชะตา เช่น ตรวจดวงชะตาเจ้าของห้องแล้วชอบธาตุไม้และธาตุน้ำเป็นธาตุสำคัญสำหรับปรับดวง หากคอนโดนั้นมีถนนที่ลากมาไกล ๆ จากทางทิศเหนือซึ่งเป็นธาตุน้ำมาก่อเกิดไม้ ก็ย่อมจะนำพลังแห่งความเจริญรุ่งเรืองมาให้เขาด้วย ดวงคนคนชอบธาตุน้ำก็จะแนะนำให้หันหัวนอนไปทางทิศเหนือหรือทิศตะวันออก (ธาตุไม้) การตกแต่งภายในห้องก็จะออกแบบให้เป็นโทนสีฟ้าเพื่อที่จะส่งเสริมให้สภาพแวดล้อมส่งพลังให้กับผู้อยู่ได้มากที่สุด

5. รูปทรงของอาคาร รูปทรงก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน สำหรับโครงสร้างโดยส่วนใหญ่จะเหมาะสมกับคนชอบธาตุไม้เพราะคอนโดมักจะสร้างสูง ๆ อันเป็นลักษณะของธาตุไม้ที่ส่งเสริมเรื่องปัญญา การศึกษา ส่วนรูปทรงอื่น ๆ ได้แก่ ตัน ๆ จะเป็นธาตุดินให้ผลด้านความมั่นคง รูปทรงแหลม ๆ ที่ยอดคือธาตุไฟเป็นเรื่องชื่อเสียง รูปฟรีฟอร์มจะเป็นธาตุน้ำดีสำหรับการปรับตัว หรือมีส่วนโค้ง กลมมน ก็จะเป็นธาตุทองที่เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและความมั่งคั่ง ซึ่งในอาคารหนึ่ง ๆ อาจจะมีส่วนประกอบได้หลายธาตุ

แหล่งข้อมูล : scg

บทความอื่นๆน่าสนใจ
ฮวงจุ้ยคอนโด จัดอย่างไรให้ รุ่งเรือง
เทคนิคการดูแลโซฟาตัวโปรด

Built-in พังจะทำอย่างไร ?
ของดีและข้อเสีย ของผนังอิฐมวลเผา

กำจัดกลิ่นในตู้เย็น

 

     ตู้เย็นเป็นอุปกรณ์จำเป็นสำหรับครอบครัวไม่ว่าคุณจะอยู่บ้าน คอนโดมิเนียม ทาวน์โฮม หรือหอพัก ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เก็บของสารพัดไม่ว่าจะเป็นอาหารสด อาหารสำหรับไมโครเวฟ ซึ่งสร้างความสะดวกสบายให้กับครอบครัวของคนยุคใหม่ แต่เมื่อใช้ไป ตู้เย็นมักจะมีกลิ่นไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นแต่จะมีวิธกำจัดกลิ่นดังกล่าวอย่างไร วันนี้  CMC Group มีคำตอบครับ 

ระดับที่ 1 กลิ่นเบาบาง
– สำลีก้อน ช่วยขจัดกลิ่นเร่งด่วน แค่นำไปชุบน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่คุณชอบแล้วนำไปวางไว้ในตัวเย็น กลิ่นก็จะสดชื่นขึ้นมาได้
– ข้าวโอ๊ต ใช้ข้าวโอ๊ตธรรมชาติไม่แต่งรสใส่ลงในถ้วยแล้วนำไปแช่ตู้เย็นก็จะช่วยดูดซับกลิ่นได้
– มะนาว ผ่ามะนาวสดครึ่งผล วางหงายลงในถ้วย โรยเกลือป่นลงบนมะนาวแล้วนำไปแช่ตู้เย็นไว้หลายๆ วัน ไม่เพียงแต่ช่วยไล่กลิ่นอับ แต่ตู้เย็นของคุณจะมีกลิ่นหอมสดชื่นของมะนาวแทนด้วย

ระดับที่ 2 กลิ่นเหม็นที่ยากจะอยู่เฉย
– น้ำมะเขือเทศ เคลียร์ของออกจากตู้เย็นให้หมด ใช้ฟองน้ำชุบน้ำมะเขือเทศเช็ดในตู้เย็นให้ทั่ว แล้วเช็ดซ้ำด้วยน้ำผสมสบู่
– กระดาษหนังสือพิมพ์ ขยำให้เป็นก้อน ฉีดน้ำพ่นลงไปบนกระดาษ แล้วใส่เข้าไปในตู้เย็น ทิ้งไว้ข้ามคืน มันจะทำการดูดกลิ่นเหม็นออกไป
– กากกาแฟ ใส่กากกาแฟในถ้วยซัก 2-3 ถ้วย นำไปแช่ตู้เย็นไว้ประมาณสองสามวัน กลิ่นในตู้เย็นก็จะเริ่มหอมขึ้น แล้วค่อยนำถ้วยกากกาแฟออก

ระดับที่ 3 ขั้นรุนแรง
– เบกกิ้งโซดา เทผงเบกกิ้งโซดาลงบนกระดาษรองอบขนม แล้วนำไปปูวางไว้ในชั้นตู้เย็นเพื่อดูดซับกลิ่นออก
– น้ำส้มสายชู เทใส่ถ้วยแล้ววางทิ้งไว้ในตู้เย็นข้ามคืน เช้ามากลิ่นก็จะหายไป พร้อมกับกลิ่นน้ำส้มสายชูที่จะระเหยออกไปด้วย
– ถ่านดำ นำก้อนถ่านใส่ถ้วยแช่ไว้ในตู้เย็นหลายๆ วัน ก็จะให้ผลที่น่าพอใจเหมือนกัน

เรียบเรียง : ฤทธิ์ษณะ น้อยกมล
แหล่งข้อมูล :  www.lisaguru.com, www.bloggang.com

บทความอื่นๆน่าสนใจ

กำจัดขนสัตว์เลี้ยงไม่ให้มาติดของใช้ในบ้าน หรือคอนโดมิเนียม


     สำหรับคุณผู้อ่านที่ชอบเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขและแมว ในบ้านหรือคอนโดมิเนียม สิ่งที่มีปัญหาตามมาก็คือขนของสัตว์เลี้ยที่มักจะปลิวมาติดที่เฟอร์นิเจอร์ของเรา ซึ่งยากต่อการกำจัดครับ วันนี้ CMC Group มีวิธีกำจัดขนของสัตว์เลี้ยงดังกล่าวมาฝากครับ นำมาฝากกันครับ

มาเริ่มกันที่ทำให้ขนของสัตว์เลี้ยง ล่วงน้อยลงก่อน

   1. บำรุงขนด้วยฟักทอง : ฟักทองจะมีสารอาหารชื่อว่าไฟเบอร์อยู่ในตัว เมื่อรับประทานแล้วนอกจากขนจะสวยแล้ว ยังช่วยทำให้ขนของสัตว์เลี้ยงแข็งแรง ไม่หลุดง่ายอีกด้วยครับ
   2. ใช้น้ำยาอาบน้ำ : ที่มีสูตรบำรุงขน เพราะแชมพูที่มีส่วนผสมของ Amino Acids, Omega 3 & 6 Fatty Acids จะช่วยลดปัญหาเส้นขนหลุดร่วงได้เป็นอย่างดี
   3. แปรงขน : การแปรงขนจะช่วยให้ขนของเขาร่วงน้อยลง
   4. ปรึกษาสัตวแพทย์ : ถ้าลองทำวิธีเหล่านี้แล้วขนของเจ้าตัวน้อยยังไม่หยุดร่วงให้ไปปรึกษาแพทย์

เมื่อบำรุงแล้ว คราวนี้มาดูวิธีกำจัดขนของสัตว์เลี้ยงครับ
   1. ไม้กวาดซิลิโคน : ลักษณะจะเหมือนที่ร้านตัดผมใช้ เวลากวาดจะไม่ทำให้ขนฟุ้ง ขนจะเป็นก้อนเก็บใส่ถุงขยะได้ง่าย
   2. ถุงมือยาง : เป็นวิธีที่ทำความสะอาดขนสัตว์เลี้ยงที่ติดตามผ้าเราได้ดีมากๆ เพียงแค่เพื่อนๆ ใส่ถุงมือยางไว้กับมือ แล้วก็รูดตามแนวยาว ขนแมวก็จะรวมตัวกันเป็นก้อนกลมๆ สามารถหยิบไปทิ้งได้ง่าย
   3. ลูกกลิ้งอเนกประสงค์ : วิธีนี้สามารถใช้กำจัดขนบนเสื้อผ้าได้ดี แต่ไม่เหมาะกับการนำไปทำความสะอาดบริเวณที่มีพื้นที่ใหญ่ๆ เพราะจะลูกกลิ้งอเนกประสงค์ราคาก็ค่อนข้างแพง
   4. เครื่องดูดฝุ่น : เป็นวิธีที่ทำความสะอาดขนแมวได้ดี แต่อาจจะมีผลข้างเคียงทำให้สัว์เลี้ยงของเรา ตกใจกับเสียงเครื่องดูดฝุ่น วิ่งหนีอย่างหวาดกลัวได้
   5. เทปกาว : จริงๆ วิธีนี้ไม่ค่อยอยากแนะนำให้ใช้กับเสื้อผ้าที่เป็นขนง่าย เพราะว่าเทปกาวจะไปทำลายใยผ้า แนะนำให้ใช้กับพวกผ้าผืนใหญ่ๆ อย่างเช่น ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม หรือผ้าม่าน

   เพียงเท่านี้รับรองจะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงให้เป็นเพื่อนของเราได้อย่างสบายใจแล้วละครับ

เรียบเรียง : ฤทธิ์ษณะ น้อยกมล
แหล่งข้อมูล : Deceor.mthai.com

บทความอื่นๆน่าสนใจ
กำจัดขนสัตว์เลี้ยงไม่ให้มาติดของใช้ในบ้าน หรือคอนโดมิเนียม
- 4 ปัจจัย ผ่อนบ้านหรือคอนโดมิเนียมให้สบายกระเป๋า
เทคนิคผ่อนคอนโดให้เสียดอกเบี้ยน้อย
บ้านคอนโดติดผ่อน ก็ขายได้
3 สัญญากับการซื้อคอนโด
6 สูตรน้ำยาขัดพื้นถูพรมแบบไร้สารพิษ ด้วยของก้นครัว

วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2557

แต่งบ้านให้ได้โชคลาภต้อนรับปีใหม่

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiLjPUeMu14qc_16pdVFovMB9fBS9ind0b-COmyKDPjXWagX23nEm7_IAtWmRie8Y4UbeHwm_5i9lEGXEsq6mHV0uhvGP_-R0xZECMS8Ijp2vcXbXxHlmO5Io1KGwvL1vSRm8p-LKC1HEUj/s1600/elephant+artwork+m+design+interiors.png

ปีเก่าผ่านไปปีใมห่ใกล้เข้ามาบ้านไหนที่ไม่สดชื่นมาตลอดทั้งปี เงินทองขาดมือ ความเป็นในบ้านไม่สงบสุข งั้นเรามาแต่งบ้านรับโชคลาภในปีใหม่นี้กันเถอะค่ะ...จะได้เหมือนมีบ้านใหม่รับโชคในวันปีใหม่ค่ะ
1. ส้ม เป็นรูปภาพหรือผลไม้จริง ๆ เลยก็ได้ มาใส่ตะกร้าบนโต๊ะในห้องรับแขก
2. ทับทิม ควรปลูกไว้หน้าบ้าน จะได้ลูกหลานดี และ ไม่มีภัยเข้าบ้าน
3. โต๊ะ ควรเลือกเป็นทรงกลม หรือ แปดเหลี่ยม หากเป็นสีเหลี่ยม มุมโต๊ะควรเป็นมนโค้ง ไม่ควรเป็นมุมแหลม เพื่อส่งเสริมสิริมงคลให้แก่บ้าน สามารถขจัดพลังชั่วร้ายและดึงดูดความเจริญเข้าบ้านได้
4. ของแต่งบ้านรูปหมู เป็นสัญลักษณ์ของโชคและความอุดมสมบูรณ์
5. ช้าง เป็นสัญลักษณ์ของสติปัญญาและโชค ควรตั้งช้างไว้ในห้องรับแขก และไม่ควรตั้งช้างหันหน้าออกทางหน้าประตูโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ครอบครัววุ่นวายมีแต่เรื่องขัดแย้ง
6. พัด ใช้ตกแต่งบ้านจะช่วยบันดาลให้คุณและคนในครอบครัวร่มเย็นเป็นสุข และ มีข่าวดีเข้ามาอยู่เสมอ
7. เต่า จะเป็นตุ๊กตาหรือรูปปั้นเต่าก็ได้ ให้ไว้ที่มุมใดมุมหนึ่งในบ้านหรือในห้องนั่งเล่น จะส่งผลให้คนในบ้านมีสุขภาพดีอายุยืน ยกเว้นอย่าเอาไว้ในห้องทำงาน เพราะจะทำให้มีผลต่อการทำงานให้ล่าช้า
8. ไก่ ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาหรือรูปปั้นที่เป็นวัสดุอื่นใดก็ตาม ล้วนแล้วแต่เป็นสิริมงคลต่อบ้านในทางเรียกโชคลาภเงินทองไหลมาเทมา
9. แต่งบ้านด้วยเครื่องปั้นดินเผา ไม่จำกัดว่าเป็นรูปทรงใดซึ่งจะทำให้คนในบ้านมีฐานะการเงินที่มั่นคงแข็งแรง


บทความอื่นๆน่าสนใจ
แต่งบ้านให้ได้โชคลาภต้อนรับปีใหม่
เทคนิคขั้นเทพวิธีทาสีบ้านหลังเก่าให้สวยสดเหมือนใหม่ 
10 วิธีเตรียมสวนและสนามหญ้ารับมือหน้าหนาว 
15 วิธีคลายร้อนให้บ้าน 
ดูฮวงจุ้ย ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด 
5 วิธี แต่งคอนโดขนาดเล็กให้ดูกว้าง 

โฆษณาคอนโด แบบไหนที่ผิดกฎหมาย