แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แต่งบ้าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แต่งบ้าน แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

การตกแต่งสไตล์ minimalist

         วันนี้เรามีแบบการตกแต่ง คอนโด ที่เป็นดีไซน์เรียบง่ายแบบมินิมอลที่มีความเรียบง่าย ดูหรูหรา และที่สำคัญเน้นความสะดวกสบาย เอาไว้ตกแต่งคอนโด เราค่ะ
Minimalist เป็นกระแสการออกแบบที่เน้นเสน่ห์แห่งความเรียบง่ายของเส้นสาย รูปทรง และโครงสร้างของอาคาร รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ และ สิ่งประดับตกแต่งต่างๆ

คอน เซ็ปท์ของ Minimalist คือความเรียบ ง่าย และสบายเน้นการตกแต่งเท่าที่จำเป็น แต่ดูดีมีสไตล์ ตามปรัชญาแนวคิด "Less is More" หรือ "น้อยแต่มากด้วยประโยชน์" โดยเน้น ประโยชน์ใช้สอยที่สอดคล้องและตอบสนอง lifestyle ของผู้ที่พักอาศัยเป็นสำคัญ

สิ่งที่สำคัญประการหนึ่งของบ้านสไตล์ minimalist คือการจัดระบบที่เก็บของ

สำหรับ การออกแบบส่วนเก็บของ เช่น ชั้นเก็บของข้างผนังหรือตู้เสื้อผ้าในห้องนอน มักจะออกแบบให้ถูกซ่อนอย่างกลมกลืนไปกับอาคารหรือเครื่องเรือน เช่น ออกแบบผนังหรือมุมต่างๆ ให้สามารถซ่อนตู้ หรือลิ้นชักเก็บของได้ โดยออกแบบหน้าบานต่างๆให้กลมกลืนไปกับผนังห้อง

Minimalism มิได้เป็นเพียงตัวกำหนดแนวคิดในการออกแบบตกแต่งบ้านเท่านั้นแต่ยังเป็นตัว กำหนดวิถีการดำรงชีวิตที่ไม่ยึดติดในการสะสมสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆพอใจการ ใช้สอยเพียงสิ่งของที่จำเป็น

ดังนั้นบ้านสไตล์ minimalist จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบใช้ชีวิตแบบสงบเรียบง่าย ในบ้านที่ตกแต่งด้วยของประดับตกแต่งเพียงน้อยชิ้นไม่นิยมการสะสมสิ่งของ เครื่องใช้ต่างๆ เกินความจำเป็นและรักความเป็นระเบียบ

เชื่อกันว่า กระแส minimalism นั้นได้รับแรงบันดาลใจและอิทธิพลส่วนหนึ่งจากแนวปรัชญาพุทธสไตล์ Zenของโลกตะวันออก .. โดยเฉพาะอิทธิพลแนวคิดเชิงสถาปัตยกรรมของญี่ปุ่น

ที่เห็นได้ชัดคือการจัดให้มีพื้นที่ว่างภายในบ้าน ซึ่งทำให้เกิดความสบายตา และความรู้สึกผ่อนคลายสบายใจแก่ผู้ที่พักอาศัย

การ ตกแต่งบ้านสไตล์ minimalist จะเน้นความเรียบง่ายและมักเลือกใช้สีขาว หรือสีสันค่อนข้างขรึมเพื่อให้บ้านมีบรรยากาศที่ดูเรียบ สงบ และผ่อนคลายรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ ก็นิยมแบบเรียบๆ ที่เน้นคุณภาพและประโยชน์ใช้สอยเป็นหลัก


ขอบคุณข้อมูลจาก Decorreport


อพาร์ทเม้นดีไซน์ Minimalist - ตกแต่งบ้าน - สีสัน - การออกแบบ - สไตล์โมเดิร์น - ไม่ซ้ำใคร - ดีไซน์ - คอนโด - อพาร์ทเม้น - เทรนด์การออกแบบ - ดีไซน์เก๋ - บ้านสไตล์โมเดิร์น - สุดเจ๋ง - สุดหรู
อพาร์ทเม้นดีไซน์ Minimalist - ตกแต่งบ้าน - สีสัน - การออกแบบ - สไตล์โมเดิร์น - ไม่ซ้ำใคร - ดีไซน์ - คอนโด - อพาร์ทเม้น - เทรนด์การออกแบบ - ดีไซน์เก๋ - บ้านสไตล์โมเดิร์น - สุดเจ๋ง - สุดหรู

อพาร์ทเม้นดีไซน์ Minimalist - ตกแต่งบ้าน - สีสัน - การออกแบบ - สไตล์โมเดิร์น - ไม่ซ้ำใคร - ดีไซน์ - คอนโด - อพาร์ทเม้น - เทรนด์การออกแบบ - ดีไซน์เก๋ - บ้านสไตล์โมเดิร์น - สุดเจ๋ง - สุดหรู
อพาร์ทเม้นดีไซน์ Minimalist - ตกแต่งบ้าน - สีสัน - การออกแบบ - สไตล์โมเดิร์น - ไม่ซ้ำใคร - ดีไซน์ - คอนโด - อพาร์ทเม้น - เทรนด์การออกแบบ - ดีไซน์เก๋ - บ้านสไตล์โมเดิร์น - สุดเจ๋ง - สุดหรู
อพาร์ทเม้นดีไซน์ Minimalist - ตกแต่งบ้าน - สีสัน - การออกแบบ - สไตล์โมเดิร์น - ไม่ซ้ำใคร - ดีไซน์ - คอนโด - อพาร์ทเม้น - เทรนด์การออกแบบ - ดีไซน์เก๋ - บ้านสไตล์โมเดิร์น - สุดเจ๋ง - สุดหรู
อพาร์ทเม้นดีไซน์ Minimalist - ตกแต่งบ้าน - สีสัน - การออกแบบ - สไตล์โมเดิร์น - ไม่ซ้ำใคร - ดีไซน์ - คอนโด - อพาร์ทเม้น - เทรนด์การออกแบบ - ดีไซน์เก๋ - บ้านสไตล์โมเดิร์น - สุดเจ๋ง - สุดหรู
อพาร์ทเม้นดีไซน์ Minimalist - ตกแต่งบ้าน - สีสัน - การออกแบบ - สไตล์โมเดิร์น - ไม่ซ้ำใคร - ดีไซน์ - คอนโด - อพาร์ทเม้น - เทรนด์การออกแบบ - ดีไซน์เก๋ - บ้านสไตล์โมเดิร์น - สุดเจ๋ง - สุดหรู
อพาร์ทเม้นดีไซน์ Minimalist - ตกแต่งบ้าน - สีสัน - การออกแบบ - สไตล์โมเดิร์น - ไม่ซ้ำใคร - ดีไซน์ - คอนโด - อพาร์ทเม้น - เทรนด์การออกแบบ - ดีไซน์เก๋ - บ้านสไตล์โมเดิร์น - สุดเจ๋ง - สุดหรู
อพาร์ทเม้นดีไซน์ Minimalist - ตกแต่งบ้าน - สีสัน - การออกแบบ - สไตล์โมเดิร์น - ไม่ซ้ำใคร - ดีไซน์ - คอนโด - อพาร์ทเม้น - เทรนด์การออกแบบ - ดีไซน์เก๋ - บ้านสไตล์โมเดิร์น - สุดเจ๋ง - สุดหรู




บทความอื่นๆน่าสนใจ
- การตกแต่งสไตล์ minimalist
- ตกแต่งบ้านหรือคอนโดหลังแรก
- ตกแต่งคอนโดด้วยสวนแคนตัส
- 7 เคล็ดลับขยายพื้นที่บ้าน ด้วยการตกแต่ง
- ตกแต่งบ้านด้วยสวนในร่ม
- โทนสีขาวดำ เท่อย่างมีสไตล์
- จัดห้องรับแขกในคอนโดให้ถูกหลักฮวงจุ้ย
- ทำความสะอาดห้องครัวในคอนโดให้แจ่ม
- แต่งห้องนั่งเล่นสุดชิคด้วยสติ๊กเกอร์ติดผนัง
- DIY ห้องทานข้าวสีทึมให้ดูสวยสดใส
- เลือกของแต่งคอนโดมิเนียม ตามหลักฮวงจุ้ย
- เคล็ดลับจัดตู้เสื้อผ้าให้เป็นระเบียบ
- หมอนอิงของกินแบบต่างๆ มาเสริมสร้างบรรยากาศในคอนโดมิเนียม
- เลือกทำเลซื้อบ้าน - คอนโด ฯ อย่างไรให้รวย
- แผงปุ่มไม้กะทัดรัด แขวนของได้สารพัด
- 4 เคล็ดลับ ทำให้คอนโดหอมสดชื่น
-
10 วิธี นอนหลับสบายๆ ในคอนโดช่วงหน้าร้อนโดยไม่ต้องเปิดแอร์
- 8 เคล็บลับน่ารู้ ที่ช่วยคุณดูแลรักษาตู้เย็นในคอนโด
- ตกแต่งคอนโดสไตล์วินเทจ
- มุมนั่งเล่นในคอนโด ที่จะทำให้เราผ่อนคลาย

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ตกแต่งบ้านหรือคอนโดหลังแรก

     ขอแสดงความยินดีสำหรับผู้ที่ซื้อบ้านหรือคอนโดเป็นของตนเอง หลังจากที่เคยเช่าเค้าอยู่มานานปี แต่การมีบ้านหรือคอนโด หลังแรกมือใหม่หลายคนคงจะสงสัยว่าจะมีวิธีการตกแต่งอย่างไรให้เหมาะกับแนว ของเรา วันนี้มีคำตอบ


http://www.cmc.co.th/files/picture/news/main/news-main-407-1431397837.jpg

      1.เริ่มต้นด้วยผนัง สีและวัสดุของผนังจะเป็นสิ่งที่บอกตัวตนของเจ้าของ แถมยังเป็นตัวกำหนดเฟอร์นิเจอร์สำหรับบ้านและคอนโดของเราอีกด้วย

     2.เลือกเตียงนอน เตียงนอนควรเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่อันดับต้นๆ ที่คุณควรซื้อ หลักการเลือกเตียงนอนนั้นคุณควรเลือกเตียงที่มีลักษณะร่วมสมัยรวมไปถึง สามารถใช้ได้ในระยะเวลายาวนาน

     3.ลงทุนเรื่องโซฟา เมื่อคุณมีบ้านของตัวเองแล้วเราแนะนำให้คุณลงทุนในเรื่องการซื้อโซฟาที่มี คุณภาพสูงแทนการคิดว่าจะต้องเคลื่อนย้าย เน้นเลือกโซฟาคุณภาพดี ขนาดเหมาะสมกับห้อง ดูโครงสร้างภายนอกให้ละเอียด คุณอาจช็อคกับราคาของมันแต่มันไม่ผิดหากคุณคิดจะลงทุนในเรื่องนี้

     4.ปูพื้นห้องด้วยพรม การปูพื้นบ้านด้วยพรมช่วยสร้างประโยชน์หลายอย่าง เพราะนอกจากจะสร้างบุคลิกให้กับบ้านของคุณแล้ว พรมยังทำให้ห้องๆ นั้นมีเท็กเจอร์ สำหรับการเลือกพรมนั้นก็ควรเลือกไซส์ขนาดพอเหมาะพอดีด้วยนะ

     5.อวดแสงไฟ หากคุณคิดที่จะเลือกเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งชิ้นใหญ่สำหรับบ้านหรือคอนโด คุณ ขอแนะนำว่าให้คุณยอมเสียเวลาหรือใช้จ่ายเงินไปกับโคมไฟตรงเพดานหรือผนังบ้าน ซึ่งแสงของไฟจะสร้างบรรยากาศให้ที่ดีให้กับสมาชิกของเรา

     6.เสริมความเป็นตัวเองด้วยงานผ้า เพียงนำงานผ้ามาตกแต่งโต๊ะข้างๆ หรือเครื่องประดับต่างๆ แล้ว สิ่งเหล่านี้จะบอกความเป็นตัวตนของเราที่ไม่เหมือนใคร

     7.เสริมบุลิกภาพของบ้าน หรือ คอนโดด้วยงานอาร์ตราคาเบาๆ หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบงานศิลปะและคิดจะสะสมผลงานศิลปะเพื่อเป็นของตกแต่ง บ้านชนิดหนึ่ง ระหว่างที่คุณรอจะซื้อผลงานศิลปะชิ้นสำคัญที่คุณชอบ อย่าปล่อยให้ผนังห้องว่าง ดังนั้นเราจึงแนะนำว่าให้คุณลองตกแต่งบ้านด้วยงานศิลปะราคาย่อมเยาก่อน อย่างน้อยก็ถือเป็นการเริ่มต้นสะสมงานศิลปะที่ดี


หวังว่าคงพอจะใช้เป็นแนวทางในการเริ่มตกแต่งบ้านสำหรับผู้ที่มีบ้านหรือคอนโดหลังแรกได้แล้วนะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : home.sanook.com




บทความอื่นๆน่าสนใจ
- ตกแต่งบ้านหรือคอนโดหลังแรก
- ตกแต่งคอนโดด้วยสวนแคนตัส
- 7 เคล็ดลับขยายพื้นที่บ้าน ด้วยการตกแต่ง
- ตกแต่งบ้านด้วยสวนในร่ม
- โทนสีขาวดำ เท่อย่างมีสไตล์
- จัดห้องรับแขกในคอนโดให้ถูกหลักฮวงจุ้ย
- ทำความสะอาดห้องครัวในคอนโดให้แจ่ม
- แต่งห้องนั่งเล่นสุดชิคด้วยสติ๊กเกอร์ติดผนัง
- DIY ห้องทานข้าวสีทึมให้ดูสวยสดใส
- เลือกของแต่งคอนโดมิเนียม ตามหลักฮวงจุ้ย
- เคล็ดลับจัดตู้เสื้อผ้าให้เป็นระเบียบ
- หมอนอิงของกินแบบต่างๆ มาเสริมสร้างบรรยากาศในคอนโดมิเนียม
- เลือกทำเลซื้อบ้าน - คอนโด ฯ อย่างไรให้รวย
- แผงปุ่มไม้กะทัดรัด แขวนของได้สารพัด
- 4 เคล็ดลับ ทำให้คอนโดหอมสดชื่น
- 10 วิธี นอนหลับสบายๆ ในคอนโดช่วงหน้าร้อนโดยไม่ต้องเปิดแอร์
- 8 เคล็บลับน่ารู้ ที่ช่วยคุณดูแลรักษาตู้เย็นในคอนโด
- ตกแต่งคอนโดสไตล์วินเทจ
- มุมนั่งเล่นในคอนโด ที่จะทำให้เราผ่อนคลาย

วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

DIY ห้องทานข้าวสีทึมให้ดูสวยสดใส


อยากจะลองปรับเปลี่ยนอะไรสักหน่อยเพื่อให้ห้องมีสีสันสดใสมากขึ้น แต่ไม่อยากลงมือทำงานใหญ่อย่างเปลี่ยนสีผนังแล้วละก็ ลองเริ่มจากของชิ้นเล็กลงมาหน่อย แต่ก็ใหญ่พอจะใช้เป็นจุดเด่นของห้องได้ อย่างเก้าอี้เหล็กสำหรับนั่งทานข้าวเป็นยังไงคะ ไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไป แค่เปลี่ยนสี อารมณ์ก็เปลี่ยนแล้วค่ะ แถมสาวๆ ก็ทำเองได้ด้วยนะ หรือจะเรียกหนุ่มๆ มาช่วยก็เป็นการดีไปใหญ่ จะได้กระชับความสัมพันธ์กับครอบครัวด้วยนะ ได้ทั้งเก้าอี้ใหม่ ได้ทั้งกิจกรรมเสริมความแข็งแรงให้ความสัมพันธ์อีก
 

วิธีแปลงโฉมเก้าอี้ให้สดใส
1.ก่อนอื่นต้องเตรียมพื้นผิวเก้าอี้เหล็กให้พร้อมสำหรับการทาสีเสียก่อน เพราะเก้าอี้เหล็กตัวเก่าอาจมีสนิม คราบฝังแน่น หรือแม้กระทั่งสีเก่าที่หลุดล่อน เราต้องจัดการสิ่งเหล่านั้นให้หมดไปค่ะ แนะนำให้หาไม้ขนาดเหมาะมือมาเป็นตัวช่วย จากนั้นพันกระดาษทรายรอบไม้ วิธีนี้จะช่วยให้จับกระดาษทรายได้ถนัดมือมากขึ้นค่ะ แต่จะใช้มือจับกระดาษทรายแล้วขัดเลยก็ได้นะคะ

2.เริ่มขัดเก้าอี้ด้วยกระดาษทรายเบอร์ต่ำๆ ก่อน เช่น เบอร์ 80 เพราะมีเนื้อหยาบ ช่วยให้สนิมหรือแล็กเกอร์เคลือบเงาหลุดลอกออกได้ง่าย จากนั้นจึงขัดด้วยกระดาษทรายที่มีเบอร์สูงขึ้น เช่น เบอร์ 320 ความละเอียดของกระดาษทรายประเภทนี้จะช่วยให้พื้นผิวของเก้าอี้เรียบเนียน ไม่สากมือ พร้อมสำหรับการทารองพื้นกันสนิมในขั้นตอนต่อไปค่ะ

3. ด้วยความที่เราไม่อยากได้เก้าอี้สีพื้นๆ เรียบๆ ที่หาซื้อได้ทั่วไป ดังนั้น เราจึงเลือกทาสีแบบทูโทนค่ะ และแน่นอนว่าสีธรรมดาๆ ก็ไม่สมกับเป็นเรา ขอสีจี๊ดๆ อย่างสีชมพูช็อกกิงพิงก์ก็แล้วกัน จับคู่กับสีเทาเพื่อตัดความแรงซะหน่อย แต่ถ้าเพื่อนๆ อยากได้สีอื่นๆ อาจจะหวาน เท่ เก๋ เปรี้ยว ก็สามารถเลือกได้เลยนะคะ เพราะว่ามีเฉดสีให้เลือกมากมายจริงๆ ค่ะ จากลงมือทาก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย



บทความอื่นๆน่าสนใจ
- DIY ห้องทานข้าวสีทึมให้ดูสวยสดใส
- เลือกของแต่งคอนโดมิเนียม ตามหลักฮวงจุ้ย
- เคล็ดลับจัดตู้เสื้อผ้าให้เป็นระเบียบ
- หมอนอิงของกินแบบต่างๆ มาเสริมสร้างบรรยากาศในคอนโดมิเนียม
- เลือกทำเลซื้อบ้าน - คอนโด ฯ อย่างไรให้รวย
- แผงปุ่มไม้กะทัดรัด แขวนของได้สารพัด
- 4 เคล็ดลับ ทำให้คอนโดหอมสดชื่น
-
10 วิธี นอนหลับสบายๆ ในคอนโดช่วงหน้าร้อนโดยไม่ต้องเปิดแอร์
- 8 เคล็บลับน่ารู้ ที่ช่วยคุณดูแลรักษาตู้เย็นในคอนโด
- ตกแต่งคอนโดสไตล์วินเทจ
- มุมนั่งเล่นในคอนโด ที่จะทำให้เราผ่อนคลาย
- ไอเดียแต่งคอนโด โทนสีขาว
- ไอเดียแต่งคอนโดตามแบบฉบับโมอีเบียน
- ห้องน้ำคอนโดด้วยสีแสงและเฟอร์นิเจอร์
- 30 ไอเดียการตกแต่งมุมคอนโดเป็นออฟฟิศส่วนตัว
- เลือกผ้าม่านแบบไหนดีให้เหมาะกับคอนโดของเรา
- โต๊ะทำครัวสไตล์มินิมอลในคอนโด
- เคล็ดลับดีๆ ที่เรามองข้ามกับการออกแบบบ้านให้เริ่ดจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว
- สวนจิ๋วช่วยสร้างบรรยากาศในคอนโดมิเนียม

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

20 ไอเดีย การแต่งพื้นที่ใต้บันได

    พื้นที่ใต้บันได เป็นอีกพื้นที่หนึ่งในบ้าน ที่หลานคนปล่อยไว้ให้เสียเปล่า โดยไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ อาจเพราะหลายคนคิดไม่ตกว่าพื้นที่นี้ สามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง

   วันนี้เรามีไอเดียการตกแต่งพื้นที่ใต้บันได มาฝาก เผื่อใครจะลองเอาไปปรับใช้กับบ้านของคุณได้ เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ภายในบ้านให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ และยังเป็นการตกแต่งภายในบ้านให้ดูสวยงามได้ด้วย


























บทความอื่นๆน่าสนใจ
- 20 ไอเดีย การแต่งพื้นที่ใต้บันได
- เบื่อไหมกับการอยู่คอนโดและต้องทำความสะอาดเครื่องดูดควัน ในห้องครัว
- เพิ่มสีสันในคอนโด ด้วยดอกไม้แสนสวย
- 20 ไอเดียชั้นวางหนังสือติดผนังในคอนโด
- ทำไมถึงควรซื้อ “คอนโดแบบสตูดิโอ”
- เคล็ดไม่ลับที่ดูแลรักษาที่นอนของเราในคอนโดให้มีอายุการใช้งานยืนยาว
- หิ้งพระ โต๊ะหมู่บูชา ดีไซน์ที่ทันสมัยเหมาะกับผู้อาศัยในคอนโดมิเนียม
- ตู้ปลา กับ ฮวงจุ้ย
- อย่ามองข้าม เมื่อมีเด็กเล็กอาศัยอยู่ในคอนโด
- ภาพวาดตกแต่งคอนโดมิเนียมที่เสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตได้
- รูปปั้นสัตว์มงคล เสริมฮวงจุ้ย
- ลักษณะที่ดี ลักษณะอับโชค และ การจัดห้องครัวที่ดี
- การจัดแสงไฟในห้อง  (Lighting Design)  (ตอนที่ 3)
- การจัดแสงไฟในห้อง (Lighting Design) (ตอนที่ 2)
- การจัดแสงไฟในห้อง (Lighting Design) (ตอนที่ 1)
- วิธีเลือกซื้อพรมปูพื้น
- ฝ้าหลุมกับฮวงจุ้ย
- มารู้จักเฟอร์นิเจอร์ไม้ MDF และไม้ Particle board (ตอนที่ 2)
- มารู้จักเฟอร์นิเจอร์ไม้ MDF และไม้ Particle board (ตอนที่ 1)
- เคล็ดลับวิธีกำจัดกลิ่นอับภายในคอนโด
- ผนังภายในคอนโดแตกร้าว สาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง
- 8 เหตุผลทำไมต้องเลือกใช้ไม้ลามิเนตปูพื้นคอนโด
- เคล็ดลับการจัดคอนโด ให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย
- วิธีซ่อมยาแนวห้องน้ำในคอนโด
- เคล็ดลับดูแลห้องน้ำ ให้ใหม่เสมอ
- ฮวงจุ้ยต้นไม้รอบบ้าน
- 7ข้อควรรู้ ก่อนจัดสวน ริมระเบียงคอนโด
- ไอเดียแต่งคอนโดเก๋ๆ แบบราคาสบายกระเป๋า
- เคล็ดลับเลือกซื้อบ้านและอาคารชุดคอนโด
- ฮวงจุ้ย 10 ประการ บั่นทอนโชคลาภ
- ค่าใช้จ่าย กรณีเปลี่ยนสัญญาคอนโด
- ไอเดียที่ตากผ้า สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่คอนโด

วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ผนังภายในคอนโดแตกร้าว สาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง

การแตกร้าวของผนังภายในคอนโด  เป็นอาการที่พบบ่อย  หลังก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งอาจเกิดขึ้นมากน้อย ขึ้นอยู่กับวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้าง คือ ปูน, อิฐ, หิน, ทราย, น้ำ และสภาวะอากาศ ระหว่างปฏบัติการก่อสร้าง ตลอดจนการทรุดตัวของพื้นดิน โดยปกติจะเกิดขึ้นในลักษณะ ต่างๆ กันดังนี้


http://www.paintersingapore.com/images/what-causes-hairline-cracks-in-paint.jpg

1. การแตกร้าวที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมี และงานฝีมือ

    การแตกร้าวที่มีลักษณะเป็นรอยแตกเล็กๆ โดยมากจะพบตามบริเวณผนัง ทั้งภายในภายนอก รวมถึง บริเวณเสา และบริเวณที่มีความเปียกชื้น รอยแตกเหล่านี้เกิดจาก สภาพของปูนฉาบที่ผสมน้ำน้อยเกินไป ซึ่งเมื่อปูนเริ่มแข็งตัว จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี เกิดความร้อนสูง การผสมน้ำน้อยเกินไป ทำให้ปูนฉาบ ไม่สามารถถ่ายเทความร้อนได้ จึงเกิดการแตกำที่ผิวปูนฉาบ ซึ่งเรียกกันว่า "แตกลายงา" แต่รอยร้าวประเภทนี้ ไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างของอาคาร จะมีผลเฉพาะความสวยงาม ของอาคารเท่านั้น หากเป็นรอยแตกที่ไม่ลึก ก็สามารถแก้ไขได้โดยใช้สารเคมี (DAP) ช่วยประสานรอยต่อ แล้วจึงใช้สีทาเก็บความเรียบร้อยอีกครั้ง การแตกแบบนี้อาจมาจากสภาพภูมิอากาศ ซึ่งการแก้ไข ก็ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

2. การแตกร้าวที่เกิดจากการประสานตัวของผนังปูน กับวัสดุอื่นๆ
    การแตกร้าวที่เป็นการแตกของผนัง บริเวณที่เป็นรอยต่อกับวงกบไม้ หรืออลูมิเนี่ยม ซึ่งรอยร้าวจะเป็นรอยแตก เล็กๆ ออกมาจากวงกบ ในแนวทแยง แนวดิ่งและแนวนอน รอยแตกนี้อาจเกิดจาก การยืดหดตัวของวัสดุ 2 ชนิดขึ้นไป ซึ่งวัสดุแต่ละชนิดมีอัตราการยึดเกาะตัวไม่เท่ากัน ประกอบกับผนังอาคารภานนอก จะมีอุณหภูมิสูง กว่าผนังภายใน ดังนั้นการยืดหดตัวของผนังทั้ง 2 ด้าน จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เท่ากัน ทำให้เกิดการบิดตัว โดยเฉพาะไม้ จึงเกิดการแตกร้าวได้ วิธีการแก้ไขก็เป็นวิธีเดียวกัน การแตกร้าวที่เกิดจากปฏิกิริยาเคมี และงานฝีมือ

3. การแตกร้าวที่เกิดจากงานโครงสร้างอาคาร
    การแตกร้าวที่กินลึกเข้าไปในผนังจนมองเห็นอิฐ ที่ก่อไว้ภายในทั้ง 2 ด้าน และมีการแตกร้าวของโครงสร้าง (พื้น, เพดาน, เสา) ในบริเวณใกล้เคียง การแตกแบบนี้อาจเกิดจากส่วนของโครงสร้างอาคารโดยตรง เช่น เสาเข็ม, ฐานราก, คาน และ การทรุดตัวของพื้นดินตามธรรมชาติ การแตกแบบนี้ โดยปกติแล้วจะไม่ค่อยเกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดขึ้นก็จำเป็นต้องใช้ วิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญ ชำนาญเกี่ยวกับด้านโครงสร้าง ให้เป็นผู้วิเคราะห์สาเหตุ และทางแก้ไข เพราะการแตกร้าวแบบนี้ จะมีผลต่อการรับน้ำหนักของส่วนอื่นๆ ของตัวอาคาร

บทความอื่นๆน่าสนใจ
- ผนังภายในคอนโดแตกร้าว สาเหตุมาจากอะไรได้บ้าง
- 8 เหตุผลทำไมต้องเลือกใช้ไม้ลามิเนตปูพื้นคอนโด
- เคล็ดลับการจัดคอนโด ให้ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย
- วิธีซ่อมยาแนวห้องน้ำในคอนโด
- เคล็ดลับดูแลห้องน้ำ ให้ใหม่เสมอ
- ฮวงจุ้ยต้นไม้รอบบ้าน
- 7ข้อควรรู้ ก่อนจัดสวน ริมระเบียงคอนโด
- ไอเดียแต่งคอนโดเก๋ๆ แบบราคาสบายกระเป๋า
- เคล็ดลับเลือกซื้อบ้านและอาคารชุดคอนโด
- ฮวงจุ้ย 10 ประการ บั่นทอนโชคลาภ
- ค่าใช้จ่าย กรณีเปลี่ยนสัญญาคอนโด
- ไอเดียที่ตากผ้า สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่คอนโด 

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เทคนิคขั้นเทพวิธีทาสีบ้านหลังเก่าให้สวยสดเหมือนใหม่

http://homedesignspro.com/wp-content/uploads/Interior-Home-Paint-Color-Ideas.jpg

สำหรับ คนที่อยู่บ้านของตัวเองมานานแสนนาน ทำให้บ้านสวยของเราสีที่ทาภายนอกซีดจืดจางลงไปนั้น วิธีหนึ่งที่จะช่วยให้บ้านมีชีวิตชีวามากขึ้นก็ทำได้ด้วยการทาสีบ้านใหม่ เพียงเท่านี้ก็ทำให้บ้านเก่าของเราดูสวยเหมือนใหม่ได้ ทางทีมงานจึงได้ตามหาสุดยอดเทพเทคนิควิธีทาสีบ้านแบบคร่าวๆ มาให้ชม สำหรับเพื่อนที่ต้องการทาสีบ้านเอง หรือ เลือกทาเฉพาะส่วนที่ทาได้ง่าย บทความนี้รวมถึงวิธีการเลือกสี อุปกรณ์ที่ใช้ในการทาสี รวมถึงเทคนิคการทาสีแบบง่ายๆ อีกด้วย งานนี้ไม่่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก่าก็ทำให้เรามั่นใจและคล่องแคล่วที่จะ ทาสีบ้านกันมากขึ้นครับ
สีที่ใช้สำหรับงานปูน ได้แก่ สีทารองพื้นและสีจริง แตกต่างกันอย่างไร มีคำอธิบายครับ
1.สีทารองพื้น มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันครับ ได้แก่
- สีทารองพื้นชนิดที่ทำจากอะคริลิก ซึ่งจะช่วยป้องกันเชื้อราใช้ทารองพื้นผนังปูนฉาบทั่วๆ ไปก่อนทาควรผสมน้ำเจือจางประมาณ 20% ของสี
- สีทารองพื้นชนิดที่ทำมาจากอัลคาไล สีชนิดนี้นอกจากจะป้องกันเชื้อราได้ดีแล้วยังป้องกันความชื้นได้ดีกว่าสีทา รองพื้นชนิดที่ทำจากอะคริลิกการใช้งานกับบ้านเก่าควรเลือกสีประเภทนี้ ชนิดรองพื้นปูนเก่า ผสมน้ำ 20% ทารองพื้นก่อนทาสีจริง
2.สีจริง หรือที่เราเคยได้ยินกันติดหูว่าสีน้ำพลาสติกนั่นล่ะครับ สีพวกนี้ทำมาจากสารจำพวกลาเท็กซ์และอะคริลิก
มี การยึดเกาะและยืดหยุ่นที่ดี มีส่วนผสมที่สามารถต่อต้านเชื้อราเหมาะกับสภาพอากาศเมืองร้อนอย่างบ้านเราทำ ความสะอาดง่ายก่อนใช้ควรผสมน้ำให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสมตามที่ผู้ผลิตสีแนะนำ ไว้ (ข้างกระป๋องไงครับ)
สีที่ใช้สำหรับงานไม้
สี ชนิดนี้มีประโยชน์ในด้านการป้องกันไม่ให้ความชื้นจากภายนอกเข้าไปทำลาย เนื้อไม้ และ ยังช่วยรักษาความชื้นสัมพัทธ์ของเนื้อไม้เอาไว้ได้ดี ไม้จึงไม่เกิดการแตกร้าว หากได้รับการทาสีอย่างถูกวิธีสีทาไม้แบ่งออกเป็น 2 ชนิดเช่นเดียวกับสีทาปูน คือ สีรองพื้นและสีจริง
1.สี ทารองพื้นไม้ มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันครับ ได้แก่ สีทารองพื้นไม้ชนิดผสมอะลูมิเนียม ใช้ทารองพื้นไม้ชั้นแรกเพื่อป้องกันยางไม้และความชื้นภายในไม่ให้ไหลออกมา ปะปนกับสีจริง สีทารองพื้นไม้สีน้ำมัน เป็นสีที่แห้งเร็วเนื่องจากมีทินเนอร์เป็นส่วนผสมทำให้สีเจือจางเหมาะสำหรับ ทารองพื้นครั้งแรกหรือทาทับไม้ที่เคยทาสีอื่นมาก่อนสีชนิดนี้ทนทานต่อรอยขีด ข่วนดี และทนความร้อนได้สูงถึง 90 องศาเซลเซียส
2.สี จริง คือ สีที่ทาลงไปชั้นนอกสุดเพื่อความสวยงาม สามารถเลือกได้ว่าจะใช้สีโทนไหนจะเอาหวานแหววหรือเข้มขรึมสักแค่ไหน แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่านส่วนใหญ่ทำมาจากใยสังเคราะห์ เนื้อสีที่ทาแล้วจะมีความมันเป็นเงางาม มีการต้านทานเชื้อราที่ดีทนการขีดข่วนพอสมควร บางชนิดทนความร้อนได้สูงถึง 93 องศาเซลเซียส
สีที่ใช้สำหรับงานโลหะ จัดแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือสีทารองพื้นและสีจริง
1.สี ทารองพื้นโลหะ มีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันครับ ได้แก่ สีทารองพื้นโลหะชนิดผสมผงซิงค์โครเมท ภาษาชาวบ้านก็สีกันสนิมนั่นล่ะครับ สีชนิดนี้จะทำหน้าที่ป้องกัน ไม่ให้เหล็กสูญเสียอิเล็กตรอนให้กับอากาศ ดังนั้นเหล็กจึงไม่เกิดสนิม ก่อนทาควรกำจัดสนิมให้หมดเสียก่อน แล้วผสมให้เจือจางด้วยทินเนอร์ สีทารองพื้นโลหะชนิดที่ทำมาจากอีพอกซี่ ใช้ทารองพื้นผิวที่เป็นเหล็กป้องกันการกัดกร่อนได้ดีมาก สีชนิดนี้ส่วนใหญ่จะใช้ทารองพื้นโลหะในเรือเดินสมุทร
2.สี จริง เป็นสีที่ใช้ทาทับเพื่อความสวยงาม เป็นสีน้ำชนิดเดียวกับที่ใช้ทาไม้นั่นล่ะครับ เนื่องจากสีน้ำมันมีคุณสมบัติการยึดเกาะได้ดีทั้งไม้ ปูน และโลหะ (ผิวไม่เรียบ)
อุปกรณ์ทาสี
เครื่อง ไม้เครื่องมือที่คุณจะต้องเตรียมสำหรับการทาสีก็เป็นสิ่งจำเป็น เช่นกัน ต้องเลือกใช้ให้ถูกประเภทของสี เป็นความรู้ในการเลือกซื้อถูก จะได้ไม่ต้องเสียเงินฟรี หรือเสียเวลาเอาไปเปลี่ยนการทาสีน้ำมัน คุณจะต้องเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้
1.แปรง สำหรับทาสีน้ำมัน มีขนาดความกว้างหลายขนาด หากพื้นที่กว้างก็เลือกชนิดหน้ากว้าง หากพื้นที่แคบก็เลือกขนาดเล็กๆ สักหน่อยสีจะได้ไม่เลอะส่วนที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณที่จะทา
2.ภาชนะ ผสมสี ควรเตรียมให้มีขนาดที่เหมาะสมเพราะการผสมสีต้องผ่านกรรมวิธีการคนสีให้เข้า กับทินเนอร์ก่อนทาไม่ควรใช้ภาชนะพลาสติกนะครับเพราะทินเนอร์หรือน้ำมันสน นั้นจะกัดเนื้อผิวพลาสติกจนละลาย
3.ภาชนะ แช่และล้างแปรง เมื่อทาสีเสร็จเรียบร้อย แปรงต่างๆ ยังคงสามารถเก็บไว้ใช้ได้ดังนั้นเราควรมีภาชนะสำหรับแช่และทำความสะอาดแปรง ด้วยภาชนะไม่ควรเป็นพลาสติก เพราะทินเนอร์หรือน้ำมันสนนั้นจะกัดเนื้อผิวพลาสติกจนละลายเช่นกัน
การทาสีน้ำพลาสติก มีอุปกรณ์ต่างออกไปจากสีน้ำมันดังนี้ครับ
1.แปรงดอก หญ้า (ทำมาจากดอกหญ้า) ชนิดเดียวกับที่เราใช้กวาดบ้านนั่นล่ะแต่จะไม่มีด้ามมัดให้ปลายดอกบานออกใช้ จุ่มสีทาได้ ช่างมืออาชีพส่วนใหญ่จะใช้แปรงชนิดนี้แปรงชนิดนี้ใช้แรกๆ มักจะมีสีเหลืองตกออกมา ดังนั้นควรแช่น้ำให้สีตกออกมาเสียก่อน จึงนำไปใช้ทาสีได้
2. ลูกกลิ้ง จะดีกว่าแปรงตรงที่ทาสีได้สม่ำเสมอ และรวดเร็วกว่าแต่ลูกกลิ้งไม่สามารถทาแทรกเข้าไปตามซอกมุมได้ ดังนั้นจึงต้องใช้แปรงช่วยในการเก็บงานอีกครั้งหนึ่ง
การเตรียมพื้นผิว
1.ผิว โลหะ : ถ้าเป็นสนิม อย่ามองข้ามให้กำจัด (ให้สิ้นซาก) ให้หมดก่อนด้วยการใช้กระดาษทรายขัดบริเวณที่เป็นสนิม แล้วทารองพื้นกันสนิมก่อนทาสีจริงทับ
2.ผิว ไม้ : ต้องมั่นใจว่าไม้นั้นแห้งสนิทแล้วจึงทำการขัดด้วยกระดาษทรายให้เรียบเช็ด ฝุ่นผงไม้ที่เกิดจากการขัดออกให้หมด ก่อนทาทับด้วยสีรองพื้นไม้กันเชื้อราหากเป็นไม้เก่าที่ผ่านการทาสีมาแล้ว แต่สภาพดีก็สามารถใช้กระดาษทรายบะเอียดขัดได้เลยก่อนล้างฝุ่นออกรอให้แห้ง สนิท แล้วจึงทาสีทับต่อไปแต่ถ้าสีเดิมมีการหลุดร่อน แตกลาย จะต้องใช้น้ำยากัดสีเก่าออกก่อน น้ำยากัดสีตัวนี้แรงนะครับก่อนใช้ต้องมีการป้องกีนร่างกายของเราด้วยการใส่ ถุงมือและระวังอย่าให้กระเด็นถูกส่วนต่างๆ ของร่างกายเพราะว่าจะแสบมาก เมื่อลอกสีเก่าออกหมดแล้ว ควรทำความสะอาด จากนั้นทารองพื้น 2 ครั้งทิ้งระยะเวลาห่างกัน 24 ชั่วโมง ก่อนทาทับอีกครั้ง หรือตามคำแนะนำของแต่ละผลิตภัณฑ์ (ข้างกระป๋อง)ส่วนสีจริงต้องทาชั้นแรกทิ้งไว้ 16 ชั่วโมงแล้วค่อยทาชั้นที่ 2
3.ผิว ปูน : หากเป็นผนังปูนใหม่ต้องรอให้ผนังแห้งดีเสียก่อนแล้วใช้กระดาษทรายลูบเพื่อ ให้เม็ดทรายหรือคราบน้ำปูนหลุดออก ก่อนทาทับด้วยสีรองพื้น และสีจริงตามลำดับหากเป็นผนังเก่าให้ตรวจดูสภาพหากชำรุดมากให้ทำการล้างและ ขัดออกด้วยแปรงลวดจากนั้นอุดโป้วรอยร้าวก่อนทำการขัดด้วยกระดาษทราย ทารองพื้นด้วยสีรองพื้นปูนเก่า 1 ครั้งและสีจริง 3 ครั้งก็เป็นอันพอจะรู้ขั้นตอนต่างๆ ของการทาสีกันบ้างแล้วนะครับสำหรับท่านใดที่ไม่มีเวลาแต่อยากเปลี่ยนบ้าน หลังเก่าของคุณให้ดูใหม่ก็จ้างช่างครับแต่เตือนกันไว้สักเล็กน้อยครับ ช่างบางคนตบตาเจ้าของบ้านเพราะความขี้เกียจ เช่นการเตรียมผิวไม้ต้องขัดกระดาษทรายให้เรียบร้อยก่อนแล้วจึงทาสีช่างบางคน แอบใช้สีพลาสติกทาทับอุดรอยเสี้ยนไม้ไปเลย รอจนแห้งแล้วใช้สีน้ำมันทาทับดูว่างานสีน้ำมันค่อนข้างเรียบร้อยแต่นานไปจะ เกิดการแตกและหลุดร่อนออกมาต้องรื้องานมาซ่อมกันใหม่ภายหลังแบบนี้ไม่ดีแน่ หากมีเวลาแอบดูวิธีการทำงานของช่างบ้าง ก็จะดีนะครับ


บทความอื่นๆน่าสนใจ
- เทคนิคขั้นเทพวิธีทาสีบ้านหลังเก่าให้สวยสดเหมือนใหม่
-
10 วิธีเตรียมสวนและสนามหญ้ารับมือหน้าหนาว
-
15 วิธีคลายร้อนให้บ้าน
-
ดูฮวงจุ้ย ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด
-
5 วิธี แต่งคอนโดขนาดเล็กให้ดูกว้าง

- โฆษณาคอนโด แบบไหนที่ผิดกฎหมาย

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สีของเพดาน ตามหลักฮวงจุ้ย


โดยหลักฮวงจุ้ยแล้วนั้น ถ้าเราถือว่าเพดานเป็น ฟ้า การที่จะทำให้ห้องสมบูรณ์ได้ควรที่จะมีทั้งส่วนของพื้นโลกและเพดาน ดังนั้นการเลือกสีสันห้องนั่งเล่นให้เหมาะกับเพดานก็คือการเลือกสีอ่อน

ไม่ว่าจะเป็นสีฟ้าซึ่งอีกความหมายก็คือ ท้องฟ้า หรือการเลือกใช้สีขาวซึ่งหมายถึงก้อนเมฆก็ล้วนแต่แสดงความหมายที่ดีทั้งนั้น และพื้นห้องที่สำคัญควรเป็นสีที่เข้ม อย่างน้อยต้องเข้มกว่าสีเพดานเพื่อแยกแยะให้ชัดเจนถึงส่วนที่เป็นพื้นและเป็นเพดาน

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการเลือกใช้สีที่เข้มบนเพดาน และสีอ่อนของพื้น เพราะจะทำให้ดูเป็นห้องที่หนักและไม่มีอะไรรองรับ ถ้าส่วนอื่นของห้องนั่งเล่นไม่มีไฟ หรือแสงสว่างจากข้างนอก ขอแนะนำให้ติดตั้งไฟซ่อนอยู่ข้างในช่องที่เป็นเวิ้งของเพดาน เพราะจะได้ช่วยให้มีแสงสว่างเพิ่มในเวลากลางวัน และไม่รบกวนตำแหน่งการวางของโคมไฟคริสตัล

ขอบคุณเนื้อหาจาก Thaihomeonline

ฮวงจุ้ยห้องนั่งเล่น กับเสาและคาน



คุณจะทำอย่างไรเมื่อบ้านมีส่วนเสาหรือคานที่เห็นชัดเจนในห้องนั่งเล่น ?... เนื่องจากทั้งเสาและคานเป็นส่วนประกอบด้านโครงสร้างเพื่อหนุนให้ตัวบ้านทรงตัวอยู่ได้ ซึ่งในหลักฮวงจุ้ยแล้วถือว่าเป็นตัวแบกรรับภาระของตึก เป็นสิ่งสำคัญ แต่ดีที่สุดต้องไม่เห็นส่วนประกอบทั้งสองนี้อย่างชัดเจน ดังนั้นถ้ามีการก่อสร้างที่ดี ก็จะช่วยอำพรางหรือบังเสาและคานไปได้

เมื่อพูดถึงคาน การก่อสร้างและตกแต่งห้องนั่งเล่น แน่นอนว่าถ้าส่วนที่เป็นคานเห็นออกมาชัดเจน ก็ควรที่จะมีการแก้ไข ในขณะเดียวกัน สำหรับผู้อยู่อาศัย บริเวณที่ควรหลีกเลี่ยงไปนั่งมากที่สุด ก็คือบริเวณที่อยู่ข้างเสา เพราะการที่นั่งข้างเสา จะบ่งบอกได้ชัดเจนมากว่าจริงๆแล้วคุณนั่งอยู่ใต้คานนั่นเอง (โดยเฉพาะบางบ้านที่วางโซฟาติดกับตัวเสา ถ้าเป็นไปได้ ควรเปลี่ยนแปลง)

ฮวงจุ้ยห้องนั่งเล่น เกี่ยวกับเสาและคาน

ทั้งนี้ทั้งนั้น แต่การที่คุณวางเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นแทน เช่น ตู้หนังสือ ตู้โชว์ ก็จะเป็นการช่วยบรรเทาภาระนี้ นอกจากนี้ ถ้าเสานั้นติดกันกับตัวผนัง ก็จะเป็นการดีถ้ามีการนำตู้มาวางไว้บดบัง เพื่อให้ไม่เห็นชัดเจน

และถ้าเป็นเสาที่อยู่โดดๆ แม้จะไม่ไกลจากผนัง ก็ควรที่จะมีการหาตู้เก็บของซึ่งไม่ใหญ่มากนักมาวางระหว่างช่อง และเว้นช่องให้อากาศถ่ายเท ทั้งนี้ก็เพื่อถือว่าเป็นการเชื่อมเสานั้นเข้ากันกับกำแพงและยังมีช่องให้อากาศถ่ายเทด้วย

นอกเหนือจากนี้อาจจะเลือกใช้ ต้นไม้ การใช้ภาพแขวน หรือแม้กระทั่งการใช้สิ่งของตกแต่งอื่นๆ เพื่อไม่ให้ช่องว่างระหว่างเสาดูชัดเจนเกินไป แต่ถ้าตัวตู้เก็บของเป็นชิ้นใหญ่ และบดบังวิสัยทัศน์ คุณก็สามารถติดตั้งไฟเพิ่ม เพื่อเป็นการสร้างมิติให้กับห้อง แล้วก็ยังช่วยเสริมฮวงจุ้ยด้วย

ในกรณีที่เสาอยู่ห่างจากตัวผนังมาก ควรที่จะเปลี่ยนมุมมอง โดยการใช้เสาเป็นจุดศูนย์กลางหรือเป็นตัวช่วยแบ่งเขตการใช้งาน โดยอาจจะมีการนำพรมมาวางเพื่อแบ่งแยกเขต ส่วนอีกด้านหนึ่งอาจจะมีการตกแต่งด้วยหิน การที่เราแนะนำแบบนี้ ก็เพื่อให้ผู้อยู่อาศัย แทนที่จะมองจ้องไปที่เสาแล้วเป็นสิ่งแปลกปลอม กลับเป็นสิ่งที่ดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมห้องนั่งเล่นนั้นๆ



ขอบคุณเนื้อหา Thaihomeonline