วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

10 วิธีเตรียมสวนและสนามหญ้ารับมือหน้าหนาว

http://www.tomcorsonknowles.com/blog/wp-content/uploads/2012/07/Eco-friendly-garden.jpg

    ในช่วงฤดูหนาว อากาศเย็น ๆ บวกกับความแห้งในอากาศ ทำให้หลายคนได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่เริ่มเกิดขึ้นกับสนามหญ้า และต้นไม้ในสวนของตัวเองบ้าง ซึ่งต้องบอกเลยว่ามีทั้งการเปลี่ยนแปลงในด้านดี สำหรับต้นไม้ที่ไม่มีปัญหากับความเย็นและอากาศแห้ง ๆ กับการเปลี่ยนแปลงในทางลบ ที่เกิดขึ้นกับต้นไม้และหญ้าบางชนิด แต่ก่อนจะเกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมา จนสนามหญ้าและสวนของเราหมดสวย ลองมาดูวิธีเตรียมรับมือกับสภาพอากาศเย็น ๆ ให้สนามหญ้าและสวนกันไว้ก่อนดีกว่านะคะ

 1. เปิดทางความชื้นและแสงแดดด้วยคราด

           ช่วงหน้าหนาวน้ำค้างจะค่อนข้างแรงก็จริง แต่อากาศกลับแห้งกว่าฤดูอื่น ๆ  ทำให้ดินมีโอกาสแห้งแล้งได้ ดังนั้นเราควรเปิดทางให้ความชื้น และแสงแดด ซึ่งเป็นอาหารสำคัญของพืช ผ่านเข้ามาบำรุงถึงรากต้นไม้ได้อย่างสะดวก โดยคุณควรใช้คราดกำจัดใบไม้ รวมทั้งสิ่งกีดขวางอื่น ๆ ที่ปกคลุมหน้าดินอยู่ให้โล่งที่สุด ป้องกันปัญหารากตาย และใบเป็นจุดสีน้ำตาล

 2. อย่ารีบร้อนตัดแต่งกิ่งไม้

           เหตุผลอันดับแรกของการตัดแต่งกิ่งต้นไม้ ก็เพื่อเร่งให้ต้นไม้ผลัดใบ และเจริญเติบโตได้รวดเร็วขึ้น แต่ในฤดูหนาวที่ไม่ค่อยเอื้ออำนวยให้ปลูกต้นไม้อย่างนี้ เราก็ควรเลี่ยงการตัดแต่งกิ่งไม้ไว้ก่อน หรือหากคุณจำเป็นจะต้องตัดเล็มกิ่งไม้จริง ๆ น่าจะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องต้นไม้และสวนสักนิดก่อนค่ะ

 3. รักษาความชื้นให้ต้นไม้ที่ปลูกมานาน

           ต้นไม้ใหญ่ และต้นไม้ที่ปลูกไว้นานแล้ว มักจะมีส่วนที่ตายและห่อเหี่ยวไปเอง ซึ่งส่วนเหล่านี้ของต้นไม้ เป็นคล้าย ๆ ไส้ติ่งของมนุษย์อย่างเรา ๆ ที่ไม่มีความสำคัญ แถมยังเป็นส่วนที่เกะกะอีกต่างหาก ฉะนั้นในฤดูหนาวที่ต้องการรักษาความชื้นให้ต้นไม้มากที่สุด ก็ควรจัดการกับไส้ติ่งเหล่านี้ให้สิ้นซาก อ้อ ! ในกรณีแบบนี้คุณสามารถตัดเล็มกิ่งไม้ได้ตามสบายเลยค่ะ

 4. จับไม้ล้มลุกมาทำปุ๋ย

           อาจจะดูเหมือนใจร้าย แต่ถึงแม้เราจะพยายามดูแลบรรดาไม้ล้มลุกอย่างดีแค่ไหน เจ้าพืชอายุไม่ยืนเหล่านี้ก็รอดเงื้อมมือหน้าหนาวลำบากอยู่ดี ดังนั้นคงดีกว่าหากเราจะนำไม้ล้มลุกมาทำเป็นปุ๋ยหมักซะเลย ก่อนจะต้องปวดใจกับสภาพเหี่ยวเฉาของเขาให้รำคาญตา
 5. พืชปกคลุมช่วยได้

          ถ้าอยากรักษาความชื้นให้ดินได้มาก ๆ แนะนำให้ปกคลุมดินเอาไว้เลย เลือกใช้พืชคลุมดินที่มีขายตามร้านต้นไม้ หรือจะนำซากพืชและปุ๋ยมาผสมกันแล้วปกคลุมดินก็ได้หมด แต่เคล็ดลับอยู่ที่คุณต้องเกลี่ยพืชคลุมดินให้รอบต้นไม้ในลักษณะรูปวงกลมโด นัท อย่าโรยพืชคลุมดินเป็นเนินเหมือนภูเขาไฟ เพราะส่วนลำต้นเราไม่ต้องปกคลุมเขาให้เปลืองพืชคลุมดินก็ได้

 6. อนุบาลต้นไม้เล็กด้วยกระสอบ

           นอกจากต้องคลุมหน้าดินรักษาความชื้นให้ดินแล้ว เหล่าต้นไม้เด็ก ที่เพิ่งปลูกเมื่อไม่นานมานี้ ก็ควรดูแลเขาให้ดีด้วย อย่างแรกให้หากระสอบ หรือพลาสติกเจาะรูมาคลุมต้นไม้เบบี๋ไว้ก่อน รอจนเขาเติบโตพอจะต่อสู้สภาพอากาศแห้งชื้นด้านนอกได้ค่อยปล่อยเป็นอิสระ

 7. ได้เวลาปลูกพืชชนิดหัว

           ไม้หัวหลายชนิดชื่นชอบอากาศเย็น ๆ และสามารถทนกับความแห้งแล้งในอากาศได้เป็นอย่างดี อย่างเช่น ว่านสี่ทิศ บัวดิน ฯลฯ ซึ่งหากอยากปลูกต้นไม้เพิ่มความสวยงามให้สวน ก็สามารถเลือกปลูกพันธุ์ไม้เหล่านี้ได้เลยค่ะ

 8. พลิกหน้าดินเติมธาตุอาหาร

           สำหรับสนามหญ้า คุณอาจจะลองพลิกหน้าดิน เพื่อเปิดโอกาสให้ความชื้นและแสงแดดส่องเข้าไปบำรุงรากต้นไม้โดยตรงบ้างก็ ได้ นอกจากนี้หากลงทุนพลิกหน้าดินแล้ว ก็ควรถือโอกาสใส่ปุ๋ยและธาตุอาหารที่จำเป็นกับต้นหญ้าไปด้วยเลยยิ่งดีจ้า

 9. ใส่ปุ๋ยคอกบำรุงต้นไม้อย่างถูกสูตร

           ปุ๋ยคอกเป็นปุ๋ยที่น่าจะปลอดภัยกับพืชและสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เนื่องจากมีส่วนผสมจากธรรมชาติด้วยกัน แต่ก่อนจะใส่ปุ๋ยคอกให้พืช คุณก็ควรตรวจสอบก่อนว่าพืชแต่ละชนิดต้องการปุ๋ยคอกในอัตราเท่าไร และปุ๋ยคอกสูตรไหนจะเหมาะกับดินของคุณ เพื่อให้ดินและต้นไม้เติบโตได้อย่างสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม

 10. ใส่ใจต้นไม้ทุกต้นอย่างดีที่สุด

           เตรียมพร้อมต้นไม้กันไปแล้ว ต่อไปนี้ก็ต้องใส่ใจดูแลต้นไม้ใบหญ้าทุกต้นอย่างเต็มที่ด้วย หมั่นรดน้ำอย่างถูกวิธี กำจัดวัชพืช บำรุงดินและพืชด้วยปุ๋ย และพยายามเล็มกิ่งไม้ ใบไม้ที่แห้งตายแล้วออกไป เพื่อลดการคายน้ำของพืช และเพื่อรักษาความชื้นไว้ใช้ในส่วนจำเป็นให้ได้มากที่สุด


           ใครที่อยากดูแลสนามหญ้าและสวนให้สวยในหน้าหนาวนี้ ก็อย่าลืมนำวิธีดูแลต้นไม้เพื่อรับมือหน้าหนาวเหล่านี้ไปใช้ตามที่เราแนะนำ กันด้วยนะคะ จะได้มีสวนสวย ๆ ไม่หวั่นในทุกสภาพอากาศ

บทความอื่นๆน่าสนใจ
-
10 วิธีเตรียมสวนและสนามหญ้ารับมือหน้าหนาว
-
15 วิธีคลายร้อนให้บ้าน
-
ดูฮวงจุ้ย ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด
-
5 วิธี แต่งคอนโดขนาดเล็กให้ดูกว้าง
- โฆษณาคอนโด แบบไหนที่ผิดกฎหมาย

วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

15 วิธีคลายร้อนให้บ้าน

http://ajdweb.com/wp-content/uploads/2014/06/home-garden-design-software-free.jpg

วิธีคลายร้อน

ช่วง นี้อากาศร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะทำให้หลายๆ คนเลือกที่จะอยู่แต่ในบ้าน เพื่อให้ไม่ต้องไปเจอกับแดดร้อนๆ ที่เผาจนผิวแทบไหม้ในตอนกลางวัน แต่อย่างไรก็ตาม การทำเช่นนั้นก็อาจทำให้เราต้องช็อกกับบิลค่าไฟที่พุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจจาก การเปิดแอร์ทั้งวันได้เช่นกัน ดังนั้น จึงขออาสานำเคล็ดลับดีๆ วิธีคลายร้อนให้กับบ้านของคุณโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาฝาก 
  1. เปลี่ยนผ้าม่านของคุณเป็นม่านแบบโซล่า ซันสกรีน ชั่วคราว เพื่อจะได้ช่วยกันแสงแดดได้ดีขึ้น ในขณะที่สามารถถ่ายเทอากาศได้ดีเหมือนเดิม
  2. ใช้ฟิล์มกรองแสงเคลือบหน้าต่างห้องที่อยู่ทางทิศตะวันตก และตะวันออก เพื่อกันแสดงแดดแรงๆ ที่จะส่องเข้ามาในบ้าน
  3. ติดกันสาดเฉียงประมาณ 45 องศาบริเวณหน้าต่าง เพื่อลดแสงแดดที่เข้ามาในห้องได้ถึง 65 - 77 %
  4. เลือกใช้หลังคาสีอ่อนและพ่นฉนวนกันความร้อนอีกชั้น จะช่วยกันความร้อนที่แผดเผาเข้ามาผ่านหลังคาได้ดีขึ้น
  5. ใช้สีสว่าง เช่น สีขาวแต่งห้อง จะได้ไม่ดูดความร้อนเหมือนสีเข้มๆ เช่น สีดำ
  6. ปลูก ต้นไม้บริเวณหน้าบ้าน และหาไม้ประดับเล็กๆ มาไว้ในบ้าน โดยเฉพาะในห้องที่อยู่ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก เพื่อให้อากาถ่ายเทได้มากขึ้น
  7. เปลี่ยนฟิลเตอร์แอร์เป็นประจำ อย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อให้แอร์ของคุณทำงานได้ดี โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนเป็นพิเศษ
  8. เลือกซื้อพัดลมแบบติดเพดาน อากาศในห้องจะได้ถ่ายเททั่วถึงมากขึ้น โดยไม่ทำให้ค่าไฟพุ่งสูงมากนัก
  9. ใช้หลอดไฟแบบตะเกียบ เพื่อเป็นการประหยัดพลังงาน ซึ่งจะช่วยให้ความร้อนในห้องลดลงด้วย
  10. พยายามอย่าเปิดหน้าต่างในช่วงกลางวัน ลมร้อนจากข้างนอกจะได้ไม่เข้ามาสะสมภายในบ้าน
  11. หากคุณไม่คิดจะเปิดแอร์ตอนกลางคืน ก็ควรเปิดหน้าต่างไว้ เพื่อให้ลมเย็นในช่วงกลางคืนเข้ามาในบ้าน
  12. อย่า นำเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ เช่น โทรทัศน์ไปไว้ใกล้ๆ เครื่องปรับอากาศ เพราะจะทำให้เครื่องปรับอากาศต้องทำงานหนักขึ้น จนประสิทธิภาพลดลง
  13. พยายามใช้ไมโครเวฟ หรือเครื่องปิ้งขนมปัง แทนเตาแก๊ส ที่จะทำให้ไอร้อนอบอวลอยู่ในบ้าน
  14. เปิดประตูห้องน้ำ และห้องนอน ไว้เสมอ จะช่วยให้อากาศในบ้านถ่ายเทมากขึ้น
  15. ใช้กระเบื้อง หรือหินอ่อนปูชั้นล่าง เพราะกักเก็บความเย็นจากพื้นดินได้เป็นอย่างดี
เพียง แค่ทำตาม 15 วิธีคลายร้อน ก็จะช่วยให้บ้านของคุณคลายร้อนลงได้มาก ลองเลือกดูข้อที่เหมาะสมกับบ้านของคุณ แล้วนำไปลดความร้อนให้บ้านกัน


บทความอื่นๆน่าสนใจ

-
15 วิธีคลายร้อนให้บ้าน
-
ดูฮวงจุ้ย ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด
-
5 วิธี แต่งคอนโดขนาดเล็กให้ดูกว้าง

- โฆษณาคอนโด แบบไหนที่ผิดกฎหมาย

วันพุธที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ดูฮวงจุ้ย ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด


https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiMxzwwP7R5POGI6_62bw5leujuCMK8iNCoGoD9FpswgpnWF8rt8yNCq_f4859Buf3bVdJ5UCPjOrTRwOctGANRq7A4c5wulUqnwALM0yfKFmAfbfjDIRE5puAvn2ORxBySKK59bXjuqg0/s1600/Screen-Shot-2555-07-09-at-3.34.00-PM-540x334.png


ก่อน การตัดสินใจเลือกซื้อคอนโด เราควรพิจารณาสิ่งประกอบหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นทำเลคอนโด ขนาดของห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สิ่งที่ควรคำนึงไม่แพ้กันคือ ฮวงจุ้ยของคอนโด เพราะฮวงจุ้ยจะดีหรือไม่ดี สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัย งั้นเรามาดูข้อควรพิจารณาเบื้องต้นก่อนซื้อคอนโดกันเลยดีกว่า
1. พิจารณาที่ตัวคอนโด ว่าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีหรือไม่ เพราะถ้าคอนโดทั้งหลังมีฮวงจุ้ยที่ดีแล้ว ห้องที่อยู่ภายในทั้งหมดก็จะได้รับผลดีไปด้วยคอนโด ที่ได้ชื่อว่าฮวงจุ้ยดี คือ อยู่ใกล้แหล่งชุมชน ไม่อยู่โดดเดี่ยวหลังเดียว เส้นทางเข้าต้องไม่อยู่ห่างจากถนนใหญ่มากเกินไป

สิ่ง ปลูกสร้างรอบ ๆ ต้องไม่มีลักษณะร้าย เช่น สะพานลอยทางด่วน ทางรถไฟ ทางยกระดับพาดผ่าน หรือมีเสาไฟฟ้าแรงสูง เสาอากาศวิทยุหรือโทรทัศน์ขนาดใหญ่อยู่ใกล้,ต้องไม่มีเหลี่ยมมุมของอาคาร ข้างเคียงพุ่งเข้าสู่อาคาร หรืออยู่ระหว่างซอกตึกของอาคารตรงข้าม, ต้องไม่แวดล้อมด้วยอาคารที่สูงกว่า และไม่อยู่ติดวัด ศาลเจ้า สุสาน ป่าช้า

2. การหาตำแหน่งห้องที่ดี จะต้องพิจารณาด้านทั้งสี่ของอาคารเป็นหลัก คำถามที่ผมมักจะเจออยู่บ่อย ๆ ก็เห็นจะเป็น "จะเลือกห้องไหนถึงจะดี" หลักในการเลือกจะต้องดูด้านทั้ง 4 ของคอนโดฯ ดูว่าด้านไหนดีที่สุดก็เลือกด้านนั้น ด้านที่ดีส่วนใหญ่จะเป็นที่โล่ง ไม่มีอาคารอื่นปิดบังห้องมีสวนสระน้ำ แม่น้ำ ทะเลสาบ หรือทัศนียภาพที่สวยงาม

3. ดูทิศทางเพื่อเลือกตำแหน่งห้อง การดูทิศถือว่าสำคัญมาก การจะเลือกห้องอยู่ทางทิศไหนนั้นมีหลักในการพิจารณาง่าย ๆ ดังนี้

- ด้านเหนือ อับลม
- ด้านใต้ รับลม
- ด้านตะวันออก รับแสงตอนเช้า
- ด้านตะวันตก รับแสงตอนบ่าย

ความ สมดุลในเรื่องของลมและแสงจะไม่สมดุลอยู่แล้ว ถ้าเลือกตำแหน่งห้องที่อับลมอีก ห้องนั้นจะไม่มีการหมุนเวียนของลมเลย ย่อมส่งผลเสียต่อผู้อยู่อาศัยได้ง่าย โดยเฉพาะในเรื่องของสุขภาพ


เลือกคอนโดชั้นไหน ดีกับผู้อยู่อาศัย
- ดูฮวงจุ้ย ก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด
-
5 วิธี แต่งคอนโดขนาดเล็กให้ดูกว้าง

- โฆษณาคอนโด แบบไหนที่ผิดกฎหมาย


วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เสริมโชคด้านการเรียน ด้วยฮวงจุ้ยห้องพัก


ฮวง จุ้ย คือ ศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของการตกแต่งบ้านให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ในปัจจุบันจึงมีคนนิยมเอาศาสตร์ฮวงจุ้ยมาช่วยเสริมในการตกแต่งบ้านให้ร่ม เย็นเป็นสุข ทั้งการอยู่อาศัยในบ้าน ที่ทำงาน รวมไปถึงนักเรียนกับนักศึกษาที่ต้องอาศัยอยู่ในหอพักด้วย หากการอ่านตำราเรียนยังไม่พอให้สบายใจในผลการเรียน ลองมาจัดแต่งฮวงจุ้ยหอพักใหม่ เพื่อเสริมโชคเรื่องการเรียนกันดูดีกว่า

 1. ขจัดความเครียดด้วยหนังสือ

          การนำหนังสือมาอ่านในห้องนอนเป็นเรื่องที่ดีอยู่ แต่ทั้งนี้ควรจะจัดที่วางให้เหมาะสมด้วย เนื่องจากมุมของหนังสือมีลักษณะแหลมคม ถ้านำมาวางไว้ด้านตรงข้ามกับเตียงนอนจะทำให้นอนหลับไม่สนิท ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรจะจัดไว้ด้านข้างของเตียงจะดีกว่า นอกจากนี้แล้วยังรวมไปถึงอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมุมแหลม อย่างเช่น โทรทัศน์ โน้ตบุ๊ค หรือคอมพิวเตอร์ ด้วย แต่ถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ หลังจากที่อ่านหรือใช้อุปกรณ์เหล่านั้นเสร็จแล้ว ให้นำผ้ามาคลุมปิดไว้ ก็จะช่วยให้นอนหลับได้เต็มอิ่มมากขึ้น

 2. ส่งเสริมความคิดด้วยสี

          การเรียนเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ต้องใช้ความคิดเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นคงจะดีกว่าหากได้พักผ่อนท่ามกลางสีสัน ซึ่งตามหลังฮวงจุ้ยนั้นแบ่งลักษณะของสีออกเป็น  2 แบบคือ โทนสีร้อน อันได้แก่ แดง เหลือง ส้ม สีเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกตื่นตัวอยู่เสมอ ส่วนโทนสีเย็น อย่าง เขียว น้ำเงิน ม่วง เหมาะสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศผ่อนคลายสบาย ๆ ไม่วุ่นวายมากนัก แต่ถ้าหากใครที่ต้องการจะผสมผสานทั้งสองโทนก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยอาจจะเลือกใช้โทนสีอบอุ่นในส่วนของที่พัก และใช้โทนสีร้อนกับโต๊ะหนังสือก็ได้

 3. น้ำพุเทียมเสริมพลังชี่

          น้ำเป็นธาตุสำคัญสำหรับศาสตร์ฮวงจุ้ย เพราะจะช่วยให้พลังชี่หมุนเวียนได้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นในห้องพักควรจะนำน้ำพุเทียมมาประดับเอาไว้ด้วย จะเป็นขนาดใหญ่ หรือขนาดเล็กก็ได้หากมีที่ว่างมากพอ แต่ถ้าไม่สามารถหาจุดวางได้ให้ใช้รูปปั้นเล็ก ๆ ที่มีน้ำหมุนเวียนอยู่ มาตั้งไว้แทน หรือจะเป็นตู้ปลาก็ได้ และเสียงของน้ำยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นด้วย

 4. ต้นไม้เพิ่มความสดชื่น

          ในวันที่เจอเรื่องแย่ ๆ มาไม่ว่าอะไรก็ดูไม่เป็นใจไปเสียหมดอย่าเพิ่งท้อแท้ หรือหมดกำลังใจไปก่อน ลองหาต้นไม้หรือดอกไม้มาประดับห้องดูบ้าง แล้วความรู้สึกไม่ดีเหล่านั้นก็จะค่อย ๆ จางหายไป อย่างเช่น ดอกไม้สีเหลือง เหมาะกับคนที่กำลังเจอปัญหาหนักอกหนักใจ ส่วนคนที่อยากจะไปให้ถึงฝันควรจะเสริมดวงด้วยดอกไม้สีขาว ส่วนสีเขียวของไม้ประดับต่าง ๆ ก็จะช่วยให้โชคดีในการเรียนมากขึ้น เป็นต้น

 5. กระจกช่วยกระตุ้นการเรียน

          การตกแต่งห้องด้วยกระจกนั้นไม่ได้ทำให้ดูกว้างขวางมากขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำให้ภายในห้องมีความสว่างมากขึ้นด้วย และนอกจากนี้หากนำกระจกไปประดับไว้ในหอพักของนักเรียนนักศึกษายังเป็นการ เสริมพลังชี่ให้หมุนเวียนมากขึ้นด้วย โดยสามารถนำกระจกไปประดับได้ทุกที่ ยกเว้นบริเวณด้านตรงข้ามปลายเตียงนอน เพราะจะทำให้ผิดหลักฮวงจุ้ยไปในด้านลบเสียมากกว่า

 6. โต๊ะเสริมการเรียน

          การจัดวางตำแหน่งของโต๊ะนั้นก็มีผลต่อการเรียนเช่นกัน ฉะนั้นจึงไม่ควรวางโต๊ะตามใจชอบเพียงอย่างเดียว แต่ควรจะพิจารณาถึงทิศทางของโต๊ะด้วย โดยตำแหน่งที่ถูกต้องนั้นควรจะหันหน้าไปทางทิศตะวันออก และให้ด้านหลังของพนักเก้าอี้หันเข้าหากำแพงจึงจะถือว่าเหมาะสม เพราะการจัดวางโต๊ะในลักษณะนี้จะช่วยให้อุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี มีความมั่นคงมากขึ้น ส่วนสิ่งของต่าง ๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะโดยเฉพาะหนังสือ ควรจัดไว้ด้านซ้าย จะช่วยพัฒนาความรู้ได้มากขึ้น

 7. เตียงนอนเพิ่มความสุข

          การจัดวางเตียงนอนควรอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง โดยไม่ควรวางเตียงนอนตรงกับประตู เนื่องจากทำให้พลังงานด้านลบจากภายนอกเข้ามาในห้องได้ และควรจัดหัวเตียงให้ชิดกับผนัง ส่วนเครื่องนอนต่าง ๆ ทั้งปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียงควรจะเลือกชุดที่มีเนื้อผ้านุ่ม ไม่หนา หรือแข็งจนเกินไป จะส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยมีความสุขกับการเรียนมากขึ้น

 8. เป็นระเบียบเลี่ยงความวุ่นวาย

          หากสงสัยว่าทำไมการเรียนของตัวเองไม่ราบรื่นและมีความสุขเหมือนคนอื่น ๆ บ้าง คงถึงเวลาที่ต้องกลับมาจัดของในห้องให้เป็นระเบียบบ้างแล้ว เพราะหลักฮวงจุ้ยนั้นบอกว่า สิ่งของรก ๆ ภายในห้องก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจหากคนที่เก็บของเป็นที่เป็นทางจะเจอเรื่องแย่ ๆ น้อยกว่าคนที่วางของไม่เป็นระเบียบ และหากมีของที่ไม่ใช้แล้ว อย่างเช่น หนังสือ หรือเสื้อผ้า ก็ควรจะนำไปบริจาคบ้างจะช่วยให้รู้สึกมีความสุขมากขึ้น

 9. เพิ่มพลังด้วยแสงสว่าง

          แสงสว่างเป็นอีกเรื่องหนึ่งสำคัญที่ควรใส่ใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในวัยที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์และพลังในการเรียน ดังนั้นควรเปิดหน้าต่างให้แสงจากภายนอกส่องผ่านเข้ามาอยู่เสมอ แต่ในกรณีที่เป็นห้องอับไม่มีหน้าต่าง หรือมีแสงสว่างจำกัด ก็ควรเปิดไฟภายในห้องให้ส่องสว่าง พร้อมกับเสริมด้วยพรมลายดอกไม้ เพื่อเรียกความสดใสและเพิ่มพลังสำหรับการเรียนรู้ให้กับตัวเอง

 By http://www.cmc.co.th/files/picture/activity/thumb/activity-thumb-1-1341473491.jpg

แต่งบ้านมหาเสน่ห์ แบบชายทะเล

http://thelennoxx.files.wordpress.com/2009/08/img15l.jpg

การ ตกแต่งบ้านสไตล์ ชายทะเล มักจะเน้นความเรียบง่ายของวัสดุ และการจัดแต่งแบบไม่ต้องประณีตมากนัก เพราะแรงบันดาลใจส่วนใหญ่มาจากธรรมชาติของวิถีชีวิตริมทะเลที่ไม่ได้เนี้ยบ ทันสมัย หรือหรูหรา แต่เสน่ห์อยู่ที่สัมผัส แบบดิบหยาบ เพื่อช่วยคลายความเคร่งเครียดจากการทำงานในเมืองออกไป

แนว ทางที่โดดเด่นของบ้านสไตล์ริมทะเลต้องเน้นการเปิดวิว และมุมมองที่เชื่อมต่อระหว่างภายนอกและภายในให้มากที่สุด ดังนั้นวิวภายนอกของบ้านคุณก็ควรจะมีต้นไม้เขียวๆ ท้องฟ้ากว้างๆ หรือถ้าสามารถกำหนดมุมที่มองออกไปถึงสระว่ายน้ำได้ด้วยจะยิ่งดี เพื่อจินตนาการไปถึงผืนทะเลสีฟ้าใสได้ไม่ยากนัก แต่ถ้าภายนอกไม่อำนวยจริงๆ ก็ไม่เป็นไร เพราะการเปิดช่องหน้าต่างกว้างๆ ยังช่วยให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาถึงมุมใช้งานภายใน ทำให้พื้นที่ในบ้านโปร่งโล่ง และสบายตา น่าอยู่กว่าการกั้นห้องปิดทึบอย่างเดียว

เฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่ง ที่เหมาะสำหรับบ้านอารมณ์ทะเล ควรจะมาจากวัสดุ ที่เลียนแบบธรรมชาติให้มากที่สุด เป็นต้นว่า ตู้ไม้สีธรรมชาติ หรือไม่ก็ทาสีขาวเรียบ แจกันกระป๋องสังกะสีแบบง่ายๆ ตะกร้าหวาย หรืองานลวดดัด โดยเฉพาะงานไม้เก่าที่นำมาทาสีใหม่สไตล์ซับปี้ หรือประดิษฐ์เป็นของใช้ชิ้นใหม่ ก็สามารถเข้ากับสไตล์ทะเลได้เป็นอย่างดี

ถ้า ไม่อยากลงทุนซื้อเยอะ แค่ชุดโต๊ะเก้าอี้ หรือตู้เก็บของ ซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์หลักๆ ของห้อง ก็ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศของบ้านได้เหมือนกัน

ของ ตกแต่ง ที่ขาด ไม่ได้ เป็นพวกของที่ระลึกจากทะเล ทั้งเศษหิน เปลือกหอย ที่วางประดับ หรือจะผูกขึ้นเป็นโมไบล์เพื่อทำเป็นม่านโปร่งๆ ขวดใส่ทราย กิ่งไม้ที่อาจนำมาทาสีขาวและใช้ประดับผนังเป็นงานศิลปะ หรือตะเกียงเล็กๆ ก็ช่วยเติมเสน่ห์ของบ้านริมทะเลได้ แล้วแต่คุณจะจัดวางไว้ตามมุมต่างๆ แบบไม่มากไม่น้อยเกินไป

http://thaider.com/homepro/get/images/R9929545/R9929545-9.jpg

แต่ สำหรับบ้านที่อยู่ริมทะเล จริงๆ แค่เปิดช่องหน้าต่างกว้างๆ ก็จะได้วิวสวยธรรมชาติที่ช่วยบิลต์อารมณ์โดยไม่ยาก หรือต่อเติมเพิ่มระเบียงนั่งเล่นกว้างๆ เพื่อรับลมทะเลในตอนกลางวัน มีหลังคาหรือกันสาดขนาดเล็กๆ แต่วัสดุที่เลือกใช้ก่อสร้างหรือตกแต่งพื้นหรือผนัง ต้องหลีกเลี่ยงวัสดุที่มีส่วนประกอบของเหล็ก เพราะไอเค็มจากทะเลอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ ถ้าจำเป็นต้องใช้จริงๆ ประเภทราวเหล็ก หลังคาเหล็ก หรือสังกะสี ก็ควรเคลือบสารที่ป้องกันไอเค็มจากทะเลเสียก่อน

โทน สีที่ เหมาะกับอารมณ์ทะเล หนีไม่พ้นสีฟ้าสลับขาว เพราะส่วนใหญ่เราได้สีฟ้าจากท้องฟ้าและผืนทะเล ส่วนสีขาวคือความขาวสะอาดจากหาดทรายเม็ดละเอียด เวลาจับคู่สองสีนี้เข้ามาในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ อย่างโต๊ะ เก้าอี้ หรือของใช้ประเภทผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน เบาะนั่งเล่น หมอนอิง ไปจนถึงของตกแต่งอย่างโคมไฟ แจกัน กล่องใส่ของ กรอบรูป ฯลฯ ผสมผสานกันก็เป็นตัวแทนที่สื่อถึงอารมณ์สบายๆ และสีสันของทะเลได้เป็นอย่างดี


วันพฤหัสบดีที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ฮวงจุ้ยคอนโด



คน เมือง หมายถึง บุคคลที่อาศัยอยู่ในเมือง ใช้ชีวิตอยู่ในเมือง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิ เนียมหรืออพาร์ทเม้นท์ก็ตาม บ้านไอเดียได้เคยนำความรู้เกี่ยวกับฮวงจุ้ยการเลือกซื้อบ้านมาเสนอกันไปบ้าง แล้ว คราวนี้จึงขอนำเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆสำหรับการเลือกคอนโดมิเนียมและอพาร์ท เม้นท์ตามหลักของฮวงจุ้ยมาเสนอกันบ้าง คงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับคนที่กำลังมองหาคอนโดมิเนียมและอพาร์ท เม้นท์อยู่ หลักการในการเลือกคอนโดมิเนียมและอพาร์ทเม้นท์ไม่ได้ดูแค่ลักษณะของห้อง ภายในห้องเท่านั้น จะต้องดูรวมไปถึงลักษณะภายนอกอาคารด้วย มีดังต่อไปนี้ ฮวงจุ้ย
- ฮวงจุ้ยคอนโดมิ เนียมหรืออพาร์ทเม้นท์ ไม่ควรเป็นอาคารที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวโดยไม่มีอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอื่น อยู่ข้างๆเลย เพราะการตั้งอยู่อย่างเดี่ยวๆตามหลักฮวงจุ้ยหมายถึงว่า การขาดคนคอยค้ำจุน ช่วยเหลือสนับสนุน
- คอนโดมิ เนียมหรืออพาร์ทเม้นท์ที่ดี ควรอยู่ใกล้แหล่งชุมชน สะดวกในการคมนาคม ใกล้ที่ทำงาน หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ มีสวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น หรือติดกับแม่น้ำ
- คอนโดมิ เนียมหรืออพาร์ทเม้นท์ที่ดี ไม่ควรอยู่ในจุดที่ถูกรอบล้อมด้วยอาคารสูงๆ จะส่งผลให้สุขภาพร่างกายย่ำแย่ เจ็บป่วยออดๆแอดๆ และสุขภาพจิตเสีย เครียดง่ายเครียดบ่อย ทั้งยังทำให้อับโชค ไม่มีโชคลาภ
- คอนโดมิเนียมหรืออพาร์ทเม้นท์ไม่ควรอยู่ใกล้ทางด่วน นอกจากเสียงดังจากการวิ่งไปมาของรถแล้ว ยังมีฝุ่นละอองที่สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของผู้อยู่อาศัยบริเวณ นั้นอีกด้วย
- คอนโดมิเนียมหรืออพาร์ทเม้นท์ที่ดี ต้องมีแสงสว่างที่เพียงพอ ไม่มืดทึบ เพราะศาสตร์ของฮวงจุ้ยให้ความสำคัญต่อแสงสว่างเป็นอย่างมาก หากแสงสว่างน้อยจะทำให้รู้สึกถึงความอึดอัด อยู่อย่างไม่สบายกายและไม่สบายใจ ในการพิจารณาเลือกที่อยู่อาศัยนั้นมีปัจจัยหลายอย่างมากมาย แต่ไม่ว่าจะคำนึงถึงปัจจัยอะไรมากน้อย สิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาควบคู่ด้วย คือ ความเหมาะสมกับผู้อยู่อาศัยเอง ทั้งเรื่องราคา เรื่องทำเล เรื่องการคมนาคม พิจารณาอย่างรอบคอบจะได้อยู่อย่างสบายใจ


 By http://www.cmc.co.th/files/picture/activity/thumb/activity-thumb-1-1341473491.jpg

ฮวงจุ้ย จัดบ้านเสริมดวงสไตล์ญี่ปุ่น

https://lh5.googleusercontent.com/-GhLi5vr5xIY/Ue5UW6LPvHI/AAAAAAABNTo/znKlWfsDqlk/s800/%25E0%25B8%259A%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AA%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A5%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%258D%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B8%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25992.jpg

ชาวแดนอาทิตย์อุทัยมักมีอะไรให้แปลกใจเล่นอยู่เสมอๆอย่างเช่น การจัดบ้านเพื่อเสริมฮวงจุ้ยให้ถูกโฉลกกับผู้อยู่เนี่ย ท่านพี่เค้าถนัดนัก เช่น
ถ้าเป็นดวงด้านสุขภาพต้องทำความสะอาดมุมต่าง ๆ ที่อยู่ในห้องนอนโดยให้ความสำคัญที่รอบ ๆ "เตียงนอน"
ถ้าเป็นดวงเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ต้องทำความสะอาด "ห้องน้ำ" ให้เอี่ยมอ่อง
ถ้าดวงความรักต้องขัดและจัดสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่บริเวณ "อ่างล้างหน้า" ให้เป็นระเบียบและเนี้ยบ
ดวงด้านความสัมพันธ์กับคนรอบข้างต้องทำความสะอาด "ห้องครัว" ให้เข้าที่
ถ้าเป็นดวงด้านความงามต้องขัด "ห้องอาบน้ำ" ให้เป็นประกายไร้คราบสกปรก
ถ้าต้องการเสริมดวงหน้าที่การงานต้องทำความสะอาดและจัด "ตู้เก็บรองเท้า"
การทำ ความสะอาดและจัดส่วนต่าง ๆ ของบ้านต้องเริ่มในตอนเช้าในตอนที่ร่างกายยังมีพลังอย่างเต็มที่ และห้ามใช้เวลาทำความสะอาดนานกว่า 2 ชั่วโมง เพราะพลังของร่างกายจะตกจนเป็นการสร้างพลังด้านลบให้กับตัวเอง โดยต้องเริ่มทำความสะอาดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เชื่อว่าจะช่วยเพิ่มความสุข และทำให้รับพลังความสุขได้มากขึ้น หรือจะเริ่มทำความสะอาดจากประตูหน้าบ้าน และจบลงที่ประตูหน้าบ้าน ก็ได้เหมือนกัน
ส่วนเรื่องที่ต้องระวังคือตำแหน่งของการวาง "กระจก" และ "นาฬิกา" ถ้าวางกระจกใกล้ประตูบ้านจะ เป็นสะท้อนความสุขออกไปต้องวางไว้ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือ หรือทิศตะวันตก ส่วนนาฬิกาก็จะช่วยให้โชคชะตาไม่เปลี่ยนผัน จึงต้องวางที่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ หรือทิศตะวันออกเฉียงเหนือและพอทำความสะอาดและจัดบ้านเสร็จ ก็ต้องรีบล้างมือให้สะอาดทันที การล้างมือเป็นการล้างเอาสิ่งไม่ดีออกไปให้หมดและยังเป็นการใช้พลังของ "น้ำ" เสริมดวงตามความเชื่อตั้งแต่โบราณไปในตัวด้วย   หากบ้านที่เราอยู่อาศัย สะอาด ไร้ความสกปรก รุงรัง รกตารกใจ สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือ ความโปร่ง โล่งสบาย ไร้ซึ่งสิ่งรบกวนใจ ที่นำพามาซึ่งความรู้สึกดี ที่มีผลในการ "เสริมดวง" ในท้ายที่สุด